Thai Parent 4.0: ผู้ใหญ่ 4.0 เลี้ยงลูกด้วย Data

ผมฝันนะ ว่าวันหนึ่งสังคมไทยจะเป็น Data driven society (ไม่ใช่ Drama) ลองจินตนาการตามนะครับ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อเรามีการเปิดใช้ข้อมูล open dataกันมากขึ้น ทำให้ผู้คนสามารถตรวจเช็คแหล่งที่มา ความจริงความเท็จของข้อมูลได้ คนในสังคมมีการพูดจาที่ใช้ข้อมูลหรือหลักฐานมาสนับสนุน ไม่พูดลอยๆ หรือแค่แสดงความคิดเห็นที่ไม่มีมูล หรือสร้างภาพในสิ่งที่ตนไม่เป็น สังคมไทยกำลังรอให้เราปฏิรูปตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ 4.0 อยู่ ซึ่งเป็นอะไรที่ทำได้เลย ไม่ต้องรออนุมัติ เพื่ออนาคตของสังคมไทยที่ดีกว่า แล้วคุณจะรออะไร

Learning about learning (Vol. 3) – human vs machine intelligence

ถ้าเราจะสร้างเครื่องที่มีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์หรือที่เรียกว่า Artificial General Intelligence เรายังมี gap อยู่อีกเยอะมากที่จะมาประกอบความสามารถของงานต่างๆ เพื่อมาทำให้เท่าสมองมนุษย์ ช่วงที่ผ่านมามีกลุ่มนักวิจัยทาง AI ออกมาพูดคุยกันเพื่อมองอนาคตของ AI เป็นจำนวนมาก

Learning about learning (Vol. 2) – Learning like a machine

ข้อมูลในโลก internet ที่มีมากขึ้นบวกกับ algorithm ใหม่ๆ ในการ train neural network ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้ deep learning model (ซึ่งก็คือ neural network model ที่มีความซับซ้อนมีการนำมาเชื่อมเป็นหลายๆ ชั้น) เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเป็น model ที่ทำงานได้ดีกับข้อมูลขนาดใหญ่เช่น ข้อมูลภาพ video เสียง text model ทาง deep learning เริ่มมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มี model ที่ใหญ่และซับซ้อนมากขึ้น เช่น An Analysis of Deep Neural Network Models for Practical Applications

Learning about learning (Vol.1): Learning like a child

คนในวงการศึกษา เริ่มหันมาสนใจงานทาง neuroscience ที่แสดงให้เห็นว่าสมองมีคุณสมบัติที่เรียกว่า neuroplasticity คือสามารถเปลี่ยนแปลงการเชื่อมโยงของเส้นประสาทได้ตลอดชีวิต คนสามารถพัฒนาศักยภาพและความฉลาดได้ด้วยการฝึกซ้อมทบทวน ยิ่งทำก็จะช่วยให้คนมีความช่ำชองกับความรู้ใหม่ได้ อย่างที่มีคำพูดว่า Practice makes permanent นี่เป็นคอนเซปต์ที่สำคัญของการเรียนรู้

Collective Intelligence: Organization & Principle (Vol.3)

ประเทศไทยในน้ำมีปลาในนามีข้าว เราอยู่อย่างสบายๆ ตัวใครตัวมัน แก่งแย่งชิงดี มานานพอแล้วหรือยัง ประเทศอื่นๆ ที่เคยล้าหลังกว่าเรา (ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย) ก็ก้าวข้ามเราไปเพราะเค้ารู้จักการทำงานร่วมกันเพื่อส่วนรวม ยอมรับความแตกต่าง ตัดสินใจร่วมกันเป็น (ไม่ใช่เกี่ยวขากันเอง ไม่ได้ติเพื่อก่อหรืออิจฉาตาร้อนเมื่อคนอื่นได้ดี นี่เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เราและประเทศของเราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง) รู้จักหน้าที่ของตัวเอง มีกระบวนการที่โปร่งใส collective intelligence เป็นตัวอย่างของกลไกและ เวทีที่ใช้ที่แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ของคนในสังคมเพื่อก่อให้เกิดความรู้ร่วมใหม่ๆ ในการตัดสินใจ ซึ่งจะทำให้สังคมฉลาดและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชาติ แล้ววันนี้เรายังจะแยกกันอยู่หรือเลือกที่จะรวมกันฉลาดขึ้น

Collective Intelligence รวมกันเราฉลาด (Vol.1)

แม้จะไม่มีผู้นำแต่ระการระดมความคิดนี้ทำให้เกิด Collective Intelligence หรือความฉลาดของกลุ่ม ที่เกิดจากการร่วมมือ (collaboration) ร่วมกำลังความสามารถ (collective effort) หรือการแข่งขัน (competition) ของคนซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่เห็นพ้องกัน (consensus decision) ซึ่งการร่วมกันเหล่านี้เป็นที่มาของการทำให้กลุ่มสามารถแก้ปัญหาในระดับสูงหรือมีความซับซ้อนได้เพิ่มขึ้น อันนำไปสู่การสร้างความสามัคคีและช่วยพัฒนาของมนุษยชาติในขั้นต่อไปได้

Data Journalism – Why now? (Vol.2)

บางครั้งเราอาจต้องลองนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราไม่ได้เห็นชอบด้วยเสมอไป มันก็จะทำให้เรามีมุมมองที่หลากหลายขึ้น อาจจะทำให้เราเปิดใจ เข้าอกเข้าใจคนอื่นมากขึ้นได้ด้วย

Data Journalism – Why now? (Vol.1)

ทุกวันนี้ผู้อ่านมีทางเลือกมากขึ้น คุณภาพของ content ต้องดีขึ้น ถ้าเราสร้าง content ของสื่อที่ดี (มีข้อมูล หลักฐาน ความจริงมาประกอบ) คนอ่านที่ได้เสพของดีๆ ก็เหมือนได้กินยาบำรุงชั้นดี คนอ่านจะเริ่มแยกแยะออกว่าอะไรดีไม่ดี เหมือน detox การเสพข่าว เริ่มสร้าง demand ของคนเสพที่ต้องการอ่าน content คุณภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้น การนำเสนอข่าวต้องเปลี่ยน ถ้าเราอยากให้คน engage และคิดวิเคราะห์เพื่อหันมาใช้เหตุผลในการคิดมากขึ้น

Data Security ป้องกันไว้ก่อน

ประเทศไทยไม่ได้เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับโลกแต่ยังเป็นแหล่งที่นิยมของ Hacker มาใช้ความอ่อนแอทาง security จะเห็นได้จากการจัดอันดับความเสี่ยงทาง Cyber security threat ว่าเราอยู่ในระดับต้นๆ(อันดับ 5 ของ Asia) ดูได้จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นจาก Cyber threat map นี้ว่าเราเป็นต้นทางในการ launch cyber attack ไปยังประเทศต่างๆ ที่น่าเป็นห่วงก็คือทุกวันนี้บางหน่วยงานรัฐยังใช้ Google และ Line ในการติดต่อสื่อสารงานราชการกับประชาชนหากว่ารัฐต้องการจะตรวจสอบความรับผิดชอบและประสิทธิภาพ แล้วเราจะไปหาใคร หรือความลับของประเทศรั่วไหลใครจะรับผิดชอบเพราะไม่สามารถตรวจสอบได้

1 2