ณัฐวุฒิ เผ่าทวี

103 ข่าวในคอลัมน์นี้


Is Midlife Crisis Real? หลักฐานของมรสุมชีวิตช่วงวัยกลางคน

คุณผู้อ่านว่าคนเราน่าจะมีความสุขกับชีวิตมากที่สุดตอนที่เรามีอายุสักประมาณเท่าไหร่ ตอนที่เรายังเป็นเด็กหรือวัยรุ่นอยู่ หรือว่าตอนช่วงวัยกำลังทำงานและมีครอบครัวแล้ว หรือว่าช่วงที่เรากำลังแก่ตัวลงและอายุได้สักประมาณหกสิบถึงเจ็ดสิบปีขึ้นไป

“ฉันไม่ใช่ชาลี” เเละพฤติกรรม groupthink

ปัญหาสำคัญๆ ส่วนใหญ่ในโลกของเรานี้ไม่ใช่ปัญหาที่มีคำตอบเป็นเเค่ดำหรือขาวเสมอไป เราจึงควรที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการหยุดคิด หรือเเปลเป็นภาษาอังกฤษก็คือการ pause for thought ให้มากขึ้นเเทนที่จะทำการประณามการกระทำเหล่านี้ ผมจึงคิดว่าความสามารถของคนเราในการที่จะหยุดเพื่อทบทวนความคิดเเละความรู้สึกที่เรามีต่อปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกข้างนั้นเป็นความสามารถที่พิเศษเป็นอย่างยิ่ง เเละเป็นความสามารถที่เราควรจะเสริมสร้างให้กับคนรุ่นใหม่ตั้งเเต่ยังเป็นเด็กเพื่อที่เขาจะได้ไม่ตกไปเป็นเหยื่อของพฤติกรรม groupthink ในอนาคต

เปลี่ยนพฤติกรรมเพิ่มความสุข (1): ลืมเสียเถิดกับเจ้าต้นทุนจมทั้งหลาย

sunk cost fallacy คือการที่คนเรายังยอมลงทุนไปกับสิ่งที่จะให้ผลเสียกับเรามากกว่าผลประโยชน์ที่เราจะได้กลับคืนมาจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพียงเพราะเราเสียดายกับต้นทุนจมที่ลงไปเเล้วเท่านั้นเอง อย่างเช่นการฝืนดูหนังที่เเย่ๆ จนจบหรือการที่เรากินมากจนเกินไปจนทำให้อึดอัดเวลาที่ไปกินอาหารบุฟเฟ่ต์ พูดง่ายๆ เป็นภาษาอังกฤษก็คือการ “Throw good money after bad” นั่นเอง

ใครๆ ก็เป็นนักวิชาการอิสระได้

ถึงเเม้ว่าการปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอย่างนี้เกิดขึ้นกับตัวผมไม่บ่อยครั้งนัก (เพราะว่านักข่าวที่เขียนมาขอสัมภาษณ์ผมส่วนใหญ่นั้นจะทำการวิจัยเบื้องต้นมาก่อนเเล้วว่าผมนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอะไรเเละสามารถคอมเมนต์เรื่องอะไรได้บ้าง) เเต่ก็เป็นที่รู้ๆ กันในหมู่นักวิชาการที่นี่ว่าหนึ่งในความรับผิดชอบในหน้าที่ของนักวิชาการที่เเท้จริงก็คือ เราควรที่จะออกสื่อเเค่ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของเราเท่านั้น

เศรษฐศาสตร์เเละจิตวิทยาของความเกลียดชัง

ในสังคมปัจจุบันของคนเรา อะไรคือรากฐานของความเกลียดชังของเราที่มีต่อคนอื่น เเละอะไรที่ทำให้คนหลายคนถึงสามารถยอมรับได้กับความไม่เท่าเทียมกันของคนเเละการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมกับคนที่เราไม่ชอบ

นโยบายคืนความสุขของคนในชาติในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์ความสุข

เศรษฐศาสตร์ความสุขไม่ใช่เรื่องอะไรที่ใหม่ ที่ทำงานของผมที่ London School of Economics รวมทั้งสำนักงานคณะรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษต่างก็ได้ให้ความสนใจกับการวิจัยในเเขนงนี้มานานกว่าสิบปี ตัวผมและนักวิจัยในสายเศรษฐศาสตร์ความสุขคนอื่นๆ ที่นี่ต่างก็มีความมุ่งมั่นที่คล้ายๆ กัน นั่นก็คือการที่จะนำผลของการวิจัยของเราไปใช้ในการเเนะนำรัฐบาลอังกฤษในการออกเเบบนโยบายความสุขของคนในประเทศนี้

ถ้าจะแก้ปัญหาคอร์รัปชันประเทศไทย ในแนวนักเศรษฐศาสตร์การประพฤติ เราควรต้องทำอย่างไร

กระบวนการของการตัดสินใจของคนเราส่วนใหญ่ว่าจะเลือกที่จะโกงดีหรือไม่โกงดีนั้นถูกกำหนดด้วยแรงจูงใจง่ายๆ ที่ขัดแย้งกันอยู่สองอย่าง แรงจูงใจอย่างแรกก็คือคนเราทุกคนต้องการที่จะคิดกับตัวเองว่า เราเป็นคนดี เป็นคนที่ซื่อตรง (พูดง่ายๆ ก็คือเราสามารถที่จะมองกระจกได้โดยไม่อายตัวเอง) ส่วนเเรงจูงใจอย่างที่สองก็คือ คนเราทุกคนต่างก็อยากที่จะได้กำไรจากการโกงระบบ โกงตลาด โกงคนอื่นกันทั้งนั้น ซึ่งเเรงจูงใจอันนี้เป็นมาตรฐานแรงจูงใจของหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปนะครับ (เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวอะไรมันมากถ้าลึกๆ แล้วตัวคุณเองก็มีแรงจูงใจอันนี้อยู่)

1 7 8 9