ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

รัฏฐาธิปัตย์ คือ การยึดเอาอำนาจรัฐมาไว้ที่ตัวเอง ทำตัวเป็นศูนย์กลางของอำนาจรัฐ เช่น หากทหารปฏิวัติ ล้มรัฐบาล ทหารก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์…

คำกล่าวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ผู้ได้รับฉายา "จอมแฉ" แห่งวงการการเมืองไทย ได้โพสข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชูวิทย์ I'm No.5” เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2557

ที่มา: เฟสบุ๊กส่วนตัวของนายชูวิทย์ เมื่อวันที่ 6/04/2557

บริบท

จากคำกล่าวนี้อาจแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้นจะต้องทำการ “ยึดอำนาจ” โดยการให้ความหมาย “รัฏฐาธิปัตย์” ของนายชูวิทย์มีที่มาสืบเนื่องจากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศบนเวที กปปส. เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2557

วิเคราะห์ข้อมูล

ความหมายของรัฏฐาธิปัตย์

ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเด็นอยู่ที่การให้ความหมายคำคำนี้ของนายชูวิทย์ คงต้องไปดูกันว่าจริงๆ แล้วคำว่า“รัฏฐาธิปัตย์” ที่กำลังกลายเป็นวาทกรรมชุดใหม่สำหรับการโจมตีทางการเมืองระหว่างฝ่ายต่างๆ นั้นมีความหมายว่าอย่างไร

ชำนาญ จันทร์เรือง คำให้ความหมาย รัฏฐาธิปัตย์ ผ่านเว็บไซต์ประชาไทว่า ในทางรัฐศาสตร์ รัฏฐาธิปัตย์ (soverign) หมายถึงผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ส่วนจะเป็นใครก็สุดแท้แต่ว่าเป็นผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินหรือของบ้านเมืองใด มีระบอบการปกครองอย่างไร​

ถ้าเป็นในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ รัฏฐาธิปัตย์ คือ พระมหากษัตริย์ ในลัทธิประชาธิปไตย (popular sovereign) ที่ถือว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ตามทฤษฎีสัญญาประชาคม (social contract theory) รัฏฐาธิปัตย์มาจากเจตจำนงของประชาชน มิใช่การแย่งชิงอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชนโดยการใช้กำลังเข้ายึดอำนาจแล้วออกกฎหมายมาบังคับเอากับประชาชน

ส่วนในทางนิติศาสตร์หมายถึงผู้ทำให้เกิดกฎหมายดังที่ จอห์น ออสติน (John Austin) อธิบายว่า กฎหมายคือคำสั่งของรัฏฐาธิปัตย์ การยึดอำนาจทำการปฏิวัติ/รัฐประหาร เมื่อคณะปฏิวัติ/รัฐออกกฎหมายมาบังคับใช้ทำให้คณะปฏิวัติ/รัฐประหาร คือ รัฏฐาธิปัตย์

เช่นเดียวกับความเห็นของ รศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ให้ความเห็นในประเด็น "รัฏฐาธิปัตย์" ผ่านรายการ “ตกเป็นข่าว” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส วันที่ 10 เมษายน 2557 โดยสรุปแล้วหมายถึง "ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในรัฐ" อาจแบ่งได้เป็น 2 วิธีในการได้มาซึ่งอำนาจสูงสุดนั้น คือ

  1. วิธี "ปกติ" ที่เป็นไปตามกระบวนการ ผ่านการ "เลือกตั้ง" ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดก็เป็น "รัฏฐาธิปัตย์"
  2. วิธีที่ทหารออกมาใช้กำลังยึดอำนาจ และสถาปนาตัวเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ก็ถือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" เช่นกัน

ด้าน ศ. ดร.ลิขิต ธีรเวคิน กล่าวไว้ในรายการ คมชัดลึก เมื่อวันที่ 11 เมษายน ว่า “รัฏฐาธิปัตย์” หมายถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินเกี่ยวกับการปกครองบริหาร อันนี้เป็นตัวบุคคลหรือคณะบุคคล ส่วน “อำนาจอธิปไตย” ที่ว่ามาจากประชาชน ที่เรียกว่า “popular sovereignty” นั่นคือฐานแห่งความชอบธรรม ซึ่งต้องอิงประชาชน เช่นประชาชนเป็นคนเลือกตั้งเข้ามา

รัฏฐาธิปัตย์แบ่งเป็น 4 อย่างด้วยกัน คือ รัฏฐาธิปัตย์มาจากกำลัง รัฏฐาธิปัตย์มาจากประเพณี รัฏฐาธิปัตย์มาจากกฎหมายและความมีเหตุมีผล และรัฏฐาธิปัตย์มาจากคุณสมบัติพิเศษคือมีบุญญาธิการ

สรุป

จากข้อมูลข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่า “รัฏฐาธิปัตย์” นั้นหมายถึง ผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ และการจะได้มาซื่งอำนาจสูงสุดนี้มีหลายวิธี รัฏฐาธิปัตย์ที่นายสุเทพพูดถึง เป็นเพียงหนึ่งในหลายความหมายของรัฏฐาธิปัตย์เท่านั้น

ดังนั้นคำกล่าวของนายชูวิทย์ที่ว่า “รัฏฐาธิปัตย์คือการยึดเอาอำนาจรัฐมาไว้ที่ตัวเอง ทำตัวเป็นศูนย์กลางของอำนาจรัฐเช่น หากทหารปฏิวัติ ล้มรัฐบาล ทหารก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์…” ได้แสดงความหมายด้านเดียวของรัฏฐาธิปัตย์ จึงจัดอยู่ในเกณฑ์ “ก้ำกึ่ง”