ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนตำบล จ.มหาสารคาม 18 ราย

 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. โฆษกของสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่มีการกล่าวหาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 31 แห่ง ซึ่งดำเนินการจัดสอบโดยมหาวิทยาลัย 2 แห่ง แห่งแรกดำเนินการจัดสอบ 19 อบต. และแห่งที่สอง ดำเนินการจัดสอบ 12 อบต. มีพฤติการณ์ร่วมกันทุจริตในการสอบ มีการปลอมเอกสารผลคะแนน และร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบได้ นั้น

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนโดยแยกเป็น 2 เรื่องตามกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ เรื่องแรก 19 อบต. และเรื่องที่สอง 12 อบต.

ในการนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้การไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีของ อบต. เขวาไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นหนึ่งใน อบต. ที่ถูกกล่าวหาเสร็จสิ้นแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า มีผู้สอบแข่งขันได้รับการขึ้นบัญชี เป็นผู้สอบแข่งขันได้ของ อบต. เขวาไร่ จำนวน 15 คน ในจำนวนนี้ ปรากฏว่ามีผู้สอบแข่งขันได้จริงเพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือสอบไม่ผ่าน แต่ได้รับความช่วยเหลือจากนายก อบต. และผู้ดำเนินการจัดสอบ โดยจัดทำผลคะแนน เป็นเท็จว่าสอบได้ โดยมีผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีรายหนึ่งให้การรับสารภาพว่าได้จ่ายเงินผ่านนายหน้า ให้แก่ผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้อง จำนวน 600,000 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติชี้มูลความผิด ดังนี้

1. นายสมบูรณ์ นาเพีย ในฐานะนายก อบต.เขวาไร่ อ.นาเชือก และในฐานะคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน และพันจ่าเอก คมสันต์ บุญศร นายก อบต.หนองเรือ อ.นาเชือก ในฐานะคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ติดต่อผู้ช่วยศาสตราจารย์ อร่าม ศิริพันธ์ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัดสอบ ให้จัดทำผลคะแนนสอบอันเป็นเท็จและร่วมกันจ่ายเงินให้กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ อร่าม ศิริพันธ์ เป็นค่าจัดทำ ผลคะแนนอันเป็นเท็จดังกล่าว แล้วร่วมกันจัดทำและรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการสอบแข่งขันอันเป็นเท็จ แล้วส่งเอกสารการประชุมพิจารณาอันเป็นเท็จให้คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดมหาสารคาม (ก.อบต.จังหวัด) ให้ความเห็นชอบ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 162(1), (4) ประกอบมาตรา 83 และมีมูลให้ต้องถอดถอนออกจากตำแหน่งตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อร่าม ศิริพันธ์ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัดสอบ ในฐานะเป็นกรรมการออกข้อสอบ กรรมการคัดเลือกข้อสอบ กรรมการตรวจข้อสอบ กรรมการประมวลผลคะแนน และเป็นหัวหน้าคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันได้จัดทำผลคะแนนสอบภาค ก และภาค ข อันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบ บางรายให้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งหรือขึ้นบัญชี ทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าวสอบไม่ผ่าน โดยเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทน มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1), (4) ประกอบมาตรา 86 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

3. นางสมจิตร บุญศร รองปลัด อบต. หนองเรือ อ.นาเชือก ภรรยาของพันจ่าเอก คมสันต์ บุญศร นายก อบต. หนองเรือ ในขณะนั้น เป็นผู้นำเงินมาให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อร่าม ศิริพันธ์ เพื่อดำเนินการจัดทำผลคะแนนสอบอันเป็นเท็จ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 162(1), (4) ประกอบมาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

4. นางดอกไม้ หนูยอด ครู (คศ. 1) เทศบาลตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด เป็นตัวกลางเรียกรับเงิน จากผู้สมัครสอบให้กับผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 162(1), (4) ประกอบมาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

5. ผู้ได้รับการขึ้นบัญชี ประกอบด้วย นายกิติศักดิ์ สุขกำเนิด, นายชูชาติ ทิมกลางดอน, นายอำพล มากระจันทร์, นายธีรเชษฐ์ พลสอน, นางนิตยา สีสา, สิบเอกสุนันท์ บุญตาแสง, นายสมพงษ์ มณีวัฒน์, นายวิสูติ เทียงคาม, นางปุณยนุช อรัญเสน, นายชาญณรงค์ สมแพง, นางสาวสุจิตรา ภูวงศ์, นางสาวหนูจีน แก้วลาด, และนางสาวอรัญณีย์ ภารเจิม ได้ร่วมทุจริตในการสอบครั้งนี้ กับนายสมบูรณ์ นาเพีย นายก อบต. เขวาไร่ พันจ่าเอก คมสันต์ บุญศร นายก อบต. หนองเรือ และคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86

จึงให้ส่งรายงานการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาข้างต้น แล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติให้ส่งรายงานการไต่สวนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการยึดหรือและอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งส่งเรื่องให้สำนักมาตรการป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาเสนอแนวทางหรือมาตรการที่จะป้องกันมิให้เกิดการทุจริตเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนตำบลในโอกาสต่อไป

สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งอื่นที่อยู่ระหว่างการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วและจะได้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนให้ทราบต่อไป

อนึ่ง การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด