Cockroach in The Making ตอนที่ 2: สานฝัน

ปพนธ์ มังคละธนะกุล
www.facebook.com/Lomyak

ต่อจากตอนที่1

ตอนช่วงแรกที่ผมออกมาผจญภัยเปิดบริษัทตัวเอง ช่วงนั้น (จริง ๆ แล้ว ช่วงนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่) เวลาเจอเพื่อนฝูง หรือคนรู้จัก หากรู้ว่าผมออกมาทำธุรกิจส่วนตัว เกือบทุกคนมักจะหล่นความเห็นทำนองว่า

“ดีจัง ออกมาทำเอง รวยเลยสิ”
ไม่ก็ “ดีนะ ทำเอง ได้เท่าไร ก็เข้าเราหมด เหนื่อยแต่รวย…”

ด้วยความสัตย์จริง จุดประสงค์ที่ออกมาทำเอง ไม่ได้ปักธงว่าจะต้องรวยเท่านั้นเท่านี้ ไม่ได้ตั้งต้นด้วยตัวเงินเสียด้วยซ้ำ

แน่นอน ผมมีภาระความรับผิดชอบ ยังไงเสีย คุณภาพการศึกษา และคุณภาพชีวิตของครอบครัว ต้องไม่กระทบ ที่เหลือ ผมไม่ได้กะเกณฑ์หรือตั้งเป้าเรื่องความมั่งคั่งสักเท่าไร

หากจะโชคดี จะร่ำรวยตามคำอวยพรที่เพื่อนฝูงต่างช่วยกันพร่ำพูดให้แล้ว ก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่ผมตั้งใจทำแล้วสัมฤทธิผลเสียมากกว่า หาใช่เหตุแห่งการเริ่มต้นไม่

ผมอยากจะบอกว่า ด้านดีที่คนโลกสวยพยายามสร้างภาพให้เห็นว่า การทำธุรกิจของตัวเอง เป็นนายตัวเองนั้น เป็นเพียงแค่ด้านเดียว แต่สรรพสิ่งในโลกล้วนมีสองด้าน เพียงแต่ด้านที่ไม่ค่อยสวยนั้น คนเขาไม่ค่อยออกมาเล่าให้ฟังหรอก จะเล่าให้ฟังก็ต่อเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว ประสบความสำเร็จแล้วทั้งนั้น

ผมได้สัมผัสมากับตัวเองตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้ว่า…

ช่วงขาขึ้น อะไร ๆ ช่างดูดีไปหมด อย่าไปตื่นเต้นกับมันมาก

ช่วงลำบาก จะทำอะไรก็ดูติดขัดไปเสียหมด ก็อย่าไปหมดหวังกับมัน ก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่เราเชื่อต่อไป เดี๋ยวก็ถึงช่วงดีเอง

ไม่อยากจะบอกว่า ทุกวันนี้ยังมีคนชวนกลับไปทำงานประจำ กินตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เงินเดือนดี ๆ อยู่นะครับ แต่ผมใจแข็งขอยืนหยัดบนเส้นทางผจญภัยอยู่ดี ผมมีเหตุผลที่ต้องบอกว่าเป็นความส่วนตัวล้วนๆ

ตลอดชีวิตผมเป็นผู้บริหารมืออาชีพ นั่นคือทำหน้าที่บริหารธุรกิจของคนอื่น ช่วยให้คนอื่นบรรลุฝัน โดยที่ผมได้ค่าตอบแทนจากความสามารถในการบริหาร ในการแก้ปัญหา ในการสร้างทีมงาน เป็นตัวเงิน และความพึงพอใจในความสามารถที่บรรลุผลสำเร็จ

แต่…ให้มองย้อนกลับไป ผมอิ่มเอมกับความสำเร็จนั้น ๆ ขนาดไหน

ใช่…ผมอิ่มเอมกับมัน เพราะแต่ละครั้งที่ทำ ล้วนไม่ใช่โจทย์ง่าย เมื่อทำได้ ความภูมิใจก็น่าจะสมเหตุสมผลดีไม่ใช่หรือ

แต่ทุกวันนี้ ผมกลับไม่รู้สึกอิ่มเอมเต็มอิ่มกับมัน อาจเป็นเพราะบทบาทเราเป็นผู้บริหาร นั่นคือบริหารแก้โจทย์ขององค์กรไป ผู้บริหารควบคู่กับการแก้ปัญหา แต่เมื่อแก้ปัญหาลุล่วงไปแล้ว เราช่วยสานฝันให้กับใคร ใช่ตัวเราเองหรือไม่

ผมตกผลึกแล้วว่า ตัวตนของผมเป็นคนชอบความท้าทาย ชอบแก้ปัญหา ผมยังรักที่จะแก้โจทย์ของธุรกิจต่าง ๆ แต่ทำเพราะสนุกกับการแก้ปัญหา แต่ไม่ได้รู้สึกอิ่มเอม เพราะเมื่อแก้ได้ สิ่งนั้นไปสานฝันให้กับผู้อื่น แต่ฝันของตัวเองยังไม่ไปไหน

นั่นจึงเป็นที่มาที่ผมปฏิเสธที่จะกลับไปเป็นผู้บริหารเต็มเวลา และยังผจญภัยอยู่ เพราะยังอยากปันเวลามาสานฝันของตัวเอง ธุรกิจที่ปรึกษาจึงเหมาะกับชีวิตช่วงนี้ของผม เนื่องจากได้มีโอกาสขบคิดแก้ปัญหา แต่ขณะเดียวกันยังมีเวลาพัฒนาแนวคิดธุรกิจที่ตัวเองอยากทำ อยากสร้าง อยากสานฝันด้วยเช่นกัน

ตีพิมพ์ครั้งแรก : เฟซบุ๊กล้มยักษ์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561