เส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 “One Belt, One Road” จะเปลี่ยนโฉมหน้าเส้นทางการค้าโลกอย่างไร

ที่ผ่านมา คนทั่วโลกไม่ค่อยสนใจโครงการ One Belt, One Road (OBOR) หรือเส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 ที่ริเริ่มโดยจีน เพราะโครงการเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ความคืบหน้าจึงมีไม่มาก แต่การประชุมสุดยอด OBOR เมื่อ 14-15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจกับโครงการนี้ เพราะอยากจะรู้ว่า จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำที่ส่งเสริมการค้าโลกโดยชักจูงผู้นำประเทศต่างๆ มาเข้าร่วมประชุมได้มากน้อยเพียงไร ในยามที่สหรัฐอเมริกาในสมัยโดนัลด์ ทรัมป์ หันไปยึดนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน”

สีจิ้นผิง CEO บริษัท China Inc., ผู้นำทรงอิทธิพลมากสุดคนหนึ่งของโลกปี 2016

นิตยสาร Forbes จัดอันดับบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในปี 2016 ปรากฏว่า สี จิ้นผิง เลขาธิการ พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดี สาธารณรัฐประชาชนจีน ครองอันดับที่ 4 เพราะนับจากได้รับเลือกให้เป็นผู้นำพรรคและรัฐเมื่อปี 2012 เป็นต้นมา สี จิ้นผิง ก็กลายเป็นผู้นำจีนที่มีอำนาจและอิทธิพลมาก ระดับเดียวกับอดีตผู้นำก่อนหน้านี้ เช่น เหมา เจ๋อตุง หรือ เติ้ง เสี่ยวผิง

จีนกับการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน (ตอนจบ)

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ (Central Commission for Discipline Inspection) หรือ CCDI หน่วยงานปราบปรามทุจริตของจีน เปิดเผยข้อมูลว่า ในปี ค.ศ. 2015 เจ้าหน้าที่รัฐเกือบ 300,000 คน ถูกลงโทษด้วยข้อหาคอร์รัปชัน นับเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบหลายปี หลังจากมีการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันในจีน

จีนกับการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน (ตอนที่ 1)

การปรับกระบวนทัศน์โดยนำ Real Time Audit มาใช้นั้น ทำให้ สตง.จีนสามารถตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการได้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด รั่วไหล และเฝ้าระวังตักเตือนหน่วยงานที่ใช้งบประมาณแผ่นดินให้ “คุ้มค่า” มากที่สุด

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (6): จากข้าราชการกังฉินถึง“บรรพชิตจอมปลอม”

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งและแผ่ขยายวงกว้างมากขึ้นไปเกือบทั่วทุกวงการ ไม่ใช่แต่ในหมู่ข้าราชการทั้งพลเรือนและทหารและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เหมือนในตอนแรกเท่านั้น หากยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจภาคเอกชน มาเฟีย วงการศาสนาหรือแม้กระทั่งในครอบครัว จนเริ่มมีเสียงเปรยด้วยความสงสัยว่าขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงวันจะรุดหน้าไปถึงระดับใด สิ้นสุดตรงจุดไหน ที่สำคัญ จะบานปลายกลายเป็นการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งที่ 2 หรือไม่

ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (ตอนที่ 5): “ตัดไม้ข่มนาม” ลงโทษ “เสือและแมลงวัน” และจัดระเบียบสังคม ลูกคนรวย

นอกจาก “ตัดไม้ข่มนาม” ลงโทษ “เสือและแมลงวัน” อย่างไม่เห็นแก่หน้าค่าตาใครๆ อันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายน้ำแล้ว ผู้นำจงหนานไห่ได้เริ่มหันมาแก้ปัญหาที่ต้นน้ำด้วยการเริ่ม “จัดระเบียบสังคม” เพื่อสกัดกั้นการคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง ล่าสุดก็คือการสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้โรงเรียนและครูบาอาจารย์รับของขวัญหรือค่าเรียนพิเศษหรือแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงคอร์รัปชันในแวดวงการศึกษานอกเหนือจากการยักยอกเงินตามโรงเรียนทั่วประเทศ

ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (ตอนที่ 4) : “สกายเน็ต” ปฏิบัติการตาข่ายใหญ่เท่าฟ้า

จากแผนบันไดขั้นแรกภายใต้รหัส”ปฏิบัติการปราบพยัคฆ์และแมลงหวี่แมลงวัน” สู่บันไดขั้นที่ 2 ภายใต้ชื่อรหัส “ปฏิบัติการล่าหมาจิ้งจอก” ผู้นำจงหนานไห่ได้เริ่มแผนบันไดขั้นที่ 3 ภายใต้ชื่อรหัสว่า “ปฏิบัติการตาข่ายใหญ่เท่าฟ้า” หรืออาจจะเรียกด้วยสำบัดสำนวนว่า “แหเหินหาว” หรือเรียกสั้นๆว่า “สกายเน็ต” โดยดึงมาจากสำนวนจีนที่ว่า “ตาข่ายฟ้าแม้กว้างใหญ่แต่ไร้รูรั่ว” ทั้งนี้เพื่อจะอุดรูรั่วหรือช่องโหว่ต่างๆ ระหว่างเหวี่ยงแหหรือตาข่ายจับกังฉินที่หลบหนีไปต่างประเทศ ภายใต้การร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ช่วยตามจับผู้ต้องหาที่หลบหนีคดี ตลอดจนเดินหน้ากวาดล้างธนาคารใต้ดินหรือโพยก๊วนและบริษัทที่ช่วยเจ้าหน้าที่เหล่านี้ยักย้ายถ่ายเทโอนเงินที่ยักยอกไปไว้ในต่างประเทศด้วย

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (3)

เป็นอีกก้าวหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแดนมังกรที่นำปรัชญาการปกครองของขงจื่อและหานเฟยซึ่งเน้นในเรื่องหลักนิติรัฐมาผสมผสานกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการเดินหน้าปฏิรูปพรรคฯ และกองทัพให้โปร่งใส ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่ออนาคตที่สดใสของประเทศในยุคที่กำลังปรับกระบวนทัพใหม่ รวมไปถึงด้านการต่างประเทศ ด้วยการหวนกลับไปคบมิตรแดนใกล้และไกลที่มีผลประโยชน์สอดคล้องกันเพื่อตอบโต้มิตรเทียมแดนไกลที่จ้องจะฉกฉวยประโยชน์จากแดนมังกรเพียงอย่างเดียว

“ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวัน” ของสี จิ้นผิง (2)

ตรุษจีนปีนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ได้มอบอั่งเปาซองใหญ่หลายซองด้วยการเดินหน้าใช้อาญาประกาศิตฟาดฟันกับทุจริตคอร์รัปชันต่อไปชนิดรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ โดยไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนใจว่าคนผู้นั้นเป็นใคร ใกล้ชิดกับผู้นำจงหนานไห่มากน้อยแค่ไหน หลังจากเมื่อปีที่แล้ว มาตรการคุมเข้มการฉ้อราษฎร์บังหลวงสามารถป้องกันการติดสินบนข้าราชการได้กว่า 1,500 ล้านหยวน (ราว 7,500 ล้านบาท)

ขบวนการหักเขี้ยวเสือและเด็ดปีกแมลงหวี่แมลงวันของ “สี จิ้นผิง” (1)

ความอัปยศของแดนดินถิ่นมังกรอันกว้างใหญ่ไพศาลว่าสาเหตุหนึ่งที่ไม่เคยก้าวขึ้นมาเป็นมหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงสักทีไม่ว่าจะผ่านมากี่พันปีแล้วก็ตาม สืบเนื่องจากอุดมไปด้วยคนพันธุ์พิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่รู้จักกันในชื่อของ “กังฉิน” ซึ่งปรากฎอยู่ในทุกช่วงทุกตอนของประวัติศาสตร์กระทั่งถึงยุคปัจุุบัน ในฐานะเป็นตัวการโกงกินชาติ ถึงขั้นยอม “ขายชาติ” แลกกับเงินทองหรือสาวงาม จนสิ้นราชวงศ์หรือสิ้นชาติ

1 2