ผอ.TIJ ชี้ถึงเวลาไทยลดปัญหานักโทษล้นเรือนจำ – คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

การที่จะสร้างสังคมที่สงบสุขนั้น ไม่เพียงแต่ต้องปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องเท่านั้น แต่ทุกฝ่ายทุกคนสามารถเข้าไปมีส่วนได้ ด้วยการช่วยลดจำนวนผู้กระทำผิดซ้ำ และกระตุ้นให้ผู้ที่ก้าวพลาดสามารถกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีโดยตัวเราเอง เริ่มต้นจากการปรับที่ทัศนคติเรา อย่าผลักให้คนผิดพลั้งก้าวไปติดอยู่ในมุมมืด ช่วยกันดูแล ใส่ใจ ป้องกันอย่าให้คนหลงผิด ในขณะเดียวกันก็ต้องให้กำลังใจ ให้โอกาสให้คนที่ก้าวพลาดเหล่านั้นกลับมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม ถอดประเทศไทยออกจากลิสต์การมีผู้ต้องขังอันดับต้นๆ ของโลกอย่างจริงจังและยั่งยืน

UNODC-TIJ ดูงานเรือนจำหญิง “ตังเกอรัง” แห่งแรกในอินโดนีเซียที่นำ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” ไปปรับใช้

UNODC-TIJ ดูงานเรือนจำหญิง “ตังเกอรัง” แห่งแรกในอินโดนีเซียที่นำ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” ไปปรับใช้

จากความเหลื่อมล้ำสู่การกระทำผิดซ้ำ: เมื่อคุกไม่สามารถคืนคนดีสู่สังคมได้จริง (ตอนที่ 2)

ถ้าเรายังใช้โทษอาญากันอย่างล้นเกินดังที่เป็นอยู่ โดยล้นเกินทั้งในตัวกฎหมายและในทัศนคติของสังคม กระบวนการยุติธรรมของเราก็คงแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะยาเสพติด อย่างผิดที่ผิดทางต่อไปเรื่อยๆ และเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็คงไม่ต้องพูดกันไปถึงการคืนคนดีสู่สังคม เพราะเอาแค่คืนคนที่เต็มคนสู่สังคมก็คงยังทำไม่ได้เลย ดีไม่ดีจะยิ่งเป็นการคืนคนที่ความเป็นคนเว้าแหว่งมากขึ้นกลับออกมาสู่สังคมด้วยซ้ำ

“ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ”เรือนจำต้นแบบ“ข้อกำหนดกรุงเทพ” คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

“ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่” เรือนจำต้นแบบ“ข้อกำหนดกรุงเทพ” คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

“พัทธ์อิทธิ์ จินต์วุฒิ” จากนักโทษประหารสู่ผู้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรม กับคำยืนยันว่า “คุกเปลี่ยนคนไม่ได้”

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2560 สำนักกิจการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดการประชุมตามโครงการส่งเสริมพลังอำนาจ “ผู้ตัดสิน” และ “ผู้ถูกตัดสิน” ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งวิทยากรท่านหนึ่งในการประชุมดังกล่าวนั้นก็คือ คุณพัทธ์อิทธิ์ จินต์วุฒิ อดีตผู้ต้องขังที่เคยต้องโทษประหารชีวิต

คุก: จุดเริ่มต้นแห่งความสูญเสียของสังคม?

คุก: จุดเริ่มต้นแห่งความสูญเสียของสังคม? การเปลี่ยนมโนทัศน์ของการใช้เรือนจำจากการ “ลงโทษ” มาเป็นการ “ฟื้นฟู” จึงจำเป็นอย่างยิ่ง

ออกไปในคุก (อีกครั้ง): จากการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ถึงแนวคิดเพื่อผู้พ้นโทษไม่กระทำผิดซ้ำ (ตอนที่ 2)

โดยปรกติแล้ว ผมไม่คิดว่าคนเราไม่ทำผิดกฎหมายเพราะเป็นคนดีนะครับ แต่เราไม่ทำผิดเพราะการทำผิดนั้นมีต้นทุนที่แพงเกินกว่าเราจะจ่ายไหว หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เรามีอะไรหลายอย่างในชีวิตที่กลัวว่าจะต้องสูญเสียไปหากไปทำผิดจนติดคุก เรามีงาน มีการศึกษา มีความสามารถในการที่จะประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองหรือกระทั่งคนอื่นรอบตัว มีความฝัน มีมีมี เรามีอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด จนไม่คุ้มที่จะเสี่ยงไปทำอะไรผิดๆ (หรืออีกนับหนึ่งก็คือ แม้จะมีอยู่บ้าง แต่เราก็มีไม่มากพอจะมั่นใจว่าทำผิดยังไงก็ไม่ติดคุก)

ออกไปในคุก (อีกครั้ง): จากการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ถึงแนวคิดเพื่อผู้พ้นโทษไม่กระทำผิดซ้ำ (ตอนที่ 1)

ถ้าถามถึงประโยชน์ของผู้ต้องขัง ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และมีความจำเป็นอย่างมากต่อการสะสมทุนชีวิตเพื่อก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะในแง่ของการเป็นความรู้ทั่วไป หรือกระทั่งเพื่อเป็นโอกาสในการเข้าถึงช่องทางต่างๆ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ก็น่าคิดว่า การเข้าถึงข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ จากภายในเรือนจำนั้น คงเป็นสิ่งหนึ่งที่อาจจะต้องมีการทบทวนขอบเขตกัน ทั้งในแง่ของเนื้อหาและช่องทางการเข้าถึง เพราะอย่างไรเสีย วันหนึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่ก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตข้างนอกอยู่ดี การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเพียงพอย่อมเป็นทุนชีวิตที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะทำให้การต้องโทษจำคุกไม่กลายเป็นช่วงเวลาอันสาบสูญของชีวิต จนไร้รากจะหยัดยืนเพื่อเดินทางต่อไป

10 ปีโครงการกำลังใจ – ที่เป็นมาและที่น่าจะเป็นไป – ข้อสังเกตและเสนอแนะเพื่อการพัฒนา-เปลี่ยนเรือนจำเป็นเรือนใจ

10 ปีโครงการกำลังใจ – ที่เป็นมาและที่น่าจะเป็นไป – ข้อสังเกตและเสนอแนะเพื่อการพัฒนา-เปลี่ยนเรือนจำเป็นเรือนใจ

1 2