ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > EXIM เผยไตรมาสแรก ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ SME ส่งออกกว่า 3,600 ราย

EXIM เผยไตรมาสแรก ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ SME ส่งออกกว่า 3,600 ราย

13 พฤษภาคม 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2563 ว่า ถึงแม้เศรษฐกิจไทยหดตัวลงในไตรมาสดังกล่าว แต่ EXIM BANK ยืนหยัดเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการไทยผ่านการสนับสนุนสินเชื่อและบริการประกันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย EXIM BANK มีสินเชื่อคงค้าง 126,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,794 ล้านบาท หรือ 18.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า 37,028 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการลงทุน 89,109 ล้านบาท ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ (Business Turnover) 46,759 ล้านบาท ซึ่งจากจำนวน 126,137 ล้านบาท เป็นเงินสินเชื่อคงค้างแก่ SMEs เท่ากับ 28,567 ล้านบาท เป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs เท่ากับ 26,669 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57.04%

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า EXIM BANK มีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs Ratio) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ 4.86% โดยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพจำนวน 6,132 ล้านบาท และมีเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 11,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,881 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นสำรองหนี้พึงกันตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน 8,103 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่อสำรองพึงกัน 142.06% ทำให้ EXIM BANK ยังคงดำรงฐานะการเงินที่มั่นคง

ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายการค้าและการลงทุนไปต่างประเทศ ในปี 2563 EXIM BANK มีวงเงินที่ให้การสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 83,880 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อคงค้างจำนวน 51,541 ล้านบาท จากจำนวนนี้เป็นสินเชื่อคงค้างให้แก่โครงการขยายฐานการค้าและการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวแต่ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักของการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการไทย จำนวน 34,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,870 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ EXIM BANK เป็นสถาบันการเงินไทยรายเดียวในประเทศที่มีบริการประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุน ซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่การค้าการลงทุนชะงักงันทั่วโลก ยิ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกในตลาดการค้าเดิมและตลาดใหม่ รวมทั้งนักลงทุนไทย ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 EXIM BANK มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 36,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,965 ล้านบาท หรือ 42.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs จำนวน 1,356 ล้านบาท หรือ 3.70% ของปริมาณธุรกิจสะสมรวม

จากผลการดำเนินงานด้านสินเชื่อและประกันข้างต้น แม้ว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 EXIM BANK มีกำไรสุทธิ 107 ล้านบาท ลดลง 67.98% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 334 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้สกุลบาท (Prime Rate) เพื่อช่วยผู้ประกอบการ แต่ EXIM BANK ได้มีส่วนสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจไทยและช่วยเหลือประชาชนภายใต้วิกฤตการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการสนับสนุนการจ้างงานของสถานประกอบการทุกขนาดรวมกว่า 340,000 คน

“ช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา EXIM BANK เน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยมาตรการต่าง ๆ อาทิ ติดต่อไปยังลูกค้าทุกรายเพื่อสอบถามความต้องการความช่วยเหลือ พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม อนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจและรักษาการจ้างงานของกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและลงทุนระหว่างประเทศตามภารกิจของ EXIM BANK เป็นจำนวนกว่า 3,600 ราย หรือประมาณ 10% ของผู้ส่งออก SMEs ทั้งประเทศ วงเงินรวม 48,300 ล้านบาท รวมทั้งเปิดคลินิกให้คำปรึกษาและจัดโครงการอบรมออนไลน์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนในซัพพลายเชนการส่งออกสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน” นายพิศิษฐ์กล่าว