โฆษกธรรมกายยัน “พระธัมมชโย” อาพาธ -ไม่หนี จัดแถลงข่าวระหว่างการปฏิบัติธรรม ระบุไม่ใช่กำแพงมนุษย์ ไม่ตอบคดีบุกรุกป่าเขาใหญ่

นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์
นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์

หลังจากสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นควรสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กระทำความผิดฐานสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร พร้อมกับแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้นำตัวผู้ต้องหามาส่งพนักงานอัยการภายในอายุความ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่กระทำผิด ปรากฏว่ามีกระแสข่าวพระธัมมชโยเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว กระทั่งวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา 15.20 น. นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ แถลงต่อสื่อมวลชน โดยมีศิษยานุศิษย์นับหมื่นคนที่กำลังสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 11 ล้านจบ ณ อาคารรัตนวิหารคต วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

โดยนายองอาจยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พระธัมมชโยไม่ได้หลบหนีไปไหน เพราะไม่มีหนังสือเดินทางจึงไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ พระธัมมชโยยังคงรักษาอาการอาพาธอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย และที่สำคัญ พระธัมมชโยมีอาการอาพาธหลายโรค จึงต้องได้รับการดูแลจากคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งพระธัมมชโยไม่ได้ออกมาปฏิบัติศาสนกิจภายในวัดพระธรรมกายตั้งแต่เรื่องนี้กลายเป็นคดีความเกิดขึ้นมา ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่นำพระธัมมชโยไปรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาล ตรงนี้ก็เป็นสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งพระธัมมชโยเลือกที่จะพักรักษาตัวที่วัดพระธรรมกาย ศิษยานุศิษย์ก็มีหน้าที่ต้องหาทีมแพทย์มารักษาอาการอาพาธตามความประสงค์ของพระธัมมชโย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตามหมายจับ ขณะที่พระธัมมชโยอาพาธไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวนได้ เรื่องนี้มีทางออกอย่างไร

นายองอาจกล่าวว่า ก่อนที่ผมจะพูดถึงทางออก ผมขอพูดถึงที่มาของปัญหาก่อน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส เดินทางไปดีเอสไอ ขอให้เปลี่ยนสถานที่พบพนักงานสอบสวน เนื่องจากพระธัมมชโยอาพาธ ไม่สามารถเดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ พระสนิทวงศ์จึงไปยื่นหนังสือเชิญดีเอสไอมาสอบปากคำที่วัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนดีเอสไอออกหมายเรียกและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ เพราะดีเอสไอยืนยันว่ามาสอบปากคำที่วัดพระธรรมกายไม่ได้ แต่ก็มีนักกฎหมายหลายคนบอกว่ามาสอบปากคำที่วัดได้ และในที่สุดก็ผ่านพ้นขั้นตอนที่จะออกหมายเรียก ดีเอสไอไปขออนุมัติหมายจับ หากวันนั้นดีเอสไอยอมมาสอบปากคำที่วัดพระธรรมกาย ก็คงไม่ต้องไปขอศาลออกหมายจับและเรื่องคงไม่วุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้

พระธัมมชโยเซ็นเอกสารบางอย่าง ระหว่างให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558
พระธัมมชโยเซ็นเอกสารบางอย่าง ระหว่างให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558

นายองอาจกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมพนักงานสอบสวน เคยเดินทางมาสอบปากคำพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายแล้วครั้งหนึ่ง โดยทนายความวัดพระธรรมกายให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “พระธัมมชโยไม่เคยเห็นเช็ค ไม่เคยจับเช็ค และไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายเช็ค ผู้ที่ทราบข้อมูลทั้งหมดคือพระมหาบุญชัย จารุทตฺโต ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี วัดพระธรรมกาย” ซึ่งตามกระบวนการในการทำบุญของวัดพระธรรมกายจะแตกต่างจากวัดทั่วๆ ไป เนื่องจากมีญาติโยมมาทำบุญเป็นจำนวนมาก พระธัมมชโยจะเป็นตัวแทนในการรับเช็คเท่านั้น เมื่อเสร็จพิธีก็จะลุกออกไป พระมหาบุญชัยและเจ้าหน้าที่การเงินก็จะนำเช็คไปเข้าบัญชีของวัด ซึ่งพระธัมมชโยได้ให้ข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว หากวันนี้พนักงานสอบสวนมาถามอีก ก็ได้ข้อมูลเหมือนเดิม เพราะพระธัมมชโยไม่เคยรับรู้เรื่องการเงิน ท่านรับบริจาคเงินด้วยความสุจริต เปิดเผยต่อสาธารณชน เมื่อรับเงินบริจาคแล้วก็เป็นหน้าที่คณะกรรมการการเงินต้องนำเช็คไปเข้าบัญชี นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

“ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีทางออกอย่างไร ผมมองว่าเมื่อช่วยกันสร้างปัญหาขึ้นมาก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา อีกประเด็นที่ผมอยากจะขอทำความเข้าใจ หมายจับนั้นเกิดขึ้นมาจากหมายเรียก เรียกมาสอบถามแล้ว แต่พระธัมมชโยอาพาธมาไม่ได้ ตามกระบวนการของกฎหมายก็ต้องขออนุมัติหมายจับ ดังนั้น พระธัมมชโยไม่ผิดนะ บางท่านอาจเข้าใจว่ามีหมายจับแล้วแสดงว่ามีมูลความผิด แต่ข้อเท็จจริงหมายจับเกิดมาจากหมายเรียก ไม่ใช่ศิษยานุศิษย์ไม่เคารพกฎหมาย แต่ประเด็นเชิญมาแล้วมาไม่ได้เพราะวันนี้อาพาธ จะทำอย่างไร

thaipublica2

thaipublica3

thaipublica4

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดกิจกรรมสวดมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ถือเป็นการระดมคนเข้ามาในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตามหมายจับหรือไม่

นายองอาจตอบว่า ประเด็นนี้ผมไม่กังวลเลย ผมจัดกิจกรรมสวดมนต์มาตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา 3-4 เดือนมาแล้ว และตั้งเป้าหมายว่าจะจัดกิจกรรมสวดบทธัมมจักกัปปวัตนสูตรไปเรื่อยๆ และหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย การสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรถือเป็นบุญใหญ่ คณะศิษยานุศิษย์จึงขออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน จึงมีการจัดกิจกรรม 7 วัน 15 วัน และ 50 วัน ในวันที่ 2 ธันวาคม 2559 ซึ่งทางคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกับชุมชนรอบวัดพระธรรมกายและคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี 1,000 รูป จัดพิธีใหญ่ในการสวดมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล คาดว่าจะมีศิษยานุศิษย์มารวมตัวกันนับแสนคน มากกว่าวันปกติ ซึ่งมีศิษยานุศิษย์วนเวียนมาสวดมนต์ตลอด 24 ชั่วโมงนับหมื่นคน ต้องขอทำความเข้าใจ นี่ไม่ใช่กำแพงมนุษย์

“คณะศิษยานุศิษย์มาวัดพระธรรมกายเพื่อปฏิบัติธรรมกันตามปกติ ไม่ได้ระดมคนเพื่อสร้างกำแพงมนุษย์ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่อย่าทำให้ตกใจ ผมขอยืนยันทั้งในวันนี้และในวันหน้า หากมีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น ยืนยันไม่ใช่ฝีมือลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทำ แต่เป็นมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ และเคยมีคนยืนยันว่ามีการส่งมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากความตกใจ แต่ตอนนี้ปกติ” นายองอาจกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศาลจังหวัดเลยและศาลจังหวัดนครราชสีมาออกหมายจับเพิ่มเติม กรณีวัดพระธรรมกายก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา บุกรุกพื้นที่ป่า พระธัมมชโยไปพบพนักงานสอบสวนภายใน 5 วันหรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า ประเด็นนี้ผมไม่ขอตอบ ขอให้เป็นหน้าที่ของทีมกฎหมายของวัดพระธรรมกาย

อ่านเพิ่มเติมเกาะติดสถานะสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น