ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ปตท. แถลงผลการดำเนินงานครึ่งปี 2563 ส่งสัญญาณเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ปตท. แถลงผลการดำเนินงานครึ่งปี 2563 ส่งสัญญาณเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทย

19 สิงหาคม 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ปตท. แถลงผลการดำเนินงานครึ่งปี 2563 Q2 ปรับเพิ่มขึ้นจาก Q1 ส่งสัญญาณเดินหน้าธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ส่งผลกับระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทย ที่อยู่ในระยะผ่อนคลายขึ้น แต่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด จึงทำให้เศรษฐกิจปี 2563 ทั้งปีคาดว่าจะไม่ปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปตท. จึงได้วางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยจัดตั้งศูนย์ PTT Group Vital Center เพื่อรักษาเสถียรภาพมั่นคงทางพลังงาน ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีของไทย นำคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจกลับเข้าสู่การดำเนินงานในสภาวะปกติให้ได้โดยเร็วที่สุด และยังคงนโยบายทางการเงินอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 12,053 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 13,607 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ จำนวน 1,554 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2563

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อย ลดลงจากช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เนื่องจากสงครามราคาน้ำมัน สภาวะอุปทานล้นตลาดของน้ำมันดิบ ประกอบกับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี 2563 เป็นจำนวน 10,499 ล้านบาท ลดลง 44,751 ล้านบาท จากในครึ่งแรกของปี 2562 ทั้งนี้ ในปี 2562 กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้ให้รัฐทั้งในรูปเงินปันผลและภาษีเงินได้จำนวน 70,259 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2544-2562 นำส่งรายได้ให้รัฐทั้งในรูปเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมประมาณ 9.6 แสนล้านบาท

ด้านทิศทางธุรกิจและแผนการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กลุ่ม ปตท. ได้ออกแบบธุรกิจรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next normal ทั้งธุรกิจปัจจุบันและโอกาสธุรกิจใหม่ รวมไปถึงการลงทุนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปรับพอร์ตการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานระยะยาวด้วยการขยายธุรกิจไปสู่การประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลวครบวงจร เพื่อไปสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านพลังงาน อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) แพลตฟอร์มอัจฉริยะในการบริหารจัดการพลังงาน (Smart Energy Platform) และ สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ซึ่งที่ผ่านมา ปตท. ร่วมกับพันธมิตร ได้ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ แล้ว 2 แห่ง คือ ทรู ดิจิทัล พาร์ค และ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รวมถึงมีแผนขยายเพิ่มเติมในพื้นที่ ที่มีศักยภาพต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศ

“ปตท. จึงมุ่งเน้นการปรับวิถีการดำเนินงาน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักการ Upskill – Reskill – New skill สร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Inside-Out) ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการปรับแนวคิด เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และจัดทีมงานสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจหลักเดิมและทีมงานที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ เสริมด้วย Outside-In เปิดกว้างทางความคิด รับเอาบริบททางสังคม เทคโนโลยี ตลาด และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงมากำหนดรูปแบบธุรกิจ และสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งรัฐวิสาหกิจ เอกชน ผู้ประกอบการไทย และ SMEs ส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศธุรกิจใหม่ (New Ecosystem) เพื่อร่วมกันส่งต่อคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่ม สู่มือผู้บริโภค” นายอรรถพล กล่าว

ตลอดช่วงที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ยังคงเคียงข้างสังคมไทยโดยสนับสนุนการดำเนินงานสู้ภัยโควิด-19 ในรูปของการสนับสนุนส่วนลดราคา LPG แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดราคาขายปลีกเอ็นจีวี (NGV) ให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ และการสนับสนุนด้านงานวิจัยพัฒนาและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันและเจลแอลกอฮอล์ แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการบริจาคเงินแก่โรงพยาบาล คิดเป็นมูลค่ารวม 861 ล้านบาท

อีกทั้ง ปตท. ยังได้เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจให้สังคมไทย ภายใต้แนวคิด “พลังพัฒนา เศรษฐกิจชุมชน” โดยมุ่งเน้นการสร้างหรือเพิ่มรายได้ให้ชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ผ่าน “โครงการชุมชนยิ้มได้” ด้วยการดำเนินงานใน 3 ด้าน ประกอบด้วย การสนับสนุนช่องทางประชาสัมพันธ์ สร้างการตลาดให้สินค้าชุมชน ผ่านสื่อต่างๆ ของกลุ่ม ปตท. เช่น Facebook Line Website www.ชุมชนยิ้มได้.com เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ชุมชน การกระตุ้นเศรษฐกิจ…ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพชุมชนเครือข่าย ปตท. ด้วยการยกระดับการบริหารจัดการชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงนวัตวิถี เสริมทักษะ…สร้างอาชีพ รวบรวมและเผยแพร่ทักษะ ศักยภาพชุมชน ทั้งด้านเกษตรกรรม การแปรรูปสินค้า และพลังงาน

นอกจากนั้น เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ปตท. ได้ขยายผลโครงการอย่างเป็นรูปธรรม คือ Café Amazon for Chance ร้านกาแฟของผู้ด้อยโอกาสในสังคม อาทิ ผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการเรียนรู้ ผู้สูงวัย ซึ่งผลกำไรจะนำไปใช้ขยายผลสร้างสาขาเพื่อผู้ด้อยโอกาสแห่งต่อไป ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 9 สาขา และตั้งเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มให้ครบ 12 แห่ง ภายในสิ้นปี 2563 และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจ ในความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมพัฒนาโรงงานผลิตยาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงยาได้ในราคาที่จับต้องได้ และเป็นการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไปได้ในอนาคต

ในฐานะรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงพลังงาน โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ปตท. ขอเป็นอีกหนึ่งพลังร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยการผลักดันการดำเนินงานตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนด้วยแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน และระดับประเทศด้วยการเดินหน้าธุรกิจและการลงทุน ตลอดจนผลจากการดำเนินงานจะนำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐทั้งในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อกลับคืนสู่งบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ให้เราสามารถข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

PTT announces operating results in Q2 increases from Q1, indicated a stimulation in Thai business progress, during the global economic slowdown

Today (18 August 2020) – Mr. Auttapol Rerkpiboon, President & Chief Executive Officer, PTT Public Company Limited, revealed that PTT has monitored the situation and assessed the impact of the coronavirus 2019 (COVID-19) epidemic on the global economy and industry, for business sectors and Thai entrepreneurs. Countries around the world still use epidemic control measures, which leads to passive economy with no improvement when compared to the previous year. In order to maintain energy stability, a short and long-term operation plan has been executed through the PTT Group Vital Center, which in turn bringing business partners and business alliances back to operation as planned. Moreover, with the strict financial policy, the performance in the second quarter of 2020 of PTT and its subsidiaries reported an increase of 12,053 million baht due to an increase in net profit of 13,607 million baht compared to a net loss of 1,554 million baht in the first quarter of 2020. However, PTT and its subsidiaries companies half year performances decreased from the first half of 2019 due to the oil price war, oversupply of crude oil and lower demand for refined products and petrochemical products due to the economic slowdown from the impact of the COVID-19 epidemic. Resulting in PTT and its subsidiaries companies the net profit in the first half of 2020 was 10,499 million baht, with a decrease of 44,751 million baht from the first half of 2019. In 2019. PTT group delivered income to the state in the form of dividends and income taxes of 70,259 million baht from 2001 – 2019, totaling about 9.6 hundred billion baht.

In terms of business direction and investment plan, to create a stable and sustainable growth and help drive the country’s economy, PTT Group has designed businesses to support the changes that will become the Next Normal for both current and new business opportunities, including investments for society and the environment. An investment portfolios has been redesigned to better corporate with the potential businesses growth prospects thus in line with long-term energy consumption trends with the expansion of the business to the full-cycle liquefied natural gas business. A target is set to become a key player in the world’s liquefied natural gas market. PTT also aims for investing in renewable energy and technologies such as Energy Storage System (ESS), Smart Energy Platform, and EV Charging Station. Currently, PTT EV Charging Station has already been put into operation with two commercial businesses, True Digital Park and the BITEC Exhibition and Convention Center. Moreover, PTT has plans to expand its EV Charging Station further in various areas with potential to support the growth of the country’s electric vehicle market.

“PTT focuses on the potential development of personnel to support changes by using the Upskill – Reskill – New skill principles. The Inside-Out strategy is used to strengthen from the inside by developing technological capabilities along with conceptual reform, be open to learning new things, and organize working teams to strengthen the existing core business groups to support the development of new businesses. There is also an Outside-In, which is to be open minded, adopt shifting society, technologies, marketing and environmental contexts to shape business models, and build relationships with partners and business parties in all sectors. State enterprises, private entrepreneurs, Thai entrepreneurs and SMEs are all weaved into a new business plan and New Ecosystem that will create added value for consumers,” said Mr. Auttapol.

Throughout the past years, PTT Group has continued to stand alongside Thai society and assessed the impact of COVID-19, in various forms such as, promoting LPG discounts to low-income people, hawker groups, food stalls with state welfare cards, and reduce the retail price of NGV for the public buses. Furthermore, PTT Group also supported research and development program by supplying protective equipment and alcohol gels for medical personnel, including donations to the hospital which add up to a total value of 851 million baht. PTT also has developed a plan for economic recovery for Thai society under the concept of “Community Economic Development”, which focus on generating or increasing income for communities to be self-reliant in the long run. The “Happy Community Project” was adopted to operate in 3 areas. The first one is Supporting public relations channels, by creating marketing channel for community products through various PTT Group media channel such as Facebook / Line / Website www.YimyimCommunity.com .The second one is Stimulating the economy …through Educational Voyage, which promotes community potential development through PTT network by raising the community management to be a community tourism attraction. The last of three is Enhance skills … create careers opportunities while collecting and disseminate skills for the community in the field of agriculture, product and energy processing.

In addition, to promote quality life for Thai people PTT has expanded Café Amazon for Chance, a coffee shop for the disadvantaged in society such as the disabled; hearing and learning disability, and the elderly. Its profits will be used to further expand branches for the disadvantaged. Currently, 9 branches has been in operation with a goal of 12 branches by the end of 2020. Another business model has been incorporated with the Government Pharmaceutical Organization to develop factories to manufacture medicines with an aim to reduce the cost of imported medicines. Therefore, Thai people can have access to medicines at an affordable price and opportunities are opened to export these medicines to neighboring countries in the future as well.

As a state enterprise company, operating under the Ministry of Energy and with the Ministry of Finance as the major shareholder, PTT would like to be an added force to drive the Thai economy and society further. The economic stimuli are put into an implementing plan to rehabilitate the economy of communities and country. Through business and investment progress, the results of operations will be delivered as income to the state in the form of dividends and corporate income tax, which to be return in the form of expenditure for economic, social, community development. We will overcome this crisis together.