ทพพล น้อยปัญญา

13 ข่าวในคอลัมน์นี้


STO จะมาแทน ICO

STO มาเป็นข่าวดังอีกทีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อผู้บริหารระดับสูงของ ก.ล.ต. ออกมาประกาศแก้ข่าวว่าไม่ได้ห้ามบริษัทไทยที่ตั้งในต่างประเทศขาย STO …โลกดิจิทัลนี้เปลี่ยนแปลงเร็วเกิน ทำให้ผู้เขียนต้องใช้ปัญญาอันมีอยู่น้อยมาสืบค้นหาข้อมูลเพื่อจะได้รู้ว่า STO คืออะไร?

หลอกขาย ICO โดยอ้าง ก.ล.ต.

หลอกขาย ICO โดยอ้าง ก.ล.ต. จน ก.ล.ต. ต้องออกมาปฏิเสธข่าว เป็นการแปลกแต่จริงที่ว่า เมื่อ 2 วันก่อนหน้านั้น ทาง ก.ล.ต. ของสหรัฐอเมริกาที่รู้จักกันดีในชื่อของ SEC ก็ได้ดำเนินคดีกับบริษัทที่ทำ ICO โดยอ้างว่าได้รับอนุญาตจากทางการแล้ว

จะจัดการกับทรัพย์มรดกทางดิจิทัลอย่างไร?

ทรัพย์มรดกทางดิจิทัลเหล่านี้เก็บข้อมูลของเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ข้อมูลส่วนตัว ความคิดเห็นต่อบุคคลอื่น การใช้จ่ายเงิน ฯลฯ คราวนี้เมื่อเราต้องถึงแก่กรรมจากโลกนี้ไป เราจะจัดการบัญชีเหล่านี้อย่างไร?

เขาเก็บภาษีเงินดิจิทัลกันอย่างไร? (ตอนที่ 2)

เงินได้พึงประเมินของทั้งสองกรณีนี้ให้คํานวณหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ พูดมาแค่นี้อย่าเพิ่งดีใจไปคิดว่าธุรกรรมเกี่ยวกับ token หรือเงินดิจิทัลจะเสียภาษีแค่ 15% เพราะเงินภาษีที่ถูกหักไป 15% นี้จะต้องเอาไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ตอนปลายปีอีกทีหนึ่ง ถ้าภาษีที่ได้จากการรวมเงินรายได้ทุกอย่างของผู้เสียภาษีตอนปลายปีทำให้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น เช่น 25% อย่างนี้ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มให้ครบ 25% ไม่ใช่แค่หัก 15% แล้วก็จะจบกัน

เขาเก็บภาษีเงินดิจิทัลกันอย่างไร?

เขาเก็บภาษีเงินดิจิทัลกันอย่างไร? ตอนนี้ร่างพระราชกำหนดดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลก็คงประกาศใช้ทันทีเพราะเป็นพระราชกำหนด ด้วยเหตุที่เป็นเรื่องของการเก็บภาษี ถ้าออกเป็นพระราชบัญญัติธรรมดากว่าจะออกได้ก็คงใช้เวลา คนที่จะเสียภาษีก็คงเตรียมมาตรการไว้หลบเลี่ยงกันหมด เลยต้องออกเป็นพระราชกำหนดที่มีผลบังคับทันที แล้วค่อยเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้การรับรองอีกที

ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม

เราจะคุ้นเคยกับการเอาดาราดังๆ มาโฆษณาสินค้าในทีวี อย่างเช่น กระทะยี่ห้อดัง เป็นต้น อย่างนี้เราก็พอเข้าใจได้ว่าเขาถูกจ้างมาให้โปรโมทสินค้านั้น แต่เดี๋ยวนี้การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างแพร่หลาย ก็จะมีคนหลายคนมาโปรโมทสินค้าผ่านทาง social media ต่างๆ (แต่ทำเป็นไม่ได้โปรโมท) เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีกลุ่มดารา นักแสดง นักร้อง เน็ตไอดอล หรือบุคคลมีชื่อเสียง โพสต์ภาพคู่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์พร้อมๆ กัน (โดยมิได้นัดหมาย?) ตำรวจก็เลยมาเอาเรื่องฐานผิดพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเรื่องเป็นราวกันไป

โทรศัพท์จากคนที่เราไม่รู้จัก

การขายข้อมูลส่วนบุคคล ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในบ้านเรา ตราบนั้นปัญหาของการนำเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้หรือหาประโยชน์ก็คงมีอยู่ต่อไป ข้อมูลของเราก็เหมือนของสาธารณะ ผู้ที่เก็บข้อมูลของเราไปก็ไม่ต้องดูแลรักษาระแวดระวังอะไร จะเอาไปหาประโยชน์ในทางใดก็ได้ กฎหมายยกร่างกันมาเป็น 10 ปีแล้วก็ยังไม่สำเร็จออกมาเป็นกฎหมายเสียที ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกเมื่อไรสิทธิของประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ จะได้รับการคุ้มครองเสียที

Uber: ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า Uber เป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่เฉพาะแต่ในประเทศไทย แต่อีกหลาย ๆ ประเทศในโลก หรือแม้แต่ต้นกำเนิดของ Uber เองก็เกิดขึ้นด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย

การกด like ก็หมิ่นประมาทได้?

การที่เรามีเสรีภาพในการพูดหรือแสดงความคิดเห็นไม่ได้แปลว่าเราแสดงออกได้ทุกเรื่องโดยไม่มีข้อจำกัด ต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้มี Social Media ด้วย หลายคนก็ comment หรือกด like ที่เป็นการหมิ่นประมาทหรือว่าร้ายบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัว มีตัวอย่างเป็นคดีอยู่มากมายในต่างประเทศ

กระทะนี่ลดราคาเยอะจัง น่าซื้ออะ

ที่เมืองนอกการตั้งราคาไว้สูงแล้วลดราคาลงมามีเป็นคดีความหลายคดี เขาถือว่าการตั้งราคาสูงๆ แล้วลดราคาลงมานั้นเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค พอถูกฟ้อง ห้างก็เลยต้องเสียเงินเป็นล้านเหรียญเพื่อยอมความ แต่ในเมืองไทย ผู้ขายสินค้าทำกันสนุกสนาน คงไม่เป็นความผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกระมัง เพราะไม่เห็นมีหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคออกมาว่าอะไร หรือผู้บริโภคของไทยอาจจะฉลาดกว่าฝรั่ง เลยไม่มีเรื่องเป็นคดีความกัน

การถ่ายรูป selfie ในการเลือกตั้ง

การถ่ายรูป selfie นั้นเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ และโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องก็ต้องมีกล้องถ่ายรูป จึงทำให้การถ่ายรูปเดี๋ยวนี้ขยายวงกว้างออกไปอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปคน รูปอาหาร ฯลฯ และยิ่งเมื่อมีสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Instagram และอื่นๆ ก็ยิ่งทำให้มีการถ่ายรูปแล้วก็แชร์ ทำให้รูปภาพเผยแพร่ออกไปมากยิ่งขึ้น การถ่ายรูป selfie แล้วเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ก็เลยกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อมีการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งโดยเฉพาะที่กาแล้วเผยแพร่ออกไป

1 2