ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ก.เกษตร จับมือ CPF เดินหน้า ส่ง Food Truck ช่วยประชาชนชุมชนแออัด

ก.เกษตร จับมือ CPF เดินหน้า ส่ง Food Truck ช่วยประชาชนชุมชนแออัด

30 เมษายน 2020


กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) โดย นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ร่วมกันดำเนินโครงการ “อาหารปลอดภัยจากใจ…สู่ชุมชน” ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารจากวิกฤตโควิด19

ก.เกษตรฯ เขตบางกอกน้อย เขตบางพลัด จับมือ CPF เดินหน้า “โครงการอาหารปลอดภัยจากใจ…สู่ชุมชน” ส่ง Food Truck บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในชุมชนแออัด

วันที่ 30 เมษายน 2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) โดย นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ร่วมกันดำเนินโครงการ “อาหารปลอดภัยจากใจ…สู่ชุมชน” ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารจากวิกฤตโควิด19 ให้แก่ประชาชนในชุมชนแออัดในเขตบางพลัดและเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร รวมถึงประชาชนในภาคเหนือและภาคใต้

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่เป็นต้นทางของผู้ผลิตอาหารที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง จึงได้ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน อย่าง ซีพีเอฟ นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารของทั้งสององค์กรมาร่วมกัน จัดทำ “โครงการอาหารปลอดภัยจากใจ…สู่ชุมชน” เพื่อส่งมอบอาหารที่มีดีมีคุณภาพ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในชุมชนแออัด ให้ได้รับการบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ มีคุณภาพ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้

“กิจกรรมในครั้งนี้ นอกเหนือจากการได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้วนั้น ยังเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่งด้วย เพราะการส่งมอบอาหารและสินค้าเกษตรให้กับประชาชน ซึ่งช่วยกระจายผลผลิตทางการเกษตร และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรให้คงที่ ช่วยให้เกษตรกรยังได้รับรายได้จากการประกอบอาชีพ จึงต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาร่วมมือกันและทำให้โครงการดี ๆ นี้เกิดขึ้นมา เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ” นายเฉลิมชัยกล่าว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะร่วมกับ CPF เป็นสื่อกลางที่จะส่งมอบสินค้าเกษตรและอาหารที่มีความปลอดภัยให้กับชุมชม โดยจะแจกจ่ายอาหารให้แก่ประชาชนในชุมชนแออัด ที่อาศัยในพื้นที่เขตในกรุงเทพมหานคร นำร่องใน เขตบางกอกน้อย และเขตบางพลัด ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจะทยอยดำเนินการแจกอาหารทั้ง 2 เขต เขตละ 10 วัน และหลังจากนั้นจะเริ่มขยายผลดำเนินการในลักษณะเดียวกันในภาคอื่น ๆ ได้แก่ ภาคเหนือ ที่จังหวัดพิจิตร และภาคใต้ที่จังหวัดตรัง ต่อไป

ด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กล่าวว่าบริษัทฯตระหนักถึงผลกระทบจากการสถานการณ์โควิด19ที่มีต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในชุมชนแออัด จึงได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ส่งมอบอาหารปลอดภัยให้แก่พี่น้องชาวบางกอกน้อยและบางพลัด

“เราขอใช้ความเชี่ยวชาญขององค์กรในด้านอาหาร มาร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยจะใช้รถ Food Truck CP Freshmart นำอาหารไปอุ่นร้อนแจกจ่ายประชาชนในเขตบางกอกน้อยและบางพลัดเขตละ 10 วัน ให้พี่น้องประชาชนได้อิ่มท้องในช่วงเวลายากลำบากจากสถานการณ์โควิด19” นายประสิทธิ์กล่าว

การส่งมอบอาหารให้ประชาชนในครั้งนี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศชาติ ประชาชน ให้ก้าวผ่านวิกฤตไวรัสโควิด19 ไปด้วยกัน ภายใต้หลักคิด Good Corporate Citizen กล่าวคือเป็นบริษัทที่ร่วมสร้างและดูแลสังคม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าให้กับประเทศ โดยก่อนหน้านี้ ซีพีเอฟร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 ได้มอบอาหารให้แก่ชุมชนคลองเตยไปแล้ว 8,499 ครัวเรือน

อนึ่ง ตลอดช่วงเวลาของการรับมือสถานการณ์โควิด19 นอกจากความรับผิดชอบที่จะไม่หยุดสายพานการผลิตอาหารเพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนมีอาหารอย่างเพียงพอแล้ว ซีพีเอฟยังสนับสนุนมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยส่งอาหารให้แพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาล 301 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 268 แห่ง และโรงพยาบาลรัฐในสังกัดอื่นๆ 33 แห่ง รวมถึงการส่งอาหารให้ประชาชนที่กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอีกกว่า 20,000 คน เพื่อสนับสนุนความรับผิดชอบต่อสังคมและช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อ

นอกจากนี้ ยังขยายผลไปถึงครอบครัวแพทย์-พยาบาลอีกกว่า 30,000 ครอบครัว เพื่อให้แพทย์และพยาบาลลดความกังวลด้านการจัดหาอาหารให้คนในบ้านและสามารถทุ่มเทดูแลรักษาผู้ป่วยได้เต็มที่ สะท้อนบทบาทของการเป็นบริษัทไทยผู้ร่วมต้านภัยโควิด19 อย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบัน