ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > “อินฟินิธัส บาย กรุงไทย” ก้าวสู่โลก Invisible Banking เต็มรูปแบบ

“อินฟินิธัส บาย กรุงไทย” ก้าวสู่โลก Invisible Banking เต็มรูปแบบ

14 พฤศจิกายน 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 นายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย รองประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย และประธานกรรมการ บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด, นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย, นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางประราลี รัตน์ประสาทพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงาน digital solutions และรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด ร่วมเปิดตัว บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ Innovation Lab ชั้น 3 อาคารนานาเหนือ ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่

นายผยงกล่าวว่า ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ และเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ธนาคารได้เตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่ digital economy โดยพัฒนาแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การให้บริการทางการเงินและยุทธศาสตร์ที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์คู่ขนาน 2 banking model แบ่งเป็น แบบเรือบรรทุกเครื่องบิน (carrier) ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม เช่น การดูแลธุรกิจคุณภาพสินเชื่อ การเร่งปรับกระบวนการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการ โดยเน้นการต่อยอดธุรกิจจากลูกค้าของคู่ค้าในทุกภาคส่วน และแบบเรือเร็ว (speed boat) ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้ง บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด (Infinitas by Krungthai) ที่จะเป็นเรือเร็วออกหาโอกาสดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ มีลักษณะการทำงานแบบ resilient & agile ที่ยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน โดยมุ่งเน้นการคิดค้นนวัตกรรมที่เชื่อมโยง 5 ecosystems ของธนาคาร ต่อยอดความสำเร็จจากฐานข้อมูลจำนวนมากที่จะใช้ประมวลผลให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ลดต้นทุนการดำเนินการและสร้างรายได้ให้กับธนาคารได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้สามารถฝ่าฟัน perfect storm ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุภารกิจที่ตั้งไว้

“ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน ยุคแห่งการแข่งขัน ยุคแห่การทำลายล้างด้วยเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำตัวเราเองให้เป็น resilient (ยืดหยุ่น) ให้มีกระบวนการทำงานที่เรียกว่า agile (คล่องตัว) มีวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์ ผมอยากจะเน้นย้ำว่า ถ้าเราดูแลตัวเองไม่ได้อย่างแข็งแรง เราก็ไม่สามารถดูแลคนอื่นได้เช่นเดียวกัน นั่นแปลว่าตัวธุรกิจหลักของธนาคารที่สั่งสมมากว่า 50 ปี ต้องมีความเข้มแข็ง แข็งแรง กระดูกจำเป็นต้องแข็งแรง ตัวกล้ามเนื้อจำเป็นต้องสมบูรณ์ เลือดลมจำเป็นต้องไหลผ่านหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้ตัวยานแม่ หรือเรือบรรทุกเครื่องบินของเรา คือธุรกิจหลักของธนาคาร มีความเข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยพลังภาพที่จะยึดโยงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” นายผยงกล่าว

ขับเคลื่อนด้วย 2 บิสซิเนสโมเดลควบคู่การทำกำไรเหมาะสม

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังมุ่งเน้นทำกำไรที่เหมาะสมและตอบโจทย์สนับสนุนคนไทยทุกภาคส่วน แม้ตัวยานแม่คือ “ธุรกิจแบบดั้งเดิม” มีภารกิจมากมาย แต่ธนาคารก็มีความจำเป็นต้องมีแบนด์วิดท์ ทรัพยากร และมีถนนหนทางที่จะเดินก้าวเข้าสู่โลกในอนาคต เพื่อที่จะไปค้นหาค้นคว้าค้นให้เจอและสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ให้กับธนาคารกรุงไทย นั่นคือ “บริษัทอินฟินิธัส” ภายใต้บริบทของการก้าวเข้าสู่ Thailand Digital Economy โดยมีพันธมิตรหลัก คือ รัฐบาล ส่งผลให้วันนี้ระบบของธนาคารกรุงไทยตอบโจทย์การให้บริการและเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย 40 ล้านคนแล้ว

ยิ่งภายใต้ในสถานการณ์โควิด ยิ่งเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องได้รับการช่วยเหลือ ต้องการเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ทุกอายุทุกระดับชั้นรายได้ สอดคล้องกับพันธกิจของธนาคารที่ว่า “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพราะฉะนั้น ภารกิจของธนาคารจึงจำเป็นต้องมองข้ามการเป็นเพียงผู้ให้บริการทางการเงิน ก้าวสู่อนาคตแห่งโลก invisible banking

“กิจกรรมธนาคารจะไม่ใช่กิจการหลักอีกต่อไป กิจกรรมของธนาคารจะเป็นกิจกรรมเสริมกิจกรรมหลักของการดำรงชีวิตของมนุษยชาติ นั่นคือสิ่งที่เราพูดตลอดเวลาของการก้าวเข้าสู่ invisible banking การสร้างแพลตฟอร์มการสร้างองคาพยพให้สามารถดำเนินธุรกิจดังกล่าวที่ประกาศได้อย่างชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เรามุ่งเน้นสร้างสิ่งที่เรียกว่า Thailand open digital platform เราไม่มีคำว่า แบงกิงอยู่ในสมการหลัก แต่แบงกิงจะฝังอยู่ทุกอณูที่เราคิด และนั่นคือภารกิจของเรา Thailand open digital economy”

อินฟินิธัส รวมพล 300 คน สร้างนวัตกรรมการเงินไร้ขีดจำกัด

นางประราลีกล่าวเสริมว่า ธนาคารกรุงไทย โดย บริษัท กรุงไทย แอดไวซ์เซอรี่ จำกัด (KTBA) จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ภายใต้พนักงานที่มาจากธนาคารกรุงไทยจำนวน 300 คน มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา innovations & digital platforms ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ open banking, digital banking service, data as a services รวมถึง digital solutions อย่างเต็มรูปแบบ เป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้กับองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงไทยและบริษัทในเครือ ลูกค้าของธนาคารทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน รวมถึงการเชื่อมต่อกับ partner ทางธุรกิจต่างๆ

“ด้วยวิสัยทัศน์ infinite innovation ที่ยึดมั่นในการทำงานแบบ fail fast, learn faster มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้คิดค้นนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องแบบไร้ขีดจำกัด เช่น แอปพลิเคชันเป๋าตัง, ถุงเงิน, วอลเล็ต สบม. ที่สร้างความแตกต่างมาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ จะมีทั้งการต่อยอด การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ได้ทุกที่ ทุกเวลา เฉลียวฉลาดด้วยระบบ AI & ML (artificial intelligence & machine learning) บนโครงสร้างระบบเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น คล่องตัว มีเสถียรภาพและความปลอดภัย” นางประราลีกล่าว

นอกจากนี้ อินฟินิธัสยังทีมงานที่มีดีเอ็นเอเดียวกันในการคิดค้น พัฒนา ต่อยอด และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและประทับใจให้กับลูกค้าและประชาชน เพื่อก้าวเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

นางประราลีกล่าวต่อว่า ภารกิจของอินฟินิธัสจะนำบริการทางเงินไปฝังไว้ในชีวิตประจำวันในทุกมิติ เช่น health platform, tourist platform, capital market platform ซึ่งนำไปสู่การขับเคลื่อน Thailand Digital Economy ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านนายสมคิดกล่าวว่า โลกอนาคตจะเป็นการเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญคือ การไม่ต้องปรากฏตัวในการแสดงตัวตน แสดงเอกสาร และการเข้าสู่อุตสาหกรรมไร้ขอบเขตที่ไม่มีพรมแดน เป็นการสร้างบริการที่สนองตอบความต้องการของผู้บริโภคได้แบบทันที ทันควัน แม้แต่การทำธุรกรรมทางการเงิน ก็จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเสนอบริการแบบองค์รวมที่ตอบโจทย์ของลูกค้าได้ดีขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างโครงสร้างใหม่ของการให้บริการที่ขยายตัวได้รวดเร็ว และมีโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้

สำหรับโครงสร้างใหม่นี้จะสามารถเอื้อประโยชน์ต่อให้กับลูกค้าและพันธมิตรโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี และจะเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดกว้างให้มีผู้เข้าร่วมบริการที่หลากหลาย ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ สร้างความสามารถในการขยายตัวไปสู่บริการในภูมิภาคได้ต่อไป

นายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของอินฟินิธัส บาย กรุงไทย มุ่งเน้นการมีส่วนช่วยประเทศในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน รวมถึงป้องกันการคอร์รัปชัน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ซึ่งที่ผ่านมา แอปพลิเคชันเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยได้มีส่วนในการสร้างความโปร่งใสในระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ผ่านโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่เน้นการการกระจายรายได้ และความช่วยเหลือต่างๆ สู่ภาคประชาชนอย่างถูกต้อง

นับตั้งแต่ระบบการยืนยันตัวตนผู้เข้ารับบริการ เช่น health ID ในแอปพลิชันเป๋าตัง และระบบชำระค่าบริการทั้งตามสิทธิตาม G-wallet รวมถึงส่วนเพิ่มที่อยู่นอกเหนือสิทธิ์ได้ทันที ซึ่งช่วยเน้นทั้งความสะดวกและความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง

“ไกรฤทธิ์-ผยง” แจงปมร้อน ย้ำ “กรุงไทย” เป็นเครื่องมือของรัฐ

สำหรับกรณีสำนักงานกฤษฎีกาตีความว่า ธนาคารกรุงไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2562 นั้น นายไกรฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะตีความว่าเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ใช่ก็ตาม แต่ไม่ได้ทำให้การทำงานของธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนแปลง เพราะกรุงไทยยังเป็นกิจการที่ถือหุ้นโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ขณะที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูถือเป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ธปท. ถือเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ

“ส่วนการทำงานของธนาคารกรุงไทย เนื่องจากเป็นกิจการของรัฐ ก็ไม่ได้ทำให้การทำงานของเราผิดปกติไป เพียงแต่ว่า การตีความว่า “ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ” ตาม พ.ร.บ.งบประมาณปัจจุบัน ก็เนื่องมาจาก 1. กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบ 2. กฎหมายการพัฒนาและกำกับรัฐวิสาหกิจ ปี 2562 ที่มีการเปลี่ยนแปลง นำมาซึ่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูไปถามให้ชัดเจนว่าเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ ซึ่งตอนนี้เขาก็ชี้มาว่า ตามกฎหมายงบประมาณไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแต่เรายังเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ เพราะธนาคารยังเป็นกิจการที่ถือหุ้นโดยหน่วยงานของรัฐ” นายไกรฤทธิ์กล่าว

ดังนั้น กระทรวงการคลังยังใช้ธนาคารกรุงไทยเป็นเครื่องมืออยู่ และยังส่งผู้บริหารเข้ามานั่งเป็นกรรมการ และบริหารธนาคารกรุงไทยผ่าน พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

“กองทุนเพื่อการฟื้นฟูถือหุ้นธนาคารกรุงไทยเป็นเช่นนี้มาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งไม่ใช่เพิ่งปีที่แล้ว แต่เนื่องจากประเทศมีการพัฒนามีการเปลี่ยนกฎหมาย ที่ทำให้คำจำกัดความในกฎหมายนั้นๆเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็นำมาซึ่งการตีความ แต่การถือหุ้นของธนาคารกรุงไทยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยยังมีผู้ถือหุ้นเหมือนเดิม และยังเป็นหน่วยงานของรัฐที่ถือหุ้น และเป็นธนาคารที่ทำเพื่อรัฐ” นายไกรฤทธิ์กล่าวย้ำ

นายผยงกล่าวว่า ทางธนาคารกรุงไทยมีฝ่ายกฎหมายภายใน ซึ่งกำลังพยายามทำความเข้าใจกับกฎหมายฉบับดังกล่าวที่เพิ่งได้รับหนังสือตีความมาเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2563 และได้มีพูดคุยประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง นำโดยกระทรวงการคลัง และกองทุนเพื่อการฟื้นฟู

“ตัวหนึ่งที่อยากให้เห็นภาพ คือ กิจกรรมต่างๆ ของธนาคารกรุงไทย ไม่ได้พึ่งงบประมาณแผ่นดิน เป็นเพียงเรื่องของการถือหุ้นของหน่วยงานของรัฐ ที่เราใช้เงินแผ่นดิน เพราะฉะนั้น การทำกิจกรรมของธนาคารกรุงไทย คือ การทำกิจกรรมของธนาคารพาณิชย์ ไม่ว่าสวัสดิการ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ออกมาจากกิจกรรมของธนาคาร ไม่ได้ไปอาศัยงบประมาณแผ่นดิน ผมอยากให้เข้าใจหลัก เรามีหลายบริบทของตัวกฎหมาย ทำให้เราเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่” นายผยงกล่าว

นายผยงกล่าวต่อว่า ในด้านการขับเคลื่อนของกิจกรรมธนาคารพาณิชย์นั้น ธนาคารกรุงไทยมีใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ชัดเจนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเหมือนกับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่แตกต่างกันออกไป ซึ่งกำหนดนโยบายตามผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามบริบทของแต่ละธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารกรุงไทยก็ไม่ได้แตกต่างกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ

“จึงไม่อยากให้ยึดโยงเรื่องนี้จนเลยเถิด เพราะตอนนี้มีข่าวมากมาย ผมก็พยายามระมัดระวังการให้ข้อมูลมาก เมื่อมีความชัดเจนมาก ผมจะออกมาให้ข้อมูล” นายผยงกล่าว

นายผยงกล่าวย้ำว่า สำหรับธนาคารกรุงไทย ที่เป็นองค์กรเป็นสถาบันหลักในการช่วยคนไทยโดยองค์รวมตามพันธกิจที่ทำมาหลายสิบปี และบริษัทอินฟินิธัสก็เป็นสิ่งที่ธนาคารกรุงไทยได้ประกาศอยู่ในโรดแมปไว้เมื่อ 2-3 ปีก่อน จึงอยากย้ำว่า บริบทธนาคารกรุงไทยยังเดินบนโรดแมปเหมือนเดิม ด้วยความมุ่งมั่นและมีความชัดเจนว่า ตอบโจทย์คนไทยทุกภาคส่วนโดยไม่ต้องร้องขอ เพราะธนาคารทราบถึงการมีส่วนร่วมของธนาคารกรุงไทยกับสังคมเศรษฐกิจของประเทศอยู่ตลอดเวลา