ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > เคแบงก์ ส่ง K PLUS ก้าวข้ามดิสรัปชัน จับมือแบรนด์ยักษ์ใหญ่กว่า 50 แบรนด์ ดันยอดใช้จ่ายออนไลน์โต 43%

เคแบงก์ ส่ง K PLUS ก้าวข้ามดิสรัปชัน จับมือแบรนด์ยักษ์ใหญ่กว่า 50 แบรนด์ ดันยอดใช้จ่ายออนไลน์โต 43%

12 พฤศจิกายน 2020


นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

เคแบงก์ ส่ง K PLUS ก้าวข้ามดิสรัปชัน จับมือแบรนด์ยักษ์ใหญ่แล้วกว่า 50 แบรนด์ ดันยอดใช้จ่ายออนไลน์โต 43%

กสิกรไทยย้ำความแข็งแกร่งของ K PLUS ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัล แบงกิ้ง ก้าวข้ามดิสรัปชันด้วยยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตร่วมกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่กว่า 50 แบรนด์ในการพัฒนา “Digital Lifestyle Ecosystem” อย่างต่อเนื่อง เกิดรูปแบบบริการใหม่ของ K PLUS ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าผ่านช่องทางของพันธมิตรต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้งานฟีเจอร์กลุ่มใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์ (Online Lifestyle Payment) เพิ่มสูงขึ้น 43% เทียบกับปีที่แล้ว ตอบโจทย์ความหลากหลายของการใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ ตั้งเป้ามีลูกค้าใช้งาน K PLUS รวม 15 ล้านรายในปีนี้ โดยเป็นลูกค้าใหม่ 1.6 ล้านราย และมีปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินรวมทุกประเภทกว่า 2,900 ล้านรายการ

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา K PLUS ได้พัฒนาเพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้าง “Digital Lifestyle Ecosystem” เต็มรูปแบบ โดยธนาคารได้นำศักยภาพด้านดิจิทัล แบงกิ้ง และความเชี่ยวชาญในการให้บริการโซลูชันทางการเงินอย่างครบวงจร มาทำงานร่วมกับพันธมิตรธุรกิจชั้นนำระดับโลก ที่มีสินค้าและบริการที่ลูกค้าใช้เป็นประจำทุกวัน เชื่อมโยงให้ K PLUS ไปอยู่ทุกที่ที่ลูกค้าต้องการใช้จ่ายทุกรูปแบบในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ลูกค้าทำได้เอง ง่าย ๆ สะดวก ต่อเนื่องไม่มีสะดุด และปลอดภัย ไม่ต้องสลับหน้าจอ จบได้ภายในแอปที่ลูกค้าใช้เป็นประจำทุกวัน

ปัจจุบันมีลูกค้าล็อกอินเข้าใช้งาน K PLUS มากถึง 4 ล้านคนต่อวัน มีปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินประมาณ 10 ล้านรายการต่อวัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 50% ของปริมาณธุรกรรมการเงินทั้งหมดของประเทศ ยุทธศาสตร์สำคัญคือ การทำให้ K PLUS เป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งและครบวงจรมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงและตอบโจทย์ทุกคนที่อยู่ใน Digital Lifestyle Ecosystem ทั้งลูกค้า พันธมิตรชั้นนำ และธุรกิจต่าง ๆ ศักยภาพดังกล่าวจะนำไปสู่โอกาสในการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ และสร้างโอกาสธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ ให้กับธนาคาร โดยยุทธศาสตร์สำคัญประกอบด้วย

1.ขยายเครือข่ายพันธมิตรรายใหญ่ทั้งระดับโลกและระดับประเทศ ในรูปแบบ Open Banking API ผ่านโครงสร้างเทคโนโลยี ‘Powered by KBank’ เชื่อมโยงบริการระหว่างธนาคารกับลูกค้าของกลุ่มพันธมิตรให้ใช้งานได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องออกจากแอป จบได้ในแอปเดียว ปัจจุบันมีพันธมิตรชั้นนำที่เชื่อมต่อ API กับระบบธนาคารกว่า 50 แบรนด์ เช่น กลุ่มซูเปอร์แอป Grab และ LINE กลุ่มอี-คอมเมิร์ซ เช่น Lazada และ Shopee กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ เช่น Central JD FINTECH และ JD Central กลุ่มธุรกิจพลังงาน เช่น PTTOR และ Blue CONNECT สถาบันการศึกษา เช่น โครงการ CU Nex จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2.ศักยภาพของบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ บน K PLUS และสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางเทคโนโลยีให้กับธนาคาร โดยธนาคารและ KBTG ได้ดำเนินการวางโครงสร้างด้านเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมทางการเงินปริมาณมหาศาลให้มีความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของ K PLUS ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

3.เพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้กับ K PLUS ด้วยการเชื่อมต่อกับนวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์โดย KBTG เพื่อทำให้ธนาคารเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เช่น ขุนทอง โซเชียล แชทบอท (Social Chatbot) บนแพลตฟอร์ม LINE ช่วยจัดการธุรกรรมการเงินขนาดย่อม (Micro-transactions) ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบรวมกลุ่มตั้งกรุ๊ป LINE เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กินข้าว เก็บเงินเที่ยว โดยลูกค้าสามารถผูกบัญชี K PLUS กับขุนทอง ช่วยให้การเก็บเงินชาวแก๊งค์เป็นเรื่องง่าย

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเรื่องใหม่ของ K PLUS ด้วยคอนเซปต์ #ชีวิตจริงใช้จริง ใช้ความเรียลในชีวิตของคนใช้ K PLUS จริง เพื่อตอกย้ำว่า K PLUS เป็นแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตจริงของทุกคน ก้าวล้ำด้วยการจับมือกับแพลตฟอร์มระดับโลกในการพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้การใช้ชีวิตของลูกค้าทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์สะดวก ง่าย ปลอดภัย ไม่มีสะดุด ตอบรับไลฟ์สไตล์นิวนอร์มอล (New Normal) ที่คนส่วนใหญ่หันมาช้อปปิ้งออนไลน์ สั่งอาหารเดลิเวอรี เล่นเกมออนไลน์ และหลีกเลี่ยงการใช้เงินสด เช่น ฟีเจอร์โอนจ่ายสะดวกด้วยการแชร์ QR ผ่าน LINE, ช้อปออนไลน์จ่ายสะดวกผ่านแชทบน Facebook Messenger, เติมเงินใช้บริการของซูเปอร์แอป Grab, เติมเงินเกม Garena ผ่าน www.termgame.com โดยฟีเจอร์ในกลุ่มดังกล่าวมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 43% เทียบกับปีที่แล้ว และมีปริมาณการทำธุรกรรมตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2563 รวมกว่า 394 ล้านรายการ

ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายมีลูกค้าใช้งาน K PLUS รวม 15 ล้านราย โดยเป็นลูกค้าใหม่ 1.6 ล้านราย และมีปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินรวมทุกประเภทกว่า 2,900 ล้านรายการ ในปีนี้

KBank pushes K PLUS to overcome digital disruption through partnership with more than 50 big brands, prompting online lifestyle payment to grow 43 percent

As a leading digital banking service provider, KASIKORNBANK (KBank) has solidified K PLUS to overcome digital disruption through its strategy of building a “Digital Lifestyle Ecosystem” among more than 50 partner brands. This partnership allows K PLUS to take part in customers’ everyday life via its partners. Thanks to this synergy, online lifestyle payment via the various features of K PLUS partners has recorded growth of 43 percent YoY. Given that K PLUS can seamlessly meet the digital lifestyle needs of customers, KBank aims to see the number of K PLUS customers reach 15 million within this year. Of this figure, 1.6 million would be new customers, and the total number of financial transactions is expected to surpass 2,900 million.

Mr. Patchara Samalapa, KBank President, said that K PLUS has been upgraded to an important platform in creating a full-fledged “Digital Lifestyle Ecosystem” over the course of three years. In so doing, KBank has used its digital banking capability and expertise in offering complete financial solutions to collaborate with the world’s leading business partners, so that their products and services – which are used daily by customers – are linked with K PLUS. The move is intended to allow K PLUS users to purchase products and services from our partners, both online and offline, anywhere and anytime, with greater convenience and security, and without the need to switch screens.

Presently, up to 4 million users log in to K PLUS to conduct approximately 10 million financial transactions per day. This figure accounts for 50 percent of the country’s total financial transactions. KBank’s important strategic goal is to upgrade K PLUS to a solid and comprehensive platform that can link with and meet the needs of everyone in the “Digital Lifestyle Ecosystem”, including customers, leading partners and various businesses. This capacity will provide opportunities for KBank to attract more customers and create new business models. Key strategies to achieve this include:

1)Expanding our networks with leading domestic and global partners, based on the Open Banking API via the ‘Powered by KBank’ technology linking KBank’s services with customers of our partners, so that they can automatically use our services with a single application. Currently, there are over 50 leading brands that have linked their API with KBank’s system. They include super apps like Grab and LINE, e-commerce groups such as Lazada and Shopee, giant retailers like Central JD FINTECH and JD Central, energy groups such as PTTOR and Blue CONNECT, as well as educational institutions, such as Chulalongkorn University’s CU NEX Project.

2)Maximizing the potential of Kasikorn Business-Technology Group, or KBTG, in developing various technologies on K PLUS and building a network of technological partners affiliated with KBank. In addition, KBank and KBTG have established the technological infrastructure with the potential to securely store a huge amount of financial transaction data and thus support the anticipated growth of K PLUS.

3)Creating new opportunities for K PLUS through connection with financial innovations created by KBTG to grant KBank access to customers’ preferred lifestyles, for instance, the KhunThong Social Chatbot on the LINE platform which helps to manage micro-transactions, and in so doing, meet the demands of younger generations who have an affinity for setting up LINE groups to participate in activities like sharing meals, saving money for travel, etc. Customers can link their K PLUS account to KhunThong to better manage their team savings.

Recently, KBank unveiled K PLUS’s newest documentary-style commercial under the concept “#reallife real living, experience the authenticity of a K PLUS user’s life” – to solidify K PLUS as a brand that permeates every aspect of real life, and to stay ahead through collaboration with world-class platforms that continually develop new features to deliver convenience, ease, security and uninterrupted services to their customers’ lives, both online and offline. These features correspond to New Normal lifestyles wherein a majority of people have switched to online shopping, online food delivery and online gaming, altogether avoiding the use of physical cash. Notable transactions include funds transfer/payment by QR code sharing via LINE, online shopping via Facebook Messenger, top-up for the super app, Grab, and Garena game top-up via www.termgame.com. Online lifestyle payment via these features has grown by an average of 43 percent compared to last year, with a volume of 394 million transactions from January to October 2020.

KBank has set a target of 15 million K PLUS users, including 1.6 million new users, and a total volume of 2,900 million financial transactionsof every category, by the end of this year.