เสรีภาพกับความรับผิดชอบสื่อในศตวรรษที่ 21 (3): กำกับกันเองให้ได้ ถ้าไม่อยากให้รัฐยุ่ง?

ตอนที่แล้วผู้เขียนพูดถึงข้อเสนอ “กลไกกำกับดูแลร่วมกัน” (co-regulation) จากนักวิจัยหลายชุดว่า น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมและทำได้จริง โดยเฉพาะสำหรับสื่อวิทยุและโทรทัศน์ที่ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใต้กลไกใหม่นี้ การกำกับดูแลสื่อวิทยุและโทรทัศน์จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 องค์กรสื่อ (Media Organization) ระดับที่ 2 องค์กรวิชาชีพสื่อ (Self-Regulatory Organization-SRO) ทั้งสองระดับนี้เรียกว่า “การกำกับดูแลกันเอง” ภายในวงการ หรือ self-regulation ส่วนระดับที่สามหรือระดับสุดท้าย คือ กสทช. ซึ่งมีอำนาจลงโทษทางกฎหมาย (regulatory backstop) กลไกแบบนี้นับว่าเป็นการกำกับ “ร่วมกัน” ระหว่าง กสทช. กับสื่อ เพราะไม่ใช่ว่าให้อำนาจ กสทช. ในการเข้ามา “ล้วงลูก” ตั้งแต่ต้น แต่รอใช้อำนาจเฉพาะในกรณีที่กลไกกำกับกันเอง (ระดับที่ 1 กับ 2) ใช้การไม่ได้ผลเท่านั้น เช่น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการควบคุมจริยธรรมขององค์กรวิชาชีพสื่อหรือองค์กรสื่อเสนอให้ กสทช. พิจารณาเอง ด้วยเหตุผลว่า สื่อทำผิดซ้ำซาก ไม่ปฏิบัติตามคําตัดสินของคณะกรรมการ หรือผู้ร้องเรียนยังไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับจากองค์กรสื่อ หรือองค์กรวิชาชีพสื่อ

เสรีภาพกับความรับผิดชอบสื่อในศตวรรษที่ 21 (2): สู่ “กลไกกำกับดูแลร่วมกัน” ?

คณะวิจัยจากจุฬาฯ เสนอว่า แนวทางการกํากับดูแลร่วมกันด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สําหรับประเทศไทย ควรเป็นการกํากับดูแลร่วมกัน (co-regulation) ตามแนวทางการเชื่อมโยงกับมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ (code-oriented approach) โดยให้องค์กรวิชาชีพสื่อเป็นตัวกลาง และมีการกำกับดูแล 3 ระดับ ประกอบด้วย องค์กรกํากับดูแลภาครัฐ คือ กสทช. ทำหน้าที่กำกับในขั้นสุดท้าย ส่วนองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐจะดูแลการกํากับดูแลกันเองก่อนใน 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 คือ ระดับองค์กรสื่อ (Media Organization) และระดับที่ 2 คือ ระดับองค์กรวิชาชีพสื่อ (Self-Regulatory Organization-SRO)