ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ธนาคารเกียรตินาคิน-บล.ภัทร เปลี่ยนใช้ชื่อเดียว ‘เกียรตินาคินภัทร’

ธนาคารเกียรตินาคิน-บล.ภัทร เปลี่ยนใช้ชื่อเดียว ‘เกียรตินาคินภัทร’

18 สิงหาคม 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

ธนาคารเกียรตินาคิน และบล.ภัทร เปลี่ยนชื่อเป็น ‘เกียรตินาคินภัทร’ คำตอบเดียวของบริการทางการเงินที่เป็นเลิศและไร้รอยต่อ

(18 สิงหาคม 2563) “กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร-KKP” (กลุ่มธุรกิจฯ) เผยว่านับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)’ และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)’ เพื่อตอกย้ำการเป็นคำตอบทางการเงินที่แข็งแกร่ง และเชื่อมโยงไร้รอยต่อ ไม่ว่าในด้านธุรกิจธนาคารพาณิชย์ หรือธุรกิจตลาดทุน นับเป็นก้าวต่อจากการควบรวมกิจการเมื่อปี 2555 ที่ทำให้ทั้งกลุ่มธุรกิจฯ สามารถขยายศักยภาพการให้บริการและตอบสนองฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ทั้งสององค์กรจะใช้ตราสัญลักษณ์ (logo) ใหม่ที่ออกแบบมาจากการผนวกตราสัญลักษณ์เดิมของธนาคารเกียรตินาคินและบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร โดยสื่อถึงความก้าวหน้า มั่นคง ตลอดจนความเป็นองค์กรทางการเงินชั้นเลิศสำหรับอนาคต

นายสุพล วัธนเวคิน ประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่ธนาคารเกียรตินาคินและบริษัท ทุนภัทร ผู้ถือหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ได้ควบรวมกันเป็น ‘กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร’ ในปี 2555 ได้มีการดำเนินการหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่เฉพาะแต่เพียงการแลกเปลี่ยนหุ้นในระดับของผู้ถือหุ้น แต่ยังรวมไปถึงการจัดโครงสร้างการทำงาน การวางตำแหน่งกรรมการและผู้บริหาร การสรรหาพนักงาน การปรับปรุงระบบเทคโนโลยี ตลอดจนการหล่อหลอมทัศนคติของบุคลากร เพื่อให้การดำเนินงานของทุกบริษัทภายใต้กลุ่มธุรกิจฯ เป็นหนึ่งเดียวกันในทุกมิติอย่างแท้จริง ในวันนี้ การเปลี่ยนชื่อบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ คือขั้นตอนสุดท้ายของการยืนยันกับลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าชื่อ ‘เกียรตินาคินภัทร’ คือมาตรฐานของความเป็นเลิศและเปี่ยมจรรยาบรรณที่เสมอเหมือนกันไม่ว่าในธุรกิจใด”

ทั้งนี้ ในระยะแรกของการก่อตั้งกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ในปี 2555 ทั้งธนาคารเกียรตินาคิน และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ยังคงดำเนินกิจการภายใต้ชื่อเดิม เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของทั้งสององค์กรมีความแตกต่างและ ไม่ทับซ้อนกัน โดยกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร คือกลุ่มนักลงทุนสถาบัน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ หรือกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ในขณะที่ลูกค้าหลักของธนาคารเกียรตินาคิน คือผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กลุ่มผู้เช่าซื้อรถยนต์ และผู้ฝากเงิน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการดำเนินการจัดโครงสร้างการบริหารและการทำงานใหม่ที่ยึดเอาประโยชน์และความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer-centric) มากกว่าโครงสร้างองค์กร ทำให้กลุ่มธุรกิจฯ มีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ฝากเงินกับธนาคารสามารถเข้าถึงบริการที่ปรึกษาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ หรือกลุ่มลูกค้าบรรษัทขนาดใหญ่ที่มาใช้บริการวานิชธนกิจหรือที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทหลักทรัพย์ ก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ จากธนาคาร จนในปัจจุบันกล่าวได้ว่าลูกค้าสามารถเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มธุรกิจฯ ได้อย่างไร้รอยต่อ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้คณะผู้บริหารและคณะกรรมการ ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อองค์กรเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความชัดเจนในการสื่อสาร และแสดงจุดแข็งของการเป็นคำตอบเดียวของทุกบริการทางการเงิน

ด้านนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เชื่อมั่นว่าความสำเร็จของธุรกิจภายใต้ระบบตลาดเสรี อยู่ที่ ‘Optimisation’ หรือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด นี่คือสาเหตุของการควบรวมธุรกิจเพื่อผนวกความลึกและความหลากหลายของทรัพยากรจากทั้งธนาคารเกียรตินาคินและบริษัทหลักทรัพย์ภัทร ไม่ว่าในแง่บุคลากร องค์ความรู้ ประสบการณ์ หรือเครือข่าย มากลั่นกรองและนำเสนอเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ ชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนให้เป็นหนึ่งเดียวในวันนี้ จึงแสดงความสำเร็จของการ Optimisation หรือการบริหารทรัพยากรให้เกิดผลสูงสุดในระยะที่ผ่านมา และเป็นเป้าหมายของเราในการผลักดันให้สิ่งนี้เกิดได้มากยิ่งๆ ขึ้นต่อไป”

ทั้งนี้ ภายหลังการเปลี่ยนชื่อ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร ได้ใช้ตราสัญลักษณ์ใหม่ซึ่งออกแบบจากการผนวกตราสัญลักษณ์เดิมของธนาคารเกียรตินาคินและบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร โดยสื่อถึงความก้าวหน้า มั่นคง ตลอดจนความเป็นองค์กรทางการเงินชั้นเลิศสำหรับอนาคต และมีสีประจำองค์กรเป็นสีม่วงและเทา

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เสริมว่า “ภายหลังการเปลี่ยนชื่อแล้ว กลุ่มธุรกิจฯ คงเดินหน้าต่อในด้านการสร้างประสบการณ์สำหรับลูกค้าที่ดีที่สุด สมกับที่คาดหวังได้จากชื่อ ‘เกียรตินาคินภัทร’ โดยเฉพาะในมิติของการเป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกความต้องการทางการเงินบนมาตรฐานสากลที่ดีที่สุด (global best practice) ไม่ว่าจะเป็นบริการในกลุ่มบริการสินเชื่อ ที่จะต่อยอดความชำนาญในด้านรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์เพื่อเจาะกลุ่มเซกเมนต์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น

กลุ่มบริการที่ปรึกษาการลงทุน ที่จะขยายขอบเขตการให้คำปรึกษาหรือการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์หรือโอกาสในต่างประเทศอย่างกว้างขวางและลึกขึ้น หรือกลุ่มบริการธุรกิจบรรษัทและวานิชธนกิจที่จะขยายผลจากการได้รับความยอมรับในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางตลาดเงินที่จะตอบโจทย์ลูกค้าควบคู่ไปกับการจัดโครงสร้างธุรกรรม กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเป็นคำตอบทางการเงินที่ดีที่สุดในโลกสำหรับคนไทยและผู้ที่ต้องการลงทุนในไทยในทุกๆ ธุรกิจที่เราเลือกทำ”

อนึ่งกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เกิดขึ้นจากการร่วมกิจการระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการโดย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และธุรกิจตลาดทุนที่ดำเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจฯ มุ่งนำทรัพยากรทางการเงินสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง พอเพียง และทั่วถึง ด้วยการบริการที่เหนือความคาดหมาย และไม่อาจหาได้จากแหล่งอื่น

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย เช่นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนธุรกิจด้านตลาดทุนของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) ธุรกิจการลงทุน (Direct Investment) ตลอดจนธุรกิจจัดการกองทุน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kkpfg.com