Kink ความเจ็บที่ชวนลอง

1721955

1 kink-onesheet

BDSM ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร และไม่ใช่เรื่องลี้ลับอีกต่อไป ไม่เชื่อลองเสิร์ชแค่คำว่า “นายหาทาส” ก็มีผลลัพธ์มามากกว่าเจ็ดแสนสี่หมื่นรายการแล้ว หากจะแปลตามตัวอักษร สิ่งนี้คือ bondage = พันธนาการ, discipline = การลงโทษ, sadism = การมีความสุขจากการทำร้ายผู้อื่น, masochism = การมีความสุขจากการถูกผู้อื่นทำทารุณกรรม หรือการเล่นบทบาทเป็นนายเป็นทาส รวมถึงการใช้อุปกรณ์เสริมประเภทโซ่แส้กุญแจมือ สวมชุดรัดๆ หรือมัดขึงแขวนเฆี่ยนหนีบ ระหว่างประกอบกามกิจ และนี่คือประเด็นหลักของสารคดีที่เรากำลังกล่าวถึงในคราวนี้ Kink

ผู้กำกับ คริสตินา วอร์รอส  และ โปรดิวเซอร์ เจมส์ ฟรังโก
ผู้กำกับ คริสตินา วอร์รอส และ โปรดิวเซอร์ เจมส์ ฟรังโก

ความโด่งดังของสารคดีเรื่องนี้ที่นอกจากจะได้ฉายเปิดตัวในเทศกาลหนังซันแดนซ์แล้ว ต้องยอมรับด้วยว่าเป็นเพราะชื่อเสียงของโปรดิวเซอร์ ที่ได้ดาราฮอลลีวูดสุดหล่องานชุกอย่าง เจมส์ ฟรังโก พระเอกหนุ่มจาก Milk (2008), 127 Hours (2010) อันเกิดจากในปี 2012 ฟรังโกไปเข้าฉากหนังอินดี้เรื่อง About Cherry ซึ่งถ่ายทำในตึกโบราณที่เรียกว่า ซานฟรานซิสโก อาร์โมรี ที่ปัจจุบันมันคือออฟฟิศของค่ายหนังโป๊แนว BDSM อันโด่งดังทำเงินสูงสุดค่ายหนึ่งของอเมริกา ภายใต้ชื่อ kink.com

หากตัดเรื่องฉาวกามออกไป (ในความหมายว่าถ้าคุณรังเกียจเรื่องกามและมองว่ามันฉาวเกินกว่าจะรับได้) Kink คือการปะทะกันระหว่างพื้นที่ทางวัฒนธรรมโบร่ำโบราณกับพื้นที่ของชุมชนวัฒนธรรมสมัยใหม่ เพราะอาคาร ซานฟรานซิสโก อาร์โมรี แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในราวปี 1912 ด้วยเป้าหมายคือเป็นคลังสรรพาวุธแห่งชาติ ก่อนที่ในราวยุคทศวรรษ 1940 จะถูกใช้เป็นสนามแข่งกีฬา ไปจนถึงเป็นที่ฝึกซ้อมละครโอเปร่า และเคยเป็นฉากถ่ายทำภายในยานอวกาศของหนังคัลท์แนวไซ-ไฟสุดฮิตอย่าง Star Wars (ที่กำลังจะมีภาคใหม่ในปลายปี 2015) จนกระทั่งในปี 2006 หนังโป๊ค่าย Kink ก็มาถือครองด้วยราคา 14.5 ล้านเหรียญ และแน่นอนว่าถึงสหรัฐฯ จะเป็นประเทศเสรีขนาดไหน ก็ยังคงมีประชากรผู้กังวลใจในวัฒนธรรมแนวนี้ อันเป็นธุรกิจหลักของออฟฟิศ Kink บนพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนคลายเหงาและที่พักพิงสำหรับชุมชนออนไลน์ผู้หลงใหลวัฒนธรรรมเซ็กซ์แบบ BDSM หลากเพศทั่วโลก

อาคารซานฟรานซิสโก อาร์โมรี
อาคารซานฟรานซิสโก อาร์โมรี

“มันคือการแสดง แน่นอนว่าพวกเราเล่นจริง เจ็บจริง ไม่เสแสร้ง แต่ก็ไม่ถึงกับเลือดตกยางออกจริงๆ คล้ายๆ กับคิวบู๊ในหนังแอ็คชั่น หรือเวลาคุณดูหนังสยองเลือดสาด มันไม่ได้มีใครถูกเชือดตายจริงๆ แม้จะเปรอะไปด้วยคราบเลือด หรือเต็มไปด้วยเสียงแหกปากหวีดร้อง” นี่คือคำอธิบายของหนึ่งในบรรดาผู้กำกับหนังโป๊ค่ายนี้ ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้กำกับหญิงบ้าง เลสเบี้ยนบ้าง เกย์เอเชียนบ้าง รวมถึงผู้กำกับชายแท้อยู่บ้าง หนังเรื่องนี้จึงนอกจากจะเป็นการรวบรวมความคิดเห็นของนักแสดงและผู้กำกับหนังโป๊กลุ่มนี้แล้ว ยังตัดสลับกับภาพเบื้องหลังการถ่ายทำแบบ “ไม่มีเซ็นเซอร์” ให้เห็นกันจะจะทุกขั้นตอนด้วย แต่ถ้าคุณหวังจะได้เห็นเลือดสดๆ กระเซ็นตอนฟาดแส้ ก็คงต้องเสียใจด้วย เพราะอย่างที่เขาบอก มันคือการแสดงล้วนๆ และตรงกันข้ามเลย เพราะตลอดการถ่ายทำคุณจะได้ยินเสียงทีมงานถามนักแสดงว่า” โอเคมั้ย? ปลอดภัยมั้ย? ถ้าเจ็บเกินไปก็บอกนะ?” นั่นหมายความว่าพวกเขาคำนึงถึงความปลอดภัยมาก่อนเสมอ

4 Adriana-Luna

“ผู้คนที่นี่เจิดจรัส และมีอารมณ์ขันกว่าที่คิด พวกเขาเต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อน และเปี่ยมด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ ฉันพบว่าตัวเองเหมาะกับคนกลุ่มนี้ที่เลือกจะเป็นผู้กำกับหนังโป๊ที่ทำให้ฉันฉุกคิดว่า อะไรกันนะที่ทำให้พวกเขาเลือกจะทำหนังโป๊แนวนี้” คริสตินา วอร์รอส ให้ความเห็น เธอคือผู้กำกับสารคดีเรื่องนี้และเป็นเพื่อนซี้ของฟรังโก ซึ่งรู้จักกันเพราะวอร์รอสเป็นตากล้องเบื้องหลังหนังเรื่อง 127 Hours ที่ฟรังโกแสดง และวอร์รอสเคยคว้ารางวัลสารคดีสั้นยอดเยี่ยมจากหลายเทศกาลจากเรื่อง The Ladies เมื่อปี 2007 อันเป็นเหตุผลที่ทำให้ฟรังโกดึงเธอมาเป็นผู้กำกับเรื่องนี้

“ฉันตื่นเต้นมากตอนเริ่มถ่ายทำ คือก่อนหน้านี้ฉันเต็มไปด้วยความคิดแง่ลบอยู่ในหัว เพราะลำพังแค่ตัวอุตสาหกรรมหนังโป๊ก็ถูกมองว่าสกปรกจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังหนักข้อไปถึงการเป็นหนังโป๊เฉพาะกลุ่มอีก ซึ่งมันน่าสนใจมากสำหรับฉัน เพราะมันกลับมีกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลกในวงกว้างมาก แม้ว่ามันยังคงถูกมองอย่างเหยียดๆ ก็ตามที…และคุณอาจจะคิดว่าคนพวกนี้คงตกอับจนตรอกถึงได้มาทำหนังแนวนี้ เปล่าเลย พวกเขาคือคนประเภท ‘ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้’ พวกเขาหลงใหลในวัฒนธรรม BDSM จริงๆ ทำให้พวกเขากระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์มันออกมาอย่างจริงจังด้วย” วอร์รอสให้ความเห็น

5 John-Magnum-gag

ความเห็นของเธอชี้ว่า วัฒนธรรม BDSM เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของเซ็กซ์แฟนตาซี แน่นอนว่าทุกสิ่งให้คุณและให้โทษหากใช้แต่งแต้มเติมจินตนาการอย่างพอเหมาะพอดี ไม่ไปไกลสุดกู่จนเกิดบาดเจ็บอันตราย และอย่างน้อยการเป็นหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของนิยายแนว BDSM อย่าง Fifty Shades of Grey ที่กำลังจะกลายเป็นหนังโรงช่วงวาเลนไทน์ปี 2015 ก็น่าจะพอชี้ให้เห็นว่ามันคือแฟนตาซีที่ท้าทายให้คนทั่วโลกอยากลิ้มลองดูแม้สักครั้ง

Kink จึงเผยให้เห็นมุมมองอีกด้านที่ไม่ใช่แค่ความดิบเถื่อนสกปรกของเซ็กซ์แนวนี้ รวมไปถึงการเปิดเปลือยให้เห็นถึงเบื้องหลังแต่ละฉากแต่ละตอนที่ต่างออกไปจากภาพลักษณ์ต่ำทรามแบบที่คนทั่วไปมักจะคิดกันโดยสิ้นเชิง

6 Francesca-Le-John-Magnum