ซีพี จับมือกรมประมง-ประมงพื้นบ้าน วาง “ปะการังเทียม” ฟื้นทะเล กันชนประมงพาณิชย์ – วิถีประมงพื้นบ้าน ในวันที่ทะเลไม่เหมือนเดิม

หนึ่งในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ไทยกำลังเผชิญคือ “ปลากำลังจะหมดทะเล” ซึ่งเกิดจากการทำประมงเกินศักยภาพ หรือ over fishing จนมีข้อสันนิษฐานว่าปลาหลายชนิด เช่น ปลาทูไทย อาจจะใกล้สูญพันธุ์ หรือถูกทดแทนด้วยสปีชีร์อื่นไปแล้ว ซึ่งการทำปะการังเทียมมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมาทดแทนแนวปะการังจริงให้เป็นที่อยู่อาศัยของปลา และสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งหลายคนสามารถใช้ประโยชน์จากปะการังเทียมได้ แต่เป็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง เมื่อกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ขอให้มีการวางปะการังเทียมเป็นแนวยาว เพื่อป้องกันเรืออวนลาก

1 ปี 8 เดือนปัญหาประมง IUU – กรมเจ้าท่าหักดิบลดจำนวนเรือ 1 ปี ผ่านม.44 ถอนรวด 1.7 หมื่นลำ ยัง Over Fishing

แม้จะต้องคลำทางและเผชิญปัญหามาพักใหญ่ การปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลานาน การแก้ปัญหาไม่ตรงจุด การเร่งดำเนินการโดยไม่พิจารณาอัตรากำลังคน จนส่งผลกระทบในภายหลัง เป็นเรื่องที่อาจต้องค่อยๆ คลายปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหา Over Fishing อันเป็นเป้าหมายหลัก จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่านับจากนี้อีก 2 ปี กรมเจ้าท่าจะไม่เปิดขึ้นทะเบียนเรือประมงเพิ่ม และหากพ้นจากรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ศปมผ. ที่ถูกตั้งขึ้นอาจต้องถูกยุบลง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง ยังคงต้องสะสางปัญหานี้ต่อไป

Over Fishing เรือล้นทะเล สัตว์น้ำขนาดเล็กสูญ 3 แสนตัน/ปี – อัดงบ 2,000 ล้าน ลุ้น EU ปลดใบเหลือง

“ปลากำลังจะหมดทะเลไทย” คำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ทรัพยากรทางทะเลจนเกินขีดจำกัด ซึ่งการทำประมงเกินควรเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก เพราะจำนวนเรือประมงที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีการควบคุม ประกอบกับกฎหมายประมงที่ไทยมียังล้าสมัย นำไปสู่ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือประมง IUU

ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม : โอกาสในการปฏิรูปภาคการประมงไทย (ตอนที่ 1)

แม้ว่าสัตว์น้ำจะเป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างขึ้นทดแทนได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าหากขาดการจัดการการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม มีการจับสัตว์น้ำมาใช้กันจนเกินขนาด (overfishing) ก็จะทำให้สัตว์น้ำเติบโตไม่ทันความต้องการ และหมดลงได้ในที่สุด