จะต่อสู้กับคอร์รัปชันอย่างไรดี ?

คณะผู้จัดงานปาฐกถา 100 ปี ป๋วย อึ๊งภากร ได้ขอให้ข้าพเจ้าพูดเรื่อง การจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันในกรอบประชาธิปไตย นับเป็นหัวข้อที่เหมาะแก่กาลเทศะและสอดคล้องกับปรัชญาของท่านอาจารย์ป๋วยเป็นอย่างยิ่ง การบรรยายนี้แบ่งออกเป็นสี่ตอน ตอนที่หนึ่ง นิยามความหมายและผลของคอร์รัปชันต่อสังคม ตอนที่สอง สภาพปัญหาในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตอนที่สาม ทำไมคอร์รัปชันจึงปราบได้ยากมาก และตอนที่สี่ สรุป เหตุใดจึงต้องต่อสู้กับคอร์รัปชันในระบอบประชาธิปไตย

รื้อกฏหมายสินบน-รางวัลนำจับ ลดแรงจูงใจคอร์รัปชัน – 12 ปี กรมศุลฯเก็บค่าปรับ 35,000 ล้าน แจกรางวัลนำจับให้จนท. 300 คนและสายสืบกว่าหมื่นล้าน

“สมชัย สัจจพงษ์” ประกาศเดินหน้าปฎิรูป กม.ศุลกากร-รื้อสินบน-รางวัลนำจับ ลดแรงจูงใจเจ้าหน้าที่ทุจริตคอร์รัปชัน

ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ค้นเครื่องมือจับโกงตำรวจ-แก้ธุรกิจเถื่อนเงินใต้โต๊ะ-สินบน-ค่าคุ้มครอง ยังเฟื่องหวังผู้นำออกกฏเหล็ก-ใช้ยาแรง ด้วยโมเดล “ฮ่องกง”

การทุจริตคอร์รัปชันในวงการาชการ และวงการเมือง อยู่คู่โครงสร้างอำนาจไทย มาตั้งแต่รัชสมัยที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จาก “ค่าน้ำร้อน น้ำชา” มาถึงการ “กินตามน้ำ” ลงไปถึง “เงินใต้โต๊ะ” กลายเป็น “ระบบกินเมือง” สู่รูปแบบการทุจริต ที่แนบเนียนพัฒนาสู่ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” อาจกล่าวได้ว่าแทบทุกรูปแบบการทุจริต ทั้งใต้ดิน-บนดิน ในวงราชการ วงการเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ และธุรกิจการเมือง ระบบเถื่อน ล้วนเคยผ่านการศึกษาอย่างเจาะลึกของ “ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร” ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง

“ดร.ผาสุก” เสนอใช้ยาแรง ล้างข้าราชการในระบบกินเมือง ต้อง “ไล่ออก-ติดคุก 10ปี”

“ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร” คิดค้นเครื่องมือ และลงมือทำสำรวจ ออกแบบการวิจัย หลายสมัย หลายประเด็น บางส่วนมีดัชนีที่ดีขึ้น แต่ยังมียอดปิรามิด ที่กฏหมายเอื้อมไปไม่ถึง ข้อเสนอต้องตีเหล็กตอนร้อน ในวาระที่มีรัฐบาลมาจากอำนาจพิเศษ ควรออกกฏเหล็ก ใช้กฏหมายที่เป็นยาแรง มีฐานความผิด ที่ครอบคลุมถึงข้าราชการระดับสูงซึ่งร่ำรวยผิดปกติ แบบไม่มีที่มา-ที่ไปของทรัพย์สิน เหมือนกับกฏหมายการปราบคอร์รัปชันของเขตปกครองพิเศษเกาะฮ่องกง ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว ในปี 2520

เปิดตำรา “ดร.ผาสุก-สังศิต” ค้นวิชาโกง วงการตำรวจ “ส่วย-สินบน-บ่อน-ซื้อตำแหน่ง” เชื่อ “ถ้าโกงแค่ 5 พันล้าน ตำรวจจะผอมกว่านี้เยอะ”

เปิดตำรา “ดร.ผาสุก-สังศิต” ค้นวิชาโกง วงการตำรวจ “ส่วย-สินบน-บ่อน-ซื้อตำแหน่ง” เชื่อ “ถ้าโกงแค่ 5 พันล้าน ตำรวจจะผอมกว่านี้เยอะ”

เปิดงานวิจัย “ผาสุก พงษ์ไพจิตร” คอร์รัปชันระบบราชการไทย สำนักงานที่ดินยังเป็นแชมป์โกง “สื่อ-ศาล-ข้าราชการ” น่าเชื่อถือลดลง

ผาสุก พงษ์ไพจิตร เปิดงานวิจัย “คอร์รัปชันในระบบราชการไทย…” สำนักงานที่ดินยังเป็นแชมป์โกง “สื่อ-ศาล-ข้าราชการ” น่าเชื่อถือลดลง แนะวางกฎคุมข้าราชร่ำรวยผิดปกติ

“นิธิ-ผาสุก-บรรยง-สมเกียรติ” ถกปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ยังติดกับดักปัญหาการเมืองและปมคอร์รัปชัน ปฏิรูปสไตล์ “บิ๊กตู่” อาจไม่ใช่คำตอบ

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2557 ภายใต้หัวข้อ “Sustaining Thailand: ก้าวอย่างไรให้ประเทศไทยยั่งยืน” รวมทั้งได้จัดการอภิปรายเรื่อง “รัฐไทยกับการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ” โดยมี ศ. ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ, ศ. ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ศาสตราภิชาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ร่วมอภิปราย

ข้อเสนอปฏิรูปประเทศไทย “คอร์รัปชัน-การผูกขาดทางเศรษฐกิจ” ในยุคประชาชนมีสำนึกดีกว่าผู้ปกครองประเทศและนักคอร์รัปชันให้สินบนประชาชน

ข้อเสนอปฏิรูปประเทศไทย “คอร์รัปชัน-การผูกขาดทางเศรษฐกิจ” ในยุคประชาชนมีสำนึกดีกว่าผู้ปกครองประเทศ และยุคการโกง และนักคอร์รัปชันให้สินบนประชาชน

“ผาสุก พงษ์ไพจิตร” แนะโมเดล”เคพีเค”ของอินโดนีเซีย แก้คอร์รัปชัน

“ผาสุก พงษ์ไพจิตร” เสนอตั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และทำให้ ป.ป.ช. เปลี่ยนจาก “เสือกระดาษ” เป็น “เสือกระโดด” โดยยกตัวอย่าง “เคพีเค” องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันของอินโดนีเซียที่ประสบความสำเร็จเป็นกรณีศึกษา

“ผาสุก พงษ์ไพจิตร” ชี้ปัญหาใหญ่การเมืองไทยอยู่ที่ “พรรคการเมือง” ปรับตัวไม่ทันประชาชน

ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร วิเคราะห์ปัญหาการเมืองไทยมาถึงจุดนี้เพราะพรรคการเมืองปรับตัวไม่ทันประชาชนที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงคาดต้องอยู่ในสถานการณ์นี้ต่อไปอีก 2-3 ปี ชี้ทางออกต้องเปลี่ยนพรรคการเมืองให้มีประชาธิปไตยมากขึ้น และให้มวลชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการและกำกับพรรคการเมืองมากขึ้น