การเงินที่ยั่งยืน

ในยุคที่สถาบันการเงินทั่วโลกถูกประณามว่าเป็นตัวการก่อวิกฤติ หนุนเสริมการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน วงการสวนกระแสที่ใช้ชื่อรวมๆ ว่า “การเงินที่ยั่งยืน” และ “การเงินเพื่อสังคม” กำลังเติบโตขึ้นทั่วโลก ไทยพับลิก้าคัดสรรความคืบหน้าและกรณีศึกษาของวงการนี้มานำเสนอ

ข่าว

ถอดรื้อมายาคติที่ไม่ยั่งยืน : บทเรียนจาก “เสื้อใหม่ของนายธนาคาร” (1)

7 สิงหาคม 2014

ใน The Bankers’ New Clothes แอดมาทีกับเฮลวิกอยากให้ทุกคนตื่นตัวว่า ระบบการเงินโลกยังอันตรายและเปราะบางไม่ต่างจากก่อนเกิดวิกฤต แต่วิธีแก้เชิงนโยบายไม่ถูกนำไปใช้อย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เรารู้แล้วว่าควรแก้ไขอย่างไร สาเหตุสำคัญก็เพราะมายาคติที่ยังครอบงำวิธีคิดของผู้ดำเนินนโยบายและนายธนาคารจำนวนมาก

นัยต่อธนาคารเจ้าหนี้ กรณีศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องคดีไซยะบุรี

10 กรกฎาคม 2014

คำตัดสินรับฟ้องของศาลปกครองสูงสุดในดคีไซยะบุรี มีนัยที่ค่อนข้างชัดเจนว่าหน่วยงานราชการไม่เพียงแต่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย แต่ยังไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีผลผูกพันสี่ประเทศ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้รับเหมาโครงการนี้ไม่เคยจัดทำ EHIA ที่คำนึงถึงผลกระทบข้ามพรมแดน จนถึงเดือนมิถุนายน 2557 ไม่เคยส่งแบบแปลนละเอียดของ “ทางปลาผ่าน” และ “ระบบระบายตะกอน” ให้กับคณะกรรมการแม่น้ำโขงตามข้อตกลง อีกทั้งกัมพูชาและเวียดนาม สองประเทศสมาชิกตามข้อตกลงแม่น้ำโขง ก็ไม่เคยเห็นชอบ ลาวและผู้รับเหมาเดินหน้าก่อสร้างทั้งที่กระบวนการปรึกษาหารือไม่เคยแล้วเสร็จ

ความท้าทายของธนาคารกับสิ่งแวดล้อม: HSBC กับการทำลายป่าปฐมภูมิในมาเลเซีย

12 มิถุนายน 2014

เอชเอสบีซีให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจตัดไม้ทำลายป่าที่ไม่ยั่งยืนในรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ถึงแม้ว่าบริษัทป่าไม้เหล่านั้นได้ละเมิดเกณฑ์ความยั่งยืนของธนาคาร และถึงแม้ว่าเอชเอสบีซีเองจะชอบโฆษณาว่าตนเป็นธนาคารที่ “รับผิดชอบ”

เมื่อความไม่ยั่งยืนคือความเสี่ยงทางธุรกิจ: กรณีเขื่อนไซยะบุรี(อีกที)

15 พฤษภาคม 2014

ปัจจุบันยังไม่มีธนาคารไทยรายใดลงนามรับหลักอีเควเตอร์ ทั้งที่หลายแห่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมหาศาล นอกจากจะปล่อยกู้ในประเทศตัวเองแล้วยังกล้าหาญชาญชัย ไปปล่อยกู้ในโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน ส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนนับล้านคน ระบบนิเวศบนดินและในน้ำที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ผู้เขียนมองว่าเหตุผลหลักที่ยังไม่มีธนาคารไทยสนใจมาตรฐานนี้ คือ วงการธนาคารไทยโดยรวมยังมองไม่เห็นว่า “ความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อม” และ “ความเสี่ยงทางสังคม” ซึ่งมักจะมาคู่กันนั้น เป็น “ความเสี่ยงทางธุรกิจ” ของธนาคารด้วย และนับวันความเสี่ยงนี้จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

กลไกใหม่ๆ สำหรับ “การเงินเพื่อสังคม” (จบ): การเติบโตของวงการ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (sustainable investment)

20 มีนาคม 2014

ในบรรดาสินทรัพย์ทางการเงินทุกชนิดที่มีตลาดให้คนซื้อ หรือที่เรียกว่า “asset class” วงการที่เติบโตอย่างน่าสนใจที่สุดตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 เปิดฉาก หนีไม่พ้น “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (sustainable investment) ชื่อใหม่ของวงการ “การลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม” (socially responsible investing ย่อว่า SRI) ซึ่งเติบโตแตกหน่อในทุกทวีปทั่วโลก ด้วยอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15-25 ต่อปี

กลไกใหม่ๆ สำหรับ “การเงินเพื่อสังคม” (4): ได้เวลาของ “ประกันดัชนีสภาพอากาศ”

20 กุมภาพันธ์ 2014

ธนาคารโลกได้นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนากรมธรรม์ดัชนีสภาพอากาศ และได้ดำเนินการไปแล้วในหลายประเทศ อาทิ แคนาดา มาลาวี ยูเครน เอธิโอเปีย อินเดีย และเม็กซิโก อินเดียถือเป็นกรณีที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 250,000 ราย และมีสถาบันการเงินชุมชน และบริษัทประกันเอกชน เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก

กลไกใหม่ๆ สำหรับ “การเงินเพื่อสังคม” (3): ประสบการณ์จาก “พันธบัตรเพื่อสังคม” ของจริง

23 มกราคม 2014

ตอนที่แล้วผู้เขียนอธิบายแนวคิด ข้อดีและข้อเสียของ “พันธบัตรเพื่อสังคม” (social impact bond) ซึ่งถูกออกแบบมาเชื่อมนักลงทุนเอกชนเข้ากับโครงการสาธารณะของรัฐ ด้วยความหวังว่า การ “ผนึก” แรงจูงใจของเอกชน วินัยของตลาด กับเป้าหมายทางสังคมเข้าด้วยกัน จะช่วยให้โครงการดีๆ ซึ่งสร้างผลลัพธ์ทางสังคมในทางที่ช่วยรัฐประหยัดเงิน ได้เข้าถึงแหล่งทุนมากกว่าทุกยุคที่แล้วมา วันนี้มาดูพันธบัตรเพื่อสังคมที่ออกจริงไปแล้วกัน

กลไกใหม่ๆ สำหรับ “การเงินเพื่อสังคม” (2): “พันธบัตรเพื่อสังคม” (social impact bond)

26 ธันวาคม 2013

นวัตกรรมทางการเงินที่กำลังได้รับความนิยมและทดลองใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายประเทศ ตั้งแต่อังกฤษ อเมริกา ข้ามทวีปไปออสเตรเลียและประเทศอื่น คือ “พันธบัตรเพื่อสังคม” (social impact bond หรือ social benefit bond หรือ Pay for Success Bond ในกรณีของอังกฤษ)

กลไกใหม่ๆ สำหรับ “การเงินเพื่อสังคม” (1): สิบวิธีที่การเงินจะเป็น “พลังที่ดีงาม”

3 ตุลาคม 2013

“…เมื่อมองไปข้างหน้า เราจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การเงินทำงานสู่สังคมที่เราทุกคนสุขสบาย และกระตุ้นให้เราเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยในเวลาเดียวกัน ผมมองว่าจะทำแบบนี้ได้ เราต้องปรับแก้โครงสร้างเชิงสถาบันบางประการของสถาบันการเงิน เพื่อให้มันทำงานดีกว่าเดิมเพื่อทุกคน และขยายขอบเขตของการเงินไปครอบคลุมความเสี่ยงและกิจกรรมต่างๆ ของเรามากขึ้น นั่นแปลว่าเราจะต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ไม่ใช่โยนนักการเงินจำนวนมากเข้าคุกหรือไล่ปิดสถาบันการเงิน” ใน Finance and the Good Society (การเงินกับสังคมที่ดี) หนังสือเล่มใหม่ของ Robert Shiller นักเศรษฐศาสตร์การเงินชื่อดัง เขาเสนอความคิดบางประการที่จะทำอย่างนี้ได้

“ความรู้เรื่องทางการเงิน” (financial literacy) (จบ): ตัวอย่างโครงการที่ “เวิร์ค”

5 กันยายน 2013

ตัวอย่างโครงการและบริการที่ประสบความสำเร็จบอกเราว่า “โครงการให้ความรู้ทางการเงิน” แบบดั้งเดิมที่ชอบทำกันในไทย คือยึดตำรา ใช้ศัพท์แสงวิชาการ พูดซ้ำซากว่า “ต้องเป็นผู้บริโภคที่รับผิดชอบ” และทำให้คนฟังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีที่พึ่งเมื่อออกจากห้องเรียนไปแล้ว นอกจากจะใช้ไม่ได้แล้ว ยังไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาทางการเงินให้กับคนไทยได้อย่างตรงจุดอีกด้วย