SDGs จากผืนดิน

SDGs จากผืนดิน

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งปร […]

15 ข่าวในคอลัมน์นี้


วิกฤติโควิดกับจุดเปลี่ยนของชุมชนท้องถิ่น

วิกฤติโควิด นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดพื้นที่ใหม่ทั้งที่เป็นโอกาสและสิ่งท้าทาย ชุมชนท้องถิ่นต่างๆ นักพัฒนาสังคม นักวิชาการ ภาคเอกชน ภาครัฐ ควรอาศัยสถานการณ์นี้การทบทวนความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าของวิกฤติเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทบทวนความล้มเหลวของการแก้ปัญหาเพื่อกลับไปแบบเดิมซึ่งได้รับการพิสูจน์หลายครั้งว่าล้มเหลว ชุมชนท้องถิ่นมีแต่จะยิ่งอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ

บทเรียนเพื่อการปรับระบบการเมืองจากวิกฤติ COVID 19

วิกฤติ COVID-19 สร้างหายนะและความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติว่าเราจะอยู่รอดต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ วิกฤติคราวนี้เป็นบทเรียนให้สังคมโลกและไทยต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพราะแม้หากเราจะผ่านไวรัสนี้ไปได้ อนาคตก็อาจจะเจอโรคระบาดใหม่ๆ หรือภัยพิบัติใหม่ เช่น โลกร้อน ที่จะทำให้สังคมมนุษย์ล่มสลายในที่สุด สังคมโลกและไทยต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง เริ่มต้นจากบทเรียนทางการเมือง

การเมืองแห่งความหวังในการเผชิญโลกร้อน

ไม่ว่าซ้ายหรือขวาหรือตรงกลาง ล้วนล้มเหลวทั้งสิ้น ไม่มีแนวคิดทางการเมืองการปกครอง หรือโครงสร้างทางเศรษฐกิจใดที่สามารถยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือสร้างโลกที่ยั่งยืนได้

รัฐล้มเหลว สังคมแตกสลาย ในภาวะสิ่งแวดล้อมปั่นป่วน

ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่มีกระบวนการให้ประชาชนได้ร่วมปรึกษาหารือ ถกแถลงเพื่อแสวงหาทางเลือกที่ยอมรับร่วมกัน สร้างพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม ออกแบบแนวทางการพัฒนา ทดลองจัดการปัญหา โครงสร้างการพัฒนาที่ผูกขาดโดยรัฐราชการไทยไม่เพียงทำลายศักยภาพของรัฐเองในการจัดการปัญหา ยังปิดกั้นประชาชนที่จะสร้างทุนทางสังคมในการเรียนรู้จัดการปัญหาของตนเอง

กู้วิกฤติโลกร้อน ด้วยพลเมืองที่ตื่นรู้ สู้เพื่อเปลี่ยนโครงสร้าง

ความหวังในการกอบกู้โลกให้พ้นวิกฤติโลกร้อนจึงอยู่ที่การสร้างพลเมืองที่ตื่นรู้ต่อสู้สภาวะโลกร้อน ที่พร้อมปรับพฤติกรรมลดการปล่อยก๊าซ และร่วมในการขับเคลื่อนเกิดเป็น climate strike ทั้งในท้องถิ่น ประเทศ และทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนโยบายการจัดการพลังงาน อุตสาหกรรม ให้มีความรับผิดชอบและสร้างความเป็นธรรมในการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้ นำเอาสิทธิ เสรีภาพ ความเป็นธรรม ซึ่งก็คือประชาธิปไตยของประชาชนต่อสภาวะอากาศกลับคืนมา

การแบน 3 สารเคมีกับย่างก้าวสำคัญของขบวนการพลเมืองอาหาร

การเปลี่ยนแปลงเชิงกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ไม่ได้มาจากนักวิชาการเกษตร นักวิทยาศาสตร์ หรือนักเศรษฐศาสตร์ใดๆ แต่มาจากเกษตรกรรายย่อยหลายคนที่ล้มเหลวจากเกษตรเคมี ต้องหาทางรอดของชีวิต เกิดการเรียนรู้ถึงขั้นก้าวข้ามกระบวนทัศน์มาสู่กระบวนทัศน์เชิงนิเวศ

เอางานวิจัย “ลงหิ้ง” แบบไหนจึงจะขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะได้

พลังทางปัญญาที่เปลี่ยนแปลงโลกไม่เคยขึ้นไปบน “หิ้ง” จึงไม่ต้อง “ลงหิ้ง” ดังนั้นสถาบันส่งเสริมวิชาการต่างๆ สามารถออกจากโครงสร้างความรุนแรงได้ด้วยการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การสร้างการวิจัยนโยบายสาธารณะเสียใหม่ ด้วยการไม่สร้างระบบวิจัยที่แยกขาดออจากสังคม แต่ควรมุ่งส่งเสริมระบบ กระบวนการปัญญาสาธารณะขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

ภูมิอากาศวิทยา ปัญหาการเมืองของความรู้สภาวะโลกร้อน

พลังทางวิชาการของภูมิอากาศวิทยาจะมีความหมายเมื่อใช้อธิบายปัญหาความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบกฎหมาย นโยบาย โครงการที่ทำลายนิเวศและฐานทรัพยากรของประชาชน อธิบายบทบาทคุณค่าของชุมชน พลเมืองที่ปกป้องนิเวศ อาหาร สิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้กอบกู้โลกจากสภาวะโลกร้อน และตีแผ่ให้เห็นความไม่เป็นธรรมในการใช้นิเวศและภาระสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมที่ประชาชนแบกรับ

สภาวะหลังอาณานิคมที่ไม่หลุดพ้นของการป่าไม้ไทย

การที่ขบวนการจัดการป่าของประชาชนถดถอยต่อเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การติดกับดักการแบ่งแยกของรัฐ การถูกปิดล้อมให้ตัดขาดความเชื่อมโยงกับสาธารณะให้เป็นเรื่องปัญหาเฉพาะกลุ่ม ไม่เชื่อมโยงป่าไม้กับปัญหาประเทศทั้งเรื่องความยากจน หนี้สิน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่เกี่ยวกับการฟื้นฟูโลกร้อน การสร้างความมั่นคงอาหาร เพิ่มพื้นที่สีเขียว และอื่นๆ ทำให้โครงสร้างอำนาจรัฐไม่ถูกปรับเปลี่ยน ยังคงตรึงระบบอำนาจนิยมมาตั้งแต่ยุคสมัยอาณานิคมทางปัญญา

ร่วมกัน Endgame ทุนนิยมความมั่นคงอาหารที่สร้างหายนะต่อโลก

แม้โลกและไทยยังเผชิญปัญหาความอดอยาก หิวโหย และทุกขโภชนาการจนต้องเป็นเป้าหมายสำคัญใน SDGs แต่ระบบทุนอาหารกลับทำให้โลกเรามีอาหารเหลือทิ้งราว 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตได้ และอาหารเหลือทิ้งเหล่านี้มีส่วนสร้างก๊าซเรือนกระจกราวร้อยละ 30

1 2