ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > การเคหะออกพันธบัตรเพื่อสังคม 6.8 พันล้าน ทำ “บ้านดีขายกลุ่มผู้มีรายได้น้อย” จองซื้อ 22 ก.ย.63

การเคหะออกพันธบัตรเพื่อสังคม 6.8 พันล้าน ทำ “บ้านดีขายกลุ่มผู้มีรายได้น้อย” จองซื้อ 22 ก.ย.63

21 กันยายน 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

การเคหะแห่งชาติออกพันธบัตรเพื่อสังคม วงเงิน 6.8 พันล้านบาทแบ่งเป็น 3 รุ่นอายุให้เลือกลงทุน “5 ปี -10 ปี –15ปี” รับดอกเบี้ย10.2% ต่อปี ,1.64% และ 1.90% ตามลำดับ เพื่อพัฒนาโครงการบ้านดีราคาถูกให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ส่วนธนาคารออมสินเป็นผู้จัดจำหน่ายเริ่มเปิดจองซื้อ 22 ก.ย.63เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมงานแถลงข่าวและลงนามในสัญญาการจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติ ระหว่างการเคหะแห่งชาติและธนาคารออมสิน โดยมี นายเอด วิบูลย์เจริญ ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ Mr.Hideaki Iwasaki, Thailand Country Director, Asian Development Bank และ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมในการแถลงข่าวดังกล่าว

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะได้ออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond)วงเงินไม่เกิน
6,800 ล้านบาท ถือเป็นครั้งแรกของรัฐวิสาหกิจไทย เพื่อรีไฟแนนซ์การลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยทั้งประเภทเช่า เช่าซื้อ และซื้อที่มีระดับราคาที่รับภาระได้ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 11 การทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์มีความยั่งยืน ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ซึ่งจะมีประชาชนประมาณ 13,569 ครัวเรือน หรือประมาณ 54,000 คน ได้รับประโยชน์จากการออกพันธบัตรในครั้งนี้

ทั้งนี้ การออกพันธบัตรดังกล่าว มี 3 ชุดคือ รุ่นอายุ 5 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.02% ต่อปี รุ่นอายุ 10 ปี วงเงิน 2,800 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.64% ต่อปี และรุ่นอายุ 15 ปี วงเงิน 3,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1.90% ต่อปี
กำหนดออกพันธบัตรในวันที่ 23 กันยายน 2563 ซึ่งการออกพันธบัตรเพื่อสังคมในครั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าจาก Asian Development Bank ทำให้การออกพันธบัตรเป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Capital Markets Association (ICMA) และ ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และในปี 2564 กคช. ตั้งเป้าหมายการออกพันธบัตรเพื่อสังคม หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนเพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

โดยที่นักลงทุนยังได้ผลตอบแทนทางการเงินที่เหมาะสมซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการคลังที่สนับสนุนการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล(ESG Bond) ที่สนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจออกพันธบัตรเพื่อสังคมพันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน เพื่อนำเงินที่ระดมทุนได้มาพัฒนาประเทศตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ทั้ง 17 เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ
ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกได้ให้การรับรองและคำมั่นในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่าสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้คัดเลือกให้ธนาคารออมสินเป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติพ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 6,800 ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย โดยเปิดให้นักลงทุนแสดงความจำนงแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 และจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 22 กันยายน 2563 นี้

สำหรับธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่มีบริการทางการเงินครบวงจรรวมถึงการให้บริการธุรกรรมทางการเงิน
เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือตราสารหนี้ต่างๆทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรของภาครัฐที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปลงทุนและพัฒนาหลากหลายโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคมในภาพรวมที่สำคัญเป็นหนึ่งในกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

โดยที่ผ่านมาธนาคารออมสินถือเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรรัฐวิสาหกิจในระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งการเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย
พันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะในครั้งนี้ นอกจากเป็นการให้บริการทางการเงินดังกล่าวแล้วยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่มุ่งเน้นการทำภารกิจด้านสังคม หรือ Social Bank เช่นเดียวกัน

ด้านนายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงนโยบายการออกพันธบัตรของการเคหะแห่งชาติในปี 2564 เพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติได้มีแผนการระดมทุนในรูปแบบการออกพันธบัตรเพื่อสังคม หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) เป็นการจัดหาแหล่งเงินทุนในต้นทุนที่เหมาะสมเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการบ้านเคหะสุขประชาซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับนโยบายให้จัดสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน 100,000 หน่วย ในระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 – 2569 โดยจัดสร้างปีละ 20,000 หน่วย และส่งมอบในวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้แก่ผู้สูงอายุผู้พิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ
และประชาชนที่มีรายได้น้อยรวมถึงผู้บุกรุกในพื้นที่สาธารณะได้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติมีแผนการออกแบบและก่อสร้างโครงการให้เป็นไปตามเกณฑ์ ECO-VILLAGE ของ กคช. หรือมาตรฐานการประหยัดพลังงาน เช่น บ้านเบอร์ 5 ที่การเคหะแห่งชาติร่วมดำเนินการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย