ศาลฎีกาพิพากษาริบทรัพย์สินนายก.อบต.ทุ่งคลอง -ปลัดเทศบาลต.โพน ร่ำรวยผิดปกติกรณีเรียกรับเงิน

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 ศาลฎีกาพิพากษายืน นายถาวร บุตรศรี นายก อบต.ทุ่งคลอง และนายอมร อ่อนรัชชา ปลัดเทศบาลตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่ำรวยผิดปกติ ให้ทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าว จำนวน 3,906,000 บาท และ 1,000,000 บาท ตามลำดับ ตกเป็นของแผ่นดิน

ตามที่มีเรื่องร้องเรียนไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหานายถาวร บุตรศรี นายก อบต.ทุ่งคลอง ว่าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบบรรจุพนักงานส่วนตำบลทุ่งคลอง และนายอมร อ่อนรัชชา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสอบสนามสอบโรงเรียนเทศบาล 4 และกรรมการสอบสัมภาษณ์ มีพฤติการณ์เรียกรับเงินด้วย ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจพบว่ามีทรัพย์สินที่น่าเชื่อได้ว่ามาจากการกระทำความผิดด้วย นั้น

นายถาวร บุตรศรี  ที่มาภาพ : http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=3316230
นายถาวร บุตรศรี
ที่มาภาพ : http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=3316230

เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน 2 คณะ โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนคณะแรก รับผิดชอบในการไต่สวนดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งชุดนี้ได้ชี้มูลทางอาญากับบุคคลทั้ง 2 คนแล้ว และชี้มูลวินัยร้ายแรงกับนายอมร ด้วย และอีกคณะเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนที่รับผิดชอบในการไต่สวนดำเนินคดีเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งผลการไต่สวนในคดีร่ำรวยผิดปกตินี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติดังนี้

1. นายถาวร บุตรศรี นายก อบต.ทุ่งคลอง ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ เป็นจำนวน 3,906,000 บาท ให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลพิจารณาพิพากษาสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

2. นายอมร อ่อนรัชชา ปลัดเทศบาลตำบลโพน ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติเป็นจำนวน 1,000,000 บาท ให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลพิจารณาพิพากษาสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษไล่หรือปลดออก

ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ พิพากษาสั่งให้เงิน 3,906,000 บาท พร้อมดอกผลของนายถาวร บุตรศรี และเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกผลของนายอมร อ่อนรัชชา ตกเป็นของแผ่นดิน และโอนเงินดังกล่าวให้แก่กระทรวงการคลัง หากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์ดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือได้แต่บางส่วน ให้บังคับคดีเอาทรัพย์สินอื่นของบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงินที่ริบ นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าการชำระเงินแก่แผ่นดินจะเสร็จสิ้น

ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คนอุทธรณ์และฎีกาตามลำดับ ศาลฎีกาพิพากษายืน คดีถึงที่สุด

ในส่วนของการดำเนินการทางวินัยกับนายอมร อ่อนรัชชา ปลัดเทศบาลตำบลโพนนั้น ในกรณีคดีร่ำรวยผิดปกติ เทศบาลตำบลโพนได้สั่งลงโทษแล้ว แต่นายอมรฯ ได้รับการล้างมลทินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ สำหรับในกรณีคดีทุจริต เทศบาลตำบลโพนได้สั่งลงโทษไล่นายอมร ออกจากราชการแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบแล้ว