ดารากับ ICO

ดารากับ ICO การมาโฆษณาของคนที่มีชื่อเสียงนั้นอาจจะดูว่าไม่ลำเอียง แต่ความจริงก็อาจจะได้รับค่าจ้างมา คนที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นมักจะไม่มีความรู้อย่างเพียงพอในเรื่องของการลงทุนที่จะบอกได้ว่าการลงทุนนั้นเหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมาย

กรณีกรุ๊ปลีส: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

กรรมการตรวจสอบจะต่างจากกรรมการอื่นเป็นผู้บริหารก็ตรงที่ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะเพื่อเป็นกรรมการอิสระ เช่น ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ได้เป็นญาติกับผู้บริหาร ไม่มีผลประโยชน์ในบริษัท ฯลฯ แล้วกรรมการอิสระนั้นก็จะเป็นกรรมการตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง กรรมการตรวจสอบไม่มีกฎหมายระบุความผิดหรือโทษไว้โดยตรง แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจ เพราะการที่ไม่มีกฎหมายระบุความผิดไว้ไม่ได้แปลว่า การทำหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบจะไม่มีความรับผิด

สถานะของ ICO ตามกฎหมาย

ตอนนี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังพลิกกฎหมายดูกันใหญ่ว่าจะควบคุมและป้องกัน ICO อย่างไรเพื่อไม่ให้มีการหลอกลวงนักลงทุน รวมทั้งกรณีตามกฎหมายอื่น เช่น การฟอกเงิน เป็นต้น ต่อไปก็คงจะมีกฎระเบียบแบบใดแบบหนึ่งมากำกับดูแล ICO แน่นอน

เงินตราอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักทรัพย์

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission-SEC) ของสหรัฐอเมริกาได้ข้อสรุปที่สำคัญอันมีผลต่อกฎหมายหลักทรัพย์คือ “สินทรัพย์ดิจิทัล” เป็นหลักทรัพย์

คดี “ซินแสโชกุน” ไม่ใช่คดีสุดท้าย

ใครๆ ก็คิดว่าแชร์แม่ชม้อยเป็นคดีแรกในเมืองไทย แต่เชื่อไหมว่า แชร์ลูกโซ่นี้มีตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2498 เสียอีก ปรากฏหลักฐานเป็นคำพิพากษาฎีกาที่ 1201-1203/2498 ในอนาคตก็ต้องมีคดีแชร์ลูกโซ่ออกมาอีกเรื่อยๆ ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความโลภ ได้แต่หวังว่าพวกเราในวันนี้คงจะไม่เป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ที่จะมีมาในวันข้างหน้า

ก.ล.ต. ต้องทำการบ้านก่อนออกกฎหมาย

ถ้าหากเข้าใจไม่ผิด ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของการออกกฎหมายที่กำหนดให้มีการวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับต้นทุนและผลประโยชน์ที่ได้ของการออกกฎหมาย เพราะธรรมดาการออกกฎหมายก็มักจะมองแต่เพียงว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีกฎเกณฑ์มาบังคับหรือควบคุม ไม่เคยคิดถึงความคุ้มค่าของการออกกฎหมาย กฎหมายบางฉบับผู้ที่ถูกบังคับตามกฎหมายมีภาระต้องปฏิบัติมากมาย แต่กฎหมายนี้ได้นำเสนอแนวความคิดใหม่ว่าไม่ใช่จะออกแต่กฎมาบังคับอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงต้นทุนและผลประโยชน์ที่ได้จากการออกกฎหมายนั้นด้วย

รำพึงเรื่องไร้สาระทางกฎหมาย

เรื่องของการมีกฎหมายมากมายนี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาของประเทศต่างๆ ทั่วโลก นับวันมีแต่จะออกกฎหมายเพิ่มไม่เห็นมีทางที่จะลดลง การใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดปัญหาการมีกฎหมายมาก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก

กฎหมาย Blockchain

ในธุรกิจการเงินการธนาคาร มีการกล่าวถึง blockchain กันค่อนข้างมาก ด้วยเหตุเพราะเป็นธุรกิจประเภทแรกที่จะใช้ blockchain ไม่ว่าการโอนเงินหรือชำระเงินในระบบธนาคาร การซื้อขายหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า ถ้า blockchain ทำได้จริง อาชีพคนกลางเกี่ยวกับธนาคาร สถาบันการเงิน หรือตลาดหลักทรัพย์ ก็คงจะลดน้อยลงเรื่อยๆ

Sandbox: กล่องทรายกฎหมาย

มีหลายประเทศที่เห็นความสำคัญของธุรกิจนี้ ถึงกับออกกฎเกณฑ์ว่าใครที่อยากจะทำธุรกิจการเงินที่มีหรือใช้เทคโนโลยีหรือ FinTech นี้จะทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตทางการ แต่จะให้ทำได้เลย จะควบคุมก็แต่เช่น การคุ้มครองแก่ผู้บริโภค ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบกัน ดังนั้น ใครๆ ก็จะทำ FinTech ได้ถ้ามีเทคโนโลยีของใหม่ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นสถาบันการเงินที่มีอยู่แล้วเท่านั้น

Panama Papers: ความเหลื่อมล้ำของความสามารถในการเก็บภาษี

สำหรับบุคคลธรรมดาที่ไปจดทะเบียนบริษัทเกาะไว้ บางคนเอาไว้ทำธุรกิจ บางคนเอาไว้ถือทรัพย์สิน แต่ที่มีมากหน่อยก็เพื่อลดภาระภาษี เพราะนักกฎหมายภาษีแนะนำตามที่กฎหมายเอื้อ เช่น รายได้ที่อยู่นอกประเทศ ถ้าไม่เอาเข้ามาก็ไม่เสียภาษี อย่างนี้ก็ให้บริษัทเกาะถือรายได้ไว้นอกประเทศ เป็นต้น อาจจะซับซ้อนกว่านี้ก็ได้ ตามแต่ที่นักกฎหมายจะแนะนำ

1 2