“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (6): จากข้าราชการกังฉินถึง“บรรพชิตจอมปลอม”

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งและแผ่ขยายวงกว้างมากขึ้นไปเกือบทั่วทุกวงการ ไม่ใช่แต่ในหมู่ข้าราชการทั้งพลเรือนและทหารและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เหมือนในตอนแรกเท่านั้น หากยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจภาคเอกชน มาเฟีย วงการศาสนาหรือแม้กระทั่งในครอบครัว จนเริ่มมีเสียงเปรยด้วยความสงสัยว่าขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงวันจะรุดหน้าไปถึงระดับใด สิ้นสุดตรงจุดไหน ที่สำคัญ จะบานปลายกลายเป็นการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งที่ 2 หรือไม่

ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (ตอนที่ 5): “ตัดไม้ข่มนาม” ลงโทษ “เสือและแมลงวัน” และจัดระเบียบสังคม ลูกคนรวย

นอกจาก “ตัดไม้ข่มนาม” ลงโทษ “เสือและแมลงวัน” อย่างไม่เห็นแก่หน้าค่าตาใครๆ อันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายน้ำแล้ว ผู้นำจงหนานไห่ได้เริ่มหันมาแก้ปัญหาที่ต้นน้ำด้วยการเริ่ม “จัดระเบียบสังคม” เพื่อสกัดกั้นการคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง ล่าสุดก็คือการสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้โรงเรียนและครูบาอาจารย์รับของขวัญหรือค่าเรียนพิเศษหรือแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงคอร์รัปชันในแวดวงการศึกษานอกเหนือจากการยักยอกเงินตามโรงเรียนทั่วประเทศ

ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (ตอนที่ 4) : “สกายเน็ต” ปฏิบัติการตาข่ายใหญ่เท่าฟ้า

จากแผนบันไดขั้นแรกภายใต้รหัส”ปฏิบัติการปราบพยัคฆ์และแมลงหวี่แมลงวัน” สู่บันไดขั้นที่ 2 ภายใต้ชื่อรหัส “ปฏิบัติการล่าหมาจิ้งจอก” ผู้นำจงหนานไห่ได้เริ่มแผนบันไดขั้นที่ 3 ภายใต้ชื่อรหัสว่า “ปฏิบัติการตาข่ายใหญ่เท่าฟ้า” หรืออาจจะเรียกด้วยสำบัดสำนวนว่า “แหเหินหาว” หรือเรียกสั้นๆว่า “สกายเน็ต” โดยดึงมาจากสำนวนจีนที่ว่า “ตาข่ายฟ้าแม้กว้างใหญ่แต่ไร้รูรั่ว” ทั้งนี้เพื่อจะอุดรูรั่วหรือช่องโหว่ต่างๆ ระหว่างเหวี่ยงแหหรือตาข่ายจับกังฉินที่หลบหนีไปต่างประเทศ ภายใต้การร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ช่วยตามจับผู้ต้องหาที่หลบหนีคดี ตลอดจนเดินหน้ากวาดล้างธนาคารใต้ดินหรือโพยก๊วนและบริษัทที่ช่วยเจ้าหน้าที่เหล่านี้ยักย้ายถ่ายเทโอนเงินที่ยักยอกไปไว้ในต่างประเทศด้วย

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (3)

เป็นอีกก้าวหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแดนมังกรที่นำปรัชญาการปกครองของขงจื่อและหานเฟยซึ่งเน้นในเรื่องหลักนิติรัฐมาผสมผสานกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการเดินหน้าปฏิรูปพรรคฯ และกองทัพให้โปร่งใส ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่ออนาคตที่สดใสของประเทศในยุคที่กำลังปรับกระบวนทัพใหม่ รวมไปถึงด้านการต่างประเทศ ด้วยการหวนกลับไปคบมิตรแดนใกล้และไกลที่มีผลประโยชน์สอดคล้องกันเพื่อตอบโต้มิตรเทียมแดนไกลที่จ้องจะฉกฉวยประโยชน์จากแดนมังกรเพียงอย่างเดียว

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (2)

ตรุษจีนปีนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ได้มอบอั่งเปาซองใหญ่หลายซองด้วยการเดินหน้าใช้อาญาประกาศิตฟาดฟันกับทุจริตคอร์รัปชันต่อไปชนิดรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ โดยไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนใจว่าคนผู้นั้นเป็นใคร ใกล้ชิดกับผู้นำจงหนานไห่มากน้อยแค่ไหน หลังจากเมื่อปีที่แล้ว มาตรการคุมเข้มการฉ้อราษฎร์บังหลวงสามารถป้องกันการติดสินบนข้าราชการได้กว่า 1,500 ล้านหยวน (ราว 7,500 ล้านบาท)

ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวันของ “สี จิ้นผิง” (1)

ความอัปยศของแดนดินถิ่นมังกรอันกว้างใหญ่ไพศาลว่าสาเหตุหนึ่งที่ไม่เคยก้าวขึ้นมาเป็นมหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงสักทีไม่ว่าจะผ่านมากี่พันปีแล้วก็ตาม สืบเนื่องจากอุดมไปด้วยคนพันธุ์พิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่รู้จักกันในชื่อของ “กังฉิน” ซึ่งปรากฎอยู่ในทุกช่วงทุกตอนของประวัติศาสตร์กระทั่งถึงยุคปัจุุบัน ในฐานะเป็นตัวการโกงกินชาติ ถึงขั้นยอม “ขายชาติ” แลกกับเงินทองหรือสาวงาม จนสิ้นราชวงศ์หรือสิ้นชาติ

ปราบคอร์รัปชัน…ได้อย่าง อย่าให้เสียหลายอย่าง

การสำรวจคอร์รัปชันนั้น ต่อให้ทำดีอย่างไร แต่ในเมื่อทำในประเทศที่เผด็จการ ก็จะให้น้ำหนักมากนักไม่ได้ นักข่าวไปลองสำรวจความเห็นของคนอีกหลายๆ คนพบว่าที่ไม่ให้ค่าแก่นโยบายปราบคอร์รัปชันของสี จิ้นผิง เลยก็มี โดยบอกว่าเป็นเพียงข้ออ้างปราบศัตรูทางการเมือง และสร้างฐานอำนาจของตัวเอง หนักเข้าไปกว่านั้นก็บอกว่า การต้านคอร์รัปชันในจีนนั้นไร้ความหมาย เพราะตัวพรรคคอมมิวนิสต์นั้นคือ “ซ่องโจร” โดยตัวของมันเองอยู่แล้ว

1 2