ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > 9 เดือนแรกของปี 61 “GC” กำไรสุทธิกว่า 3.6 หมื่นล้าน ชู “Circular Economy” มุ่งธุรกิจยั่งยืน

9 เดือนแรกของปี 61 “GC” กำไรสุทธิกว่า 3.6 หมื่นล้าน ชู “Circular Economy” มุ่งธุรกิจยั่งยืน

9 พฤศจิกายน 2018


นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (CEO) หรือ “GC”

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GC” กล่าวว่า ผลประกอบการของ GC เฉพาะไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 136,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนร้อยละ 6 โดยมี Adjusted EBITDA ประมาณ 16,830 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 12,793 ล้านบาท (2.84 บาท/หุ้น) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 หากเปรียบเทียบกับผลประกอบการในไตรมาส 3/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ขณะที่ Adjusted EBITDA และกำไรสุทธิรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และร้อยละ 29 ตามลำดับ รวมผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 36,008 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21

ในส่วนของไตรมาสที่ 3/2561 ธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง มีผลประกอบการลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในส่วนของธุรกิจโพลิเมอร์มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงงาน LLDPE ของ GC เริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 ทำให้มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น 400,000 ตันต่อปี ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เอทิลีนออกไซด์ ปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น เปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2561 พบว่าในไตรมาสนี้ ผลประกอบการของธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องนั้น ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ที่ลดลง ประกอบกับปริมาณการขายโอเลฟินส์ก็ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงงานโอเลฟินส์ 1

ส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์นั้น มีกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนเป็นหลัก และปริมาณการขายที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่มีการหยุดซ่อมบำรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 3/2560 เป็นผลจากส่วนต่างของผลิตภัณฑ์ที่ลดลงเป็นหลัก แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2561 ถือว่าปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันเตา

สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากผลประกอบการของธุรกิจอะคริโลไนไตรล์ (AN), ธุรกิจพีวีซี และธุรกิจไบโอพลาสติก ปรับตัวดีขึ้น

สรุปผลการดำเนินงาน จำแนกตามกลุ่มธุรกิจได้ดังนี้

  • โรงกลั่นน้ำมัน มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 102
  • โรงอะโรเมติกส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสารอะโรเมติกส์ (BTX Utilization) เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 94
  • โรงโอเลฟินส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 98
  • โรงผลิตเม็ดพลาสติก PE มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 97
  • ราคาเม็ดพลาสติก HDPE เฉลี่ยอยู่ที่ 1,350 เหรียญฯ ต่อตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 19

ส่วนความคืบหน้าของโครงการที่ GC เข้าไปซื้อหุ้น Revolve Group Limited (RGL) จากประเทศสหราชอาณาจักร ร้อยละ 49 นั้น นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เป็นแผนการขยายการลงทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการลงทุนไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะทาง และมีสมรรถนะสูง (Performance Chemicals) ทั้งนี้ RGL เป็นผู้ผลิต Rotomolding Compound รายสำคัญที่มีสัดส่วนในการทำธุรกิจลำดับต้น ๆ ของทวีปยุโรป และมีฐานการผลิตในประเทศต่าง ๆ อาทิ อังกฤษ ,โปแลนด์, ออสเตรเลีย ,นิวซีแลนด์ และมาเลเซีย

โครงการนี้สามารถผลิตวัตถุดิบที่สำคัญ คือ เม็ดพลาสติก LLDPE ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์ของ GC ที่ใช้ในการผลิต ถังบรรจุขนาดใหญ่ ถังเก็บน้ำใต้ดิน บนดิน ธุรกิจด้าน Sport สร้างสนามเด็กเล่น เรือคายัค เรือใบ ด้วยคุณสมบัติของเม็ดพลาสติก LLDPE Rotomolding Compound ที่มีความแข็งแรง คงทน ทนแดด ทนฝน เหมาะสมในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกขนาดใหญ่

  • Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียนเทรนด์ใหม่ธุรกิจโลก โรดแมป PTTGC กับโครงการ Upcycling Plastic Waste
  • PTTGC เปิดศูนย์ CSC สร้างสรรค์พลาสติกสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้าง Collaboration Model ร่วมกับลูกค้า
  • นอกจากนี้ GC ยังเน้นขับเคลื่อนธุรกิจ โดยนำหลัก Circular Economy มาประยุกต์ใช้ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร พร้อมสร้างความตระหนักรู้ โดยมุ่งหวังไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างดุลยภาพระหว่างเทคโนโลยีกับชีวภาพ เพื่อลดการเกิดของเสีย และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทานและสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างให้ GC เป็นต้นแบบองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง รวมทั้งการดำเนินชีวิตแบบ “GC Circular Living” โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ 4 ด้าน อันได้แก่ การบริหารทรัพยากร (Resources) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง , การบริหารจัดการกระบวนการผลิต (Production) โดยใช้หลัก 3Rs เพื่อก้าวไปสู่ 5Rs (Reduce, Reuse, Recycle, Renewable และ Refuse) , การบริโภคและการนำไปใช้ (Consumption) ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และการบริหารจัดการขยะ (Waste Management) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯตั้งเป้าหมายที่จะลดปริมาณการใช้พลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง (Single Used Plastic) เช่น ถุงช็อปปิ้ง จำนวน 150,000 ตันต่อปี ให้เหลือ 0 ตันต่อปี ภายใน 5 ปี การมุ่งสู่ตลาดไบโอพลาสติก ในการผลิต Packaging รูปแบบต่าง ๆ การ Upcycling ด้วยการนำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

    นอกจากนี้ GC ก็มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจพลาสติกรีไซเคิลอย่างครบวงจร ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงานรีไซเคิล พลาสติกที่มีมาตรฐานระดับโลก (Recycled Plastic) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง ความคืบหน้าของโครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างคัดเลือกเทคโนโลยี , แสวงหาพันธมิตรร่วมลงทุน และวางแผนการจัดหาวัตถุดิบ (Waste Collection) ที่จะนำมาใช้ในการผลิต คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในต้นปีหน้า