ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้อีกรอบ 0.40% ช่วยลูกค้ารับมือโควิด-19

แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้อีกรอบ 0.40% ช่วยลูกค้ารับมือโควิด-19

9 เมษายน 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์
ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 3 แห่ง ของประเทศได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีกครั้งโดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เอ็มแอลอาร์ เอ็มโออาร์ และเอ็มอาร์อาร์ ลง 0.40% มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563 เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนลดต้นทุนทางการเงินรับมือโรคโควิด 19

  • แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ บรรเทาภาระการเงินลูกค้า ฝ่าวิกฤติโควิด-19
  • ธนาคารกรุงเทพลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท

    ธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เอ็มแอลอาร์ เอ็มโออาร์ และเอ็มอาร์อาร์ ลง 0.40% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนลดต้นทุนทางการเงินรับมือโรคโควิด 19 และหวังช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563

    นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ 3 ประเภท ลง 0.40% ทั้ง เอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate)จาก 5.875% เหลือ 5.475% เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) จาก 6.50% เหลือ 6.10%และเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) จาก 6.50 เหลือ 6.10% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563

    สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนการดำเนินธุรกิจและลดภาระของประชาชน เพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

    “ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะประคับประคองให้ลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนสามารถผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวมในช่วงที่มีความเปราะบางทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพได้ให้การดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการให้มีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงาน และช่วยเหลือประชาชนในการลดภาระทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนมาตรการของภาครัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” นายสุวรรณ กล่าว

    กสิกรไทยสนองมาตรการรัฐทันทีมีผล 10 เม.ย.

    นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยพร้อมสนับสนุนกลไกภาครัฐเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคาร โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR ทันทีอีก 0.40% หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 5.60% MOR และ MRR ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 6.22% และ 6.10% ตามลำดับ โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการอื่น ๆ ที่ธนาคารได้มีการประกาศใช้เพื่อให้ความช่วยเหลือและลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้าของธนาคารอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการช่วยดูแล และประคับประคองลูกค้าของธนาคารให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตไปได้

    ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ธนาคารปรับลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงเท่านั้น ยังไม่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงแต่อย่างใด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

    ไทยพาณิชย์ช่วยลูกค้าธุรกิจ-สินเชื่อรายย่อย

    ไทยพาณิชย์ตอบสนองนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.40% โดยทันที เพื่อช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและลูกค้าสินเชื่อรายย่อย เพิ่มเติมจากมาตรการพักชำระหนี้เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 มีผล 10 เมษายน 2563 นี้

    นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและยังไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาสิ้นสุดได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวแรงจากภาวะชะงักงันในภาคธุรกิจ และเพื่อตอบสนองนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้ประกาศมาตรการปรับลดอัตรานำส่งเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูฯ (Financial Institutions Development Fund: FIDF) ของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารฯจึงใคร่ขอประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบภาระต้นทุนดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารฯโดยเร่งด่วน

    ธนาคารฯ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทเพิ่มเติม 0.40% โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทแบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) หรือ MLR ปรับลดจาก 5.775% เป็น 5.375% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) หรือ MOR ปรับลดลงจาก 6.495% เป็น 6.095% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) หรือ MRR ปรับลดลงจาก 6.745% เป็น 6.345%

    ทั้งนี้ ธนาคารหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาระดอกเบี้ยที่ลดลงดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้ลูกค้าธุรกิจและลูกค้าสินเชื่อรายย่อยมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และช่วยให้ลูกค้าสามารถฟันฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ในที่สุด นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว ธนาคารฯ ยังคงมุ่งมั่นในการเพิ่มมาตรการต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าและธนาคารฯ สามารถฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

    สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่นี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

    กรุงศรีลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR เหลือ 5.85%

    นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรีพร้อมช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ โดยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทเพื่อช่วยบรรเทาภาระต้นทุนดอกเบี้ยของลูกค้า หลังจากที่ได้เคยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563

    กรุงศรีลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR เพิ่มเติม 0.40% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยใหม่เป็นดังนี้

    อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate หรือ MLR) ปรับลดลงจาก 6.23% เป็น 5.83% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate หรือ MOR) ปรับลดลงจาก 6.70% เป็น 6.30% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate หรือ MRR) ปรับลดลงจาก 6.70% เป็น 6.30%

    การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ธนาคารได้ออกมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงความห่วงใยและมุ่งมั่นช่วยเหลือลูกค้าเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้าและผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

    ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยใหม่ดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

    ทีเอ็มบี – ธนชาตออกมาตรการเพิ่มเติม

    นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด -19 ที่ยังคงส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดการชะลอตัว ดังนั้น เพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า ทั้งกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้าสินเชื่อรายย่อย และตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ ทีเอ็มบีและธนชาต ขอประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR (Minimum Lending Rate), MOR (Minimum Overdraft Rate) และ MRR (Minimum Retail Rate) ลง 0.40% โดย MLR จาก 6.65% เหลือ 6.25% MOR จาก 6.675% เหลือ 6.275% และ MRR จาก 7.03 เหลือ 6.63% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

    พร้อมกันนี้ ธนาคารยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการ SME เพิ่มเติม ดังนี้
    ลูกค้า SME ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท สามารถพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ตั้งแต่ เม.ย. 63 – ก.ย. 63 เพื่อช่วยให้มีสภาพคล่องทางธุรกิจ

    สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท ทางธนาคารสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (soft loan) วงเงินกู้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ 31 ธ.ค. 62 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 24 เดือน

    สำหรับรายละเอียด ธนาคารจะแจ้งให้ทราบต่อไป

    ทั้งนี้ ธนาคารทีเอ็มบี และธนาคารธนชาต ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่องทั้งลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ซึ่งลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมที่ออกมาในครั้งนี้ ธนาคารหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกค้าธนาคารให้มีสภาพคล่องในการใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์โควิด -19