ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > “SCB 10X” ลงทุนใน “Sunday Ins Holding” บริษัทแม่ “เคเอสเค ประกันภัย” ที่เติบโตก้าวกระโดด

“SCB 10X” ลงทุนใน “Sunday Ins Holding” บริษัทแม่ “เคเอสเค ประกันภัย” ที่เติบโตก้าวกระโดด

11 มิถุนายน 2021


ข่าวประชาสัมพันธ์

“SCB 10X” ลงทุนใน “Sunday Ins Holding” บริษัทแม่ของ “เคเอสเค ประกันภัย” บริษัทประกันภัยที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

ในเวลาเพียง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในธุรกิจการประกันสุขภาพ โดยได้ขยายสัดส่วนการตลาดของประกันสุขภาพ คิดเป็น 2.3% จากส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งหมด (ไม่รวมประกันชีวิต) ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ให้สามารถรองรับการทำงานแบบดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ และการวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อรุกตลาดประกันสุขภาพ

บริษัท เคเอสเค ประกันภัย ก่อตั้งโดยบริษัท เคเอสเค กรุ๊ป ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา บริษัทได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ซันเดย์ อินส์ โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีและการเงินที่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบริษัท ซันเดย์ อินส์ โฮลดิ้ง นี้ยังเป็นผู้ถือหุ้นในซันเดย์ บริษัทอินชัวร์เทคแนวหน้าของประเทศไทยอีกด้วย โดยบริษัท ซันเดย์ อินส์ โฮลดิ้ง สามารถดึงนักลงทุนชั้นนำระดับโลกและนักลงทุนชั้นนำภายในประเทศมาเสริมความแข็งแกร่งให้แก่องค์กร หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) บริษัทโฮลดิ้งคอมพานี ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท LINE Ventures ซึ่งเป็นหน่วยงานลงทุนภายใต้บริษัท LINE Corporation (ภายหลังได้ควบรวมกิจการกับบริษัท Yahoo ประเทศญี่ปุ่นเป็นบริษัท Z Venture Capital)

ตามรายงานของสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานทางธุรกิจของปี พ.ศ. 2563 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเบี้ยประกันภัยรับโดยรวมเติบโตขึ้น 90% ถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในปี เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดการประกันวินาศภัย ตอบรับความต้องการของตลาดที่มีความต้องการการประกันสุขภาพแบบดิจิทัลและบริการด้านสุขภาพทางแบบเสมือนจริง (Virtual) มากขึ้น ตั้งแต่ปี 2561 บริษัทได้กำหนดนโยบายในการบริหารงานใหม่ทั้งหมด เพื่อให้รองรับ Ecosystem ของการดูแลสุขภาพ เช่น ระบบการประกันสุขภาพรายกลุ่มและรายเดี่ยว ระบบการประกันภัยรถยนต์แบบรายเดี่ยวและสำหรับองค์กร โดยบริษัทสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดทำให้เกิดการขยายสัดส่วนทางการตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว การจัดทำระบบการเคลมแบบ Cashless การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์อาการป่วยมาใช้ การจัดตั้งบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Teleconsultation) บริการจัดส่งยาตามใบสั่งยาจากแพทย์

นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาระบบที่ให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบ และจัดการข้อมูลการเคลมได้อีกด้วย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะบริษัทมีการผลักดันนโยบายการทำงานร่วมกับบริษัท InsurTech โดยบริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) เป็นเพียงไม่กี่บริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการทำงานร่วมกับบริษัท InsurTechs และนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการด้านประกันภัย อาทิ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI / Machine learning) มาคำนวณความเสี่ยง และการสร้าง Microservices ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการรับประกันภัย โดยกลยุทธ์การทำงานร่วมกับ บริษัท InsurTechs นี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงดูดให้นักลงทุนชั้นนำให้เข้ามาร่วมลงทุน ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายตลาดได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และยั่งยืน

โดยบริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) ได้วางแผนกลยุทธ์และมองหาบริษัท InsurTechs ที่สนใจเข้ามาร่วมพัฒนาดิจิทัลโซลูชัน การให้บริการสุขภาพและบริการเกี่ยวกับการคมนาคมเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดประกันสุขภาพอย่างน้อย 15% ภายใน 5 ปี โดยบริษัท เคเอสเค ประกันภัย จะมุ่งเน้นกลยุทธ์เพื่อให้บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการได้ตามความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง ที่มีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ (Urban diseases) รวมถึงการให้บริการที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตแบบ New normal โดยบริษัทได้มุ่งเป้าไปยังได้มีลูกค้าทั้งองค์กรชั้นนำในประเทศ และต่างประเทศจากหลากหลายอุตสาหกรรมรวมถึงภาคธุรกิจ SMEs

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่ากลยุทธ์การให้บริการประกันภัยที่สู้กันด้วยราคาอย่างเดียวจะไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพที่ราบรื่นกว่าเดิม และการให้บริการแบบ Cashless ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในทุกรูปแบบของการประกันภัย

เจซ แธม กรรมการบริหารและผู้อำนวยการแผนกสินไหม บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

เจซ แธม กรรมการบริหารและผู้อำนวยการแผนกสินไหม บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้กำหนดแนวคิดการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์องค์กรแบบดิจิทัลเป็นวาระการประชุมสูงสุดของบริษัท และเราได้ทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มตั้งแต่ระดับผู้บริหาร ที่จะต้องทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลงไปสู่ระดับผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากเราได้เห็นพฤติกรรมและความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคหลังเกิดการระบาดอย่างหนักของไวรัส COVID-19 โดยเราได้ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในวงการประกันภัย ที่สามารถตอบรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ โดยใช้เทคโนโลยีและระบบข้อมูลที่สามารถช่วยเหลือผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เราคาดการณ์ว่าในอนาคตคู่แข่งในตลาดไม่ว่าจะเป็นระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับโลก จะต้องมุ่งเน้นทำธุรกิจที่ลงลึกมากขึ้นในเรื่องต่างๆ เช่น การให้บริการด้านสุขภาพและการคมนาคมขนส่ง โดยเราเชื่อว่า เคเอสเค อยู่ในตำแหน่งที่สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดการขยายธุรกิจได้ในยุคดิจิทัลนี้ โดยไม่ไปแย่งส่วนแบ่งทางตลาดกับบริการประกันภัยแบบเดิมที่เราให้บริการอยู่”

พร้อมกล่าวต่อ”เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับผู้ถือหุ้นที่เชื่อมั่นในกลยุทธ์ของเรา แม้ว่าประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาประชากรสูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น (Aging population) แต่เราเชื่อว่าผู้บริโภคยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และเราพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงวงการประกันภัยให้ไปสู่การให้บริการแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ”

โดยก่อนหน้าปี 2561 นั้น บริษัท เคเอสเค กรุ๊ป จากประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียงผู้เดียวและรายได้หลักของบริษัทมาจากเบี้ยประกันรถยนต์เหมือนกับบริษัทประกันวินาศภัยอื่นๆ แต่หลังจากปี 2561 เป็นต้นมา บริษัทได้ขยายทุนเพิ่มขึ้น ทำให้ดึงดูดผู้ถือหุ้นรายใหญ่ระดับโลกเข้าร่วมทุน เช่น Vertex Ventures SEA and India บริษัทลงทุนในเครือ Temasek Holdings ของสิงคโปร์ บริษัท Quona Capital, บริษัท LINE Ventures, บริษัท SCB 10X และ บริษัท OSK-SBI Private Equity Ventures เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นผู้รับประกันภัยดิจิทัลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขยายกลุ่มบริษัทในเครือในระดับภูมิภาคให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยกลุ่มบริษัทเหล่านี้ประกอบไปด้วยบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลและเทคโนโลยี บริษัทประกันภัยและนายหน้า และบริษัทผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ

นางมุขยา พานิช Chief Venture and Investment Officer บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด

นางมุขยา พานิช Chief Venture and Investment Officer บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะที่เราเป็นนักลงทุนที่มองหาบริษัทที่สามารถสร้าง Impact ให้แก่วงการ Fintech และผู้ลงทุนในบริษัท ซันเดย์ อินส์ โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท เคเอสเค ประกันภัย และซันเดย์ บริษัทอินชัวร์เทคชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์การทำธุรกิจประกันภัยและการให้บริการด้านสุขภาพแบบดิจิทัลจะเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมหน้าวงการประกันภัยในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการการประกันสุขภาพแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับทั้งสองบริษัทในอนาคต เพื่อช่วยผลักดันการให้บริการแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบสำหรับธุรกิจประกันภัยต่อไป”

SCB 10X invests in Sunday Holdings whose subsidiary,KSK Insurance, is the fastest growing insurer

KSK Insurance (Thailand) PCL has climbed up market ranking within the non-life health insurance market space, gaining 2.3% market share of gross written premiums in only a couple years spearheaded by its digital transformation and its health growth strategy. Since 2018, the Company, founded by KSK Group, has now become a subsidiary of Sunday Ins Holdings, a financial and technology investment holding company based in Singapore. Sunday Ins Holdings also holds Sunday, a leading insurtech company based in Thailand, and has continuously attracted investments from global and local institutions including SCB 10X (a holding company of Siam Commercial Bank) and LINE Ventures (part of Line Corporation which operates Thailand’s most popular LINE messaging application, and recently merged with Yahoo Japan to become Z Venture Capital).

According to TGIA, Thailand General Insurance Association, KSK Insurance (Thailand) grew its gross written premium by 90% in 2020, fastest in the non-life insurance market, building its growth on increasing demand for health insurance and virtual insurance and healthcare services in Thailand. Since 2018, the company has a fresh direction to scale its business supporting important ecosystems for example, employee health benefits & retail health coverages and motor coverages for individuals & corporates. Service differentiation has been key for the company in driving such rapid growth, including partnership with insurtechs to integrate virtual and cashless primary care services including symptom checker, teleconsultation, medication delivery and offering virtual insurance coverage and claims management. In support of such successful scale in partnering with leading insurtechs, the company is one of the very few insurers regionally to have found significant growth from transformation of its core underwriting and claims operations adopting artificial intelligence / machine learning and microservices platforms. Digital adoption and integration with insurtechs and ecosystem partners are key to its investment strategy that will lay the groundwork for sustainable and continuous growth. The company has a 5-year roadmap to be a digital insurer differentiated via insurtech solutions especially within the digital healthcare service and transportation sector, targeting more than 15% market share in the non-life health insurance market. Focus will be on being a truly adaptable insurer that meets consumer demands for long-term primary care and increasing urban diseases under the new normal.

Building on its growing clients base with an active track record of serving local and global-branded SMEs and large enterprises in multiple industries nationwide, the company believes that consumers and corporates will look beyond competitive premiums quoted but for comprehensive care services to be accessible seamlessly and cashless through their smartphones for all types of coverages.

“To implement effective and impactful digital strategy means to have this as a key management agenda for every company. At KSK, we have been working intensively to make this happen starting from our management team being change agents ourselves. We have seen how the pandemic altered risk landscapes and accelerated consumer behaviours. KSK wants to lead the insurance industry to be more adaptable in meeting these new demands through delicate human touch coupled with data and technology. We foresee that business and service models of insurers globally and locally will change as we expect new competitors in the industry and as insurers encroach deeper into selected verticals for example, healthcare and transportation. This is a big investment for any insurer including us. At KSK, we believe we are in a unique position to build rapid growth in this digital era with minimal cannibalisation. We are humbled by and appreciate our global and local shareholders who continue to believe in our growth and path to profitability. Although Thailand is an ageing population, we believe it is ripe for more advanced digital adoption and we are prepared to lead the insurance industry in its digital transformation.” Jess Tham, Executive Director and Head of Claims of KSK Insurance (Thailand) PCL.

Prior to 2018, KSK Group from Malaysia was the sole foreign shareholder in the company with the majority of the company’s revenue derived from motor insurance aligned with many other non-life insurance players. Since then, the company continues to enlarge its foreign capitalization table at its regional holding company, Sunday Holdings. Sunday Holdings has been attracting heavy-weight shareholders from venture-capital arm of Singapore’s Temasek Holdings, Vertex Ventures SEA and India, Quona Capital, LINE Ventures, SCB 10X and OSK-SBI Private Equity Ventures, in support of transforming itself into a digital insurer. The company now also belongs to a wider group of affiliated companies regionally comprising data and technology, insurtech and brokerage, and healthcare service providers.

“We are always looking for companies who are creating remarkable impact in the fintech industry. KSK Insurance (Thailand), which partners with Sunday, a leading InsurTech in Southeast Asia, has shown us that track record scaling significantly. As an investor of Sunday Ins Holdings, we believe in Sunday’s and KSK Insurance (Thailand)’s direction on digital innovation with the potential to mark a new milestone for the way to serve insurance products and services to the market going forward starting with healthcare. We look forward to working closely with the team at Sunday and KSK Insurance (Thailand) to push the entire industry into the digital direction.” Mukaya Panich, Chief Venture and Investment Officer at SCB 10X.