สุทธิ สุนทรานุรักษ์

11 ข่าวในคอลัมน์นี้


รู้จักบทบาท Advisory function ขององค์กรตรวจเงินแผ่นดิน

บทบาท Advisory function นับเป็นบทบาทใหม่ที่องค์กรตรวจเงินแผ่นดินหลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญ ทั้งนี้เป้าหมายสุดท้าย คือ การยึดโยงกับประชาชนในฐานะเจ้าของเงินแผ่นดิน

องค์กรตรวจเงินแผ่นดินกับการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

INTOSAI ผลักดันเรื่องนี้โดยเรียกว่า SDGs audit หรือ การตรวจสอบเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน…SDGs audit ได้รับการพัฒนาจากหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของ INTOSAI ซึ่งเรียกว่า INTOSAI Development Initiatives หรือ IDI

การนำ Data Analytics มาใช้ในงานตรวจเงินแผ่นดิน: กรณีศึกษาจาก สตง.อินเดีย

การปรับตัวขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลก ควรเริ่มให้ความรู้เกี่ยวกับ DA กับผู้ตรวจสอบก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้มีความเข้าใจพื้นฐานเรื่องข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการตรวจสอบ รวมถึงความสามารถในจัดกลุ่มข้อมูลแยกแยะประเภทข้อมูลว่าข้อมูลประเภทใดที่สำคัญ ข้อมูลประเภทใดเป็นเพียงข้อมูลสนับสนุน

การปฎิรูปการตรวจเงินแผ่นดินจีนยุค สี จิ้นผิง

การปฎิรูปการตรวจเงินแผ่นดินจีนนับเป็นก้าวสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมจีนที่มี สี จิ้นผิง เป็นแม่ทัพใหญ่

การปรับตัวขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกในศตวรรษที่ 21

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอภาพการปรับตัวขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 เพราะนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ องค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกต่างปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

จีนกับการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน (ตอนจบ)

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ (Central Commission for Discipline Inspection) หรือ CCDI หน่วยงานปราบปรามทุจริตของจีน เปิดเผยข้อมูลว่า ในปี ค.ศ. 2015 เจ้าหน้าที่รัฐเกือบ 300,000 คน ถูกลงโทษด้วยข้อหาคอร์รัปชัน นับเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบหลายปี หลังจากมีการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันในจีน

จีนกับการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน (ตอนที่ 1)

การปรับกระบวนทัศน์โดยนำ Real Time Audit มาใช้นั้น ทำให้ สตง.จีนสามารถตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการได้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด รั่วไหล และเฝ้าระวังตักเตือนหน่วยงานที่ใช้งบประมาณแผ่นดินให้ “คุ้มค่า” มากที่สุด

แนวทางป้องกันทุจริตในร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่

ร่างกฎหมายฉบับนี้บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุไว้ชัดเจน โดยหนึ่งในเหตุผลที่ปรากฏในคำอธิบายร่างกฎหมายคือ เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

พัฒนาการของกฎหมายปราบปรามการทุจริตหลังปี 2542

การปรับปรุงกฎหมาย ป.ป.ช. อาจไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าอัตราการทุจริตในสังคมไทยจะลดลง เพราะหากกระบวนการปราบปรามการทุจริตยังเป็นไปอย่าง “ล่าช้า” ไม่ทันกาล ย่อมจะกลายเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ตัดสินใจจะกระทำผิดสามารถเลือกตัดสินใจทุจริตต่อโดยไม่เกรงกลัวโทษที่รุนแรงขึ้น

พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี ’56 อย่าให้ความโปร่งใสเป็นเพียงคำหรู ๆ ในกฎหมาย (ตอนที่ 2)

กฎหมาย PPP ฉบับใหม่ นับเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อปิดช่องว่างและขจัดอุปสรรคที่พบจากการบังคับใช้กฎหมาย PPP ปี 35 โดยกฎหมาย PPP ปี 56 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการ มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ทำหน้าที่หน่วยงานธุรการ รวมทั้งกฎหมายฉบับนี้เพิ่มข้อบัญญัติใหม่ๆ เข้ามา เช่น คณะกรรมการนโยบาย PPP แผนยุทธศาสตร์ PPP รวมถึงกองทุนส่งเสริมการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ (กองทุน PPP)

พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี ’56 อย่าให้ความโปร่งใสเป็นเพียงคำหรูๆ ในกฎหมาย (ตอนที่ 1)

ด้วยความที่โครงการ PPP เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีมูลค่าโครงการสูง เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายกลุ่ม ทำให้มีโอกาสเกิดแรงจูงใจในการคอร์รัปชันได้ง่ายตั้งแต่ระดับผู้กำหนดนโยบายไปจนถึงระดับผู้ปฏิบัติ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเสนอว่า เพื่อเป็นการลดแรงจูงใจดังกล่าว จึงควรมีมาตรการต่อต้านทุจริตเพื่อลดแรงจูงใจในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากโครงการ PPP และในอนาคตข้างหน้า โครงการประเภท “ผีจับยัด”ที่ยังขาดรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือแสดงตัวเลขผลประโยชน์โครงการชนิดที่ไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้ ก็จะถูก “พิจารณา” จากคณะกรรมการนโยบาย PPP แล้วชั้นหนึ่งว่าสมควรดำเนินการหรือไม่