ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ไทยพาณิชย์ จับมือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หนุน SME Go Green

ไทยพาณิชย์ จับมือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หนุน SME Go Green

15 มีนาคม 2021


ข่าวประชาสัมพันธ์

ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ (ซ้าย)อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และนางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมลงนาม

ธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกพันธมิตร กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ประกาศความร่วมมือสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี(SME) ไทยเปลี่ยนผ่านกระบวนการผลิตสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ยกเครื่องด้านพลังงานเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้กับธุรกิจ โดยผนึกศักยภาพของทั้งสององค์กรบูรณาการความช่วยเหลือและให้การสนับสนุนที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเครือข่าย พพ. และลูกค้า SME ธนาคารไทยพาณิชย์ รวมกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมทั้ง ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีการประหยัดพลังงาน สิทธิประโยชน์และความช่วยเหลืออื่นๆ และเครือข่ายธุรกิจ ตลอดจนการสนับสนุนทางด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ (Sustainable Financing) และโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Efficiency Improvement) โดยให้วงเงินสูงสุดถึง 100% ของมูลค่าโครงการ ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 7 ปี (รวมระยะเวลาปลอดเงินต้น 1 ปี) ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เตรียมอัดฉีดวงเงิน 8,000 ล้านบาทในปี 2564 หนุนเอสเอ็มอีเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า พพ. ได้มีมาตรการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ โดยเฉพาะการจูงใจด้วยการส่งเสริมผ่านมาตรการด้านการเงินทั้งในรูปแบบของการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงิน ภายใต้โครงการเงินหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยสถาบันการเงิน การให้เงินสนับสนุนการลงทุนบางส่วนผ่านโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการให้เงินอุดหนุนผลประหยัดพลังงานแบบให้เปล่าผ่านโครงการส่งเสริมการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยการอุดหนุนผลประหยัดทั้งด้านไฟฟ้าและความร้อน

ทั้งนี้ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ในบางส่วน โดยในวันนี้ พพ. ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเพื่อเสริมศักยภาพในการประกอบธุรกิจ โดยการให้ข้อมูลในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการบริหารความเสี่ยงการลงทุน การผลักดันแนวทางหรือมาตรการให้การสนับสนุน ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ภายใต้โครงการความร่วมมือและทรัพยากรที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้พลังงานเป็นตัวขับเคลื่อน

นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และผู้บริโภคสีเขียว (Green Consumer) เกิดขึ้นควบคู่กันอย่างเข้มข้นขึ้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนและก้าวให้ทันเทรนด์ที่เกิดขึ้นเพราะจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันมีข้อเท็จจริงที่ชี้ให้เห็นว่าการปรับกระบวนการผลิตสู่แนวทางอนุรักษ์พลังงานสามารถช่วยลดต้นทุนได้ 20 – 30% และยังช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย นับเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ช่วยสมดุลให้กับธุรกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวไปพร้อมกัน

ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้ผนึกความร่วมมือกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผสานศักยภาพของแต่ละฝ่ายร่วมกันผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพัฒนากระบวนการผลิตไปสู่แนวทางการรักษ์โลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียวสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกประเภทธุรกิจ ไม่เพียงเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยทั้งระบบเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และ พพ. ครอบคลุมพันธกิจด้านต่างๆ ดังนี้ ด้านองค์ความรู้การอนุรักษ์พลังงาน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้ผ่านการจัดกิจกรรมสัมมนา จัดอบรมเชิงปฏิบัติ รวมทั้งช่องทางอื่นๆ ที่เครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั้งสององค์กรสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะมีการแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบต่างๆ ระหว่างกัน ด้านสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการ ผ่านมาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต ตลอดจนมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ด้านการเงิน ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ (Sustainable Financing) และโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Efficiency Improvement) จากธนาคารไทยพาณิชย์ โดยให้วงเงินสูงถึง100% ของมูลค่าโครงการ ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 7 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป

โดยธนาคารได้เตรียมวงเงินรองรับความต้องการสินเชื่ออนุรักษ์พลังงานจำนวน 8,000 ล้านบาทในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ได้อนุมัติสินเชื่อในโครงการนี้ไปแล้วจำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท และด้านเครือข่ายธุรกิจ เปิดโอกาสให้เครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั้งสององค์กรได้มีเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์การเป็นคู่ค้าในการลงทุนระบบพัฒนาประสิทธิภาพด้านพลังาน และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจอื่นๆ ซึ่งเป็นการขยายเครือข่ายการค้าและช่วยเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน