แผ่นดินไทย…แผ่นดินทอง(คำ)?

“ทองคำ” เป็นโลหะมีค่า หายาก งดงาม คงทน ไม่ผุกร่อน ไม่ขึ้นสนิม แม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายพันปีก็ตาม ทองคำจึงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า ประเทศไทยมีการผลิตทองคำมาตั้งแต่สมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ถามว่าประเทศไทยมีแหล่งแร่ทองคำอยู่ที่ไหนบ้าง? หากไปดูข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี จะพบว่าประเทศไทยมีแหล่งแร่ทองคำทั้งหมด 76 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 31 จังหวัด คาดว่าจะมีปริมาณทองคำสำรอง 700 ตัน (พร้อมเปิดให้ขุด) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 900,000 – 1,000,000 ล้านบาท

หลังจากที่รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนทำเหมืองแร่ทองคำ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผลิตทองคำในรูปของ “แท่งโลหะผสม” (Dore) เฉลี่ย 3.93 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 5,027 ล้านบาทต่อปี โดยแท่งโลหะทองคำที่ผลิตได้จากการทำเหมืองทั้งหมดจะถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ เพื่อนำไปสกัดเป็น “ทองคำบริสุทธิ์”

ขณะเดียวกันก็มีการนำเข้า “ทองคำบริสุทธิ์” จากต่างประเทศ เฉลี่ย 220 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 266,093 ล้านบาทต่อปี กลับเข้ามาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอัญมณี เครื่องประดับ และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกไปขายในต่างประเทศ นี่คือ ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมทองคำไทย

ถามว่าทำไมต้องส่งออกทองคำที่ได้จากการทำเหมืองทั้งหมดไปขายต่างประเทศ คำตอบ คือ ผู้ประกอบการสกัดโลหะทองคำบริสุทธิ์ของไทย ยังไม่ได้รับมาตรฐาน LBMA เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ เช่น ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 15 ล้านปอนด์ กำลังการผลิตทองคำไม่ต่ำกว่า 10 ตัน/ปี และต้องใช้วัตถุดิบจากเหมืองแร่ทองคำที่ปฏิบัติตาม OECD Due Diligence Guidance for Responsible Supply Chains of Minerals เป็นต้น

นอกจากนี้อุตสาหกรรมสกัดโลหะทองคำบริสุทธิ์ของไทย ยังมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องของโครงสร้างภาษี ยกตัวอย่าง ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ เช่น Scrap เลือกที่จะส่งออกไปขายในต่างประเทศมากกว่าจะขายให้ผู้ประกอบการสกัดโลหะทองคำบริสุทธิ์ในประเทศ เพราะการส่งออกไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ส่วนกรณีการนำเข้าทองคำบริสุทธิ์มากกว่าร้อยละ 96.5 ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและ VAT แต่ถ้านำเข้าทองคำบริสุทธิ์มาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ อัญมณี ต้องเสีย VAT จากฐานของมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการแปรรูป ส่วนการนำเข้า Scrap หรือวัตถุดิบอื่นที่มีทองคำเจือปนน้อยกว่า ต้องเสียทั้งภาษีนำเข้าและ VAT และเมื่อนำมาผ่านกระบวนการสกัดแล้วต้องเสีย VAT อีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุจากปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมทองคำไทย ขาดการเชื่อมต่อที่ดี

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในพ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 จึงกำหนดให้มีการจัดทำกรอบนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ เพื่อให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำต่อไป