ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ไทยยูเนี่ยน ติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ 7 ปีซ้อน

ไทยยูเนี่ยน ติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ 7 ปีซ้อน

23 พฤศจิกายน 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทอาหารทะเลชั้นนำของโลก ติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยมีกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก

ไทยยูเนี่ยน ได้คะแนนที่ 99 เปอร์เซ็นไทล์ด้านความยั่งยืนโดยรวม ขณะที่ได้คะแนนที่ 100 เปอร์เซ็นไทล์ใน 10 หัวข้อคือ 1) การสรุปประเด็นที่มีนัยสำคัญ 2) การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต 3) จรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงาน 4) การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน 5) การบริหารจัดการด้านนวัตกรรม 6) สุขภาพและโภชนาการ 7) การรายงานด้านสิ่งแวดล้อม 8) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในเรื่องน้ำ 9) การรายงานด้านสังคม และ 10) สิทธิมนุษยชน

บริษัทยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้วโดยมีคะแนนรวมเพิ่มขึ้น และคว้าอันดับ 2 ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า “การทำงานด้านความยั่งยืนเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยนมาเป็นเวลานาน และผมมีความภาคภูมิใจอย่างมากที่เราประสบความสำเร็จตลอดการทำงานในเรื่องนี้ เราสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลก และเรามีความตั้งใจที่จะไม่รอช้า โดยจะทำงานอย่างต่อเนื่องในการกำหนดมาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนร่วมอุตสาหกรรมดำเนินการตาม”

ไทยยูเนี่ยนได้รับเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน และเป็นบริษัทอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลกในปี 2561 และ 2562 และเมื่อเร็วๆ นี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับดัชนี FTSE4Good Emerging Index เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และได้อันดับ 1 ในดัชนี Seafood Stewardship Index (SSI) จาก 30 บริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดทั่วโลก ซึ่งประเมินจากการทำงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยองค์การสหประชาชาติ (UN SDGs)

ดร. แดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมกิจการองค์กรและความยั่งยืน ของไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า “ตอนที่เราเปิดตัวกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ในปี 2559 เรามีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะไม่เพียงเปลี่ยนวิธีการทำงานด้านความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยนเท่านั้น แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลกอีกด้วย เรามีความภูมิใจอย่างมากที่ได้รับการยอมรับอีกครั้งสำหรับความสำเร็จของเรา แต่เรายังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ รวมถึงการกำหนดเป้าหมายใหม่ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) ในเรื่องการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของเราที่จะปกป้องมหาสมุทรของโลก”

ในแต่ละปี SAM จะประเมินแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัท (Corporate Sustainability Assessment: CSA) โดยมีบริษัทมากกว่า 7,300 แห่งทั่วโลกที่ได้รับการประเมิน โดยการประเมินดังกล่าวจะเน้นทั้งความยั่งยืนเฉพาะอุตสาหกรรมและข้อมูลทางการเงิน

บริษัทได้จัดทำรายงานความยั่งยืนประจำปี 2562 เมื่อต้นปี ชูความสำเร็จในด้านความยั่งยืน ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ที่มีการพัฒนาต่อยอด รายงานฉบับนี้ยังเป็นกรอบการทำงานของไทยยูเนี่ยนใน 4 หัวข้อหลักของกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ได้แก่ โครงการแรงงานที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย โครงการด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ โครงการการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และโครงการดูแลชุมชน โดยเนื้อหาโครงการต่างๆ ดำเนินสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยองค์การสหประชาชาติ ในหัวข้อการยุติความหิวโหย การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่กลยุทธ์ SeaChange® ได้ทำงานขับเคลื่อนมากว่า 5 ปี ได้ ที่นี่


เกี่ยวกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลของโลก ซึ่ง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

วันนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตปลาทูน่าในบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายต่อปีมากกว่า 126,275 ล้านบาท (4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 44,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ทั่วโลก ประกอบด้วย แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Rügen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ซีเล็ค ฟิชโช คิวเฟรช โมโนริ เบลลอตต้า และมาร์โว่

จากพันธกิจในการเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนเปิดตัวกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® และดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยตลอด จนส่งผลให้ไทยยูเนียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2557 และในปี 2562 ไทยยูเนี่ยนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยได้รับเลือกเป็นบริษัทอันดับ 1 ของกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน นอกจากนี้ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับดัชนี FTSE4Good Emerging Index เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และได้รับอีกหลากหลายรางวัลสำหรับการเป็นผู้นำในการทำงานด้านความยั่งยืน