การเงินที่ยั่งยืน

การเงินที่ยั่งยืน

ในยุคที่สถาบันการเงินทั่วโลกถูกประณามว่าเป็นตัวการก่อวิกฤติ หนุนเสริมการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน วงการสวนกระแสที่ใช้ชื่อรวมๆ ว่า “การลงทุนที่ยั่งยืน” และ “การลงทุนเพื่อสังคม” กำลังเติบโตขึ้นทั่วโลก ไทยพับลิก้าคัดสรรความคืบหน้าและกรณีศึกษาของวงการนี้มานำเสนอ

42 ข่าวในประเด็นนี้

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รับผิดชอบ (3): อำนาจนิยม มหกรรมลดแลกแจกแถม และนวัตกรรม

ประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีใครถามคือ การลดแลกแจกแถมชิงโชคมากๆ เบี่ยงเบนแรงจูงใจของสถาบันการเงินไปผิดทางหรือไม่ เช่น ทำให้หมกมุ่นกับการทำแคมเปญที่เป็นเอกเทศจากผลิตภัณฑ์ แบ่งแยกส่วนการตลาดออกจากส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ความสนใจกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและรับผิดชอบต่อลูกค้าน้อยลง

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รับผิดชอบ (2): การเปิดเผยเงื่อนไขสินเชื่อ

การคำนวณและเปิดเผยเงื่อนไขสินเชื่อ รวมถึง “มาตรฐานขั้นต่ำ” ในการปล่อยสินเชื่อ ควรจะได้รับการอภิปรายอย่างกว้างขวางในสังคมและบัญญัติเป็นกฏเกณฑ์ต่อไป ในฐานะ “กลไกคุ้มครอง” ผู้ใช้บริการทางการเงินซึ่งทวีความจำเป็นขึ้นเรื่อยๆ ในศตวรรษที่ 21

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รับผิดชอบ (1): หลักคิดกับธรรมชาติมนุษย์ (อีกครั้ง)

การให้ความรู้ทางการเงินในฐานะกิจกรรมซึ่งเป็นเอกเทศจากธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการให้คนจัดการเงินเป็น สถาบันการเงินควรออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างรับผิดชอบด้วย นั่นหมายถึงการบูรณาการความรู้ทางการเงินให้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง และรัฐควรกำหนด “ค่าตั้งต้นที่มีเหตุมีผล” สำหรับประชาชน

ธนาคารไทย “นำ” หรือ “ตาม” การพัฒนา?

ธนาคารพาณิชย์ไทยนอกจากจะ “ตามหลัง” การพัฒนาแล้ว ยังมีส่วนตอกตรึงและขยับขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เคยมีบทบาท “นำ” การพัฒนาเอง หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ยิ่งไม่เหลียวแลชนบทไทยเพราะภาครัฐใช้วิธีขอร้องมากกว่าบังคับ

กรณีศึกษา “ธนาคารที่ยั่งยืน” : แซคแบงก์แห่งมองโกเลีย

ตัวอย่างธนาคารที่ดำเนินธุรกิจตามหลัก “ธนาคารที่ยั่งยืน” คือธนาคาร แซคแบงก์ (XacBank) แห่งมองโกเลีย ลูกหลานเจงกิสข่านที่กำลังพยายามล่องกระแสโลกาภิวัตน์ ประเทศที่ราบสูงซึ่งมีประชากรอยู่อาศัยเพียง 1.77 คนเฉลี่ยต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร และยังมีคนจนเกินร้อยละ 30 ของประชากรทั้งประเทศ

ความไว้วางใจ เสถียรภาพ และจรรยาบรรณ : กรณีแจ้งเท็จ LIBOR

กรณีบิดเบือน LIBOR อื้อฉาวเพราะ LIBOR เป็นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงกันทั่วโลก ใช้กับตราสารทางการเงินมูลค่ากว่า 800 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้รวมตราสารอนุพันธุ์ 350 ล้านล้านเหรียญ เฉพาะในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวใช้ LIBOR กำหนดดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย เงินกู้ส่วนบุคคล และสินเชื่อธุรกิจรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านเหรียญ

ห้าระดับของ “การธนาคารที่ยั่งยืน” (sustainable banking)

ทั่วโลกมีสถาบันการเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มุ่งใช้การเงินสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ธนาคารบางแห่งตีโจทย์จากหลัก “ความรับผิดชอบต่อสังคม” แล้วนำรูปธรรมไปกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ บางแห่งประกาศตัวเป็น “ธนาคารสีเขียว” ปล่อยกู้ให้แต่ธุรกิจที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเชิงรุก บางแห่งไปไกลกว่านั้นด้วยการผนึกหลักความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ “วัฒนธรรมองค์กร” สะท้อนผ่านการทำงานของบุคลากรทุกระดับ

การระดมทุนจากมวลชน (crowdfunding): เล็กนั้นงาม และประชาธิปไตยของการเงิน

ในยุคที่สถาบันการเงินตัวกลางอย่างธนาคารกำลังถูกตั้งคำถามจากสังคมดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า “เอื้อสังคม” มากน้อยแค่ไหนอย่างไร บริการระดมทุนจากมวลชนอย่าง Kiva และ Kickstarter ก็กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นเต้น และพิสูจน์ให้เห็นว่า “การเงินชุมชน” นั้นถ้าตั้งใจออกแบบและจัดการอย่างดีก็สามารถโอบอุ้มผู้คนและเอื้อสังคมได้จริง

อุบายสร้างวินัยการออม: การเงินพฤติกรรม 2.0

อุบายหนึ่งที่ใช้ได้ดีมากสำหรับการกระตุ้นให้มนุษย์เงินเดือนสะสมเงินออมได้ คือโครงการ “ออมเพิ่มในวันพรุ่ง” (Save More Tomorrow) คิดค้นโดยนักการเงินพฤติกรรมแนวหน้าของโลกสองคน คือ ชโลโม เบนาร์ทซี กับ ริชาร์ด เธเลอร์ นอกจากนี้ข้อค้นพบของการเงินพฤติกรรมยังถูกนำไปประยุกต์ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง

ส่องโลกไมโครไฟแนนซ์: เงินออมกับสวัสดิการชุมชน

นวัตกรรมทางการเงินที่น่าตื่นเต้นที่สุดกำลังเกิดขึ้นในภาคการเงินขนาดจิ๋วนอกโลกการเงินกระแสหลัก วงการที่มุ่งเน้นการส่งมอบบริการทางการเงินให้กับคนจน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนาม “ไมโครไฟแนนซ์” (microfinance)

1 2 3 4 5