ในระยะเวลา 48 ปี ทำไมมีเพียง 13 ประเทศที่หลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง”

นักเศรษฐศาสตร์ที่เอาตัวเองออกจากกรอบคิดที่เคยชินแบบเดิมๆ โดยหันมาทำความเข้าใจในเรื่องการเมือง จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ รวมทั้งกลยุทธ์ เพื่อจะหาทางอธิบายว่า ทำไมบางประเทศประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และทำไมบางประเทศจึงล้มเหลว และก็เน้นหนักว่า ไม่มีเหตุผลที่จะมาลบล้างว่า ทำไมประเทศต่างๆ จะเรียนรู้ไม่ได้ในเรื่องความสำเร็จของประเทศอื่น

ยุคที่เศรษฐกิจจะเติบโต ต้องอาศัยนวัตกรรม “มาเลเซีย” จะหลุดจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” หรือไม่

ยุคที่เศรษฐกิจจะเติบโต ต้องอาศัยนวัตกรรม “มาเลเซีย” จะหลุดจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” หรือไม่

กับดักสถาบัน – กับ 6 ประเด็นชวนคิด

กับดักรายได้ปานกลางเป็นกับดักเชิงสถาบันด้วย เพราะไม่ว่านโยบายจะดีเพียงใดย่อมไม่อาจสัมฤทธิผลได้หากปราศจาก “กลไกทางสถาบัน” ที่มีประสิทธิภาพ งานวิจัยที่ผู้เขียนจะนำเสนอเป็นการศึกษาการทำงานของสถาบันในประเทศรายได้สูง 10 ประเทศ ในช่วงไล่กวดทางเศรษฐกิจตั้งแต่ยังมีรายได้ต่ำจนกลายเป็นประเทศร่ำรวย มีประเด็นหลัก 6 ข้อ

“สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” รัฐไทยกับการพัฒนาเศรษฐกิจ (ตอน1): จะโตอย่างมีคุณภาพสู่อุตสาหกรรมขาย”ปัญญา”ได้อย่างไร

เมื่อดูการพัฒนาประเทศไทย จะพบว่าเราใช้โมเดลหนึ่งในการพัฒนา แต่โมเดลนี้นั้นถึงจุดที่ติดขัดไม่สามารถไปต่อได้ โมเดลที่ว่านี้ก็คือ “การพัฒนาอุตสาหกรรมโดยไม่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี…ถ้ายังอยู่ในโมเดลนี้ นอกจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะโตไม่ได้แล้ว จะเกิดความไม่เท่าเทียมสูงด้วยเพราะว่าค่าแรงต่ำ และเมื่อกำลังซื้อภายในต่ำ เศรษฐกิจไทยก็จะอ่อนไหวกับความผันผวนภายในตลาดโลกเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”

ลงทุนการศึกษาเพื่อให้หลุดพ้น “กับดัก”

ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นจึงได้ให้กุญแจ 3 ดอก ในการสร้างความยั่งยืนให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในเอเชีย ได้แก่ (1) มาตรการยกระดับคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ (2) การยกระดับสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจ และ (3) การพัฒนาตลาดการเงินให้เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ โดยประเทศที่พัฒนาแล้วล้วนมีประชากรวัยแรงงานส่วนใหญ่ที่มีระดับการศึกษาสูง ตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่ 7 ใน 10 คน ของประชากรวัยแรงงานมีการศึกษาสูงสุดเพียงแค่ระดับประถมศึกษาเท่านั้น