ทำไมคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีวินัยเเต่คนไทยส่วนใหญ่เห็นเเก่ตัว: ทฤษฎีของ social norm

30 กันยายน 2016

ณัฐวุฒิ เผ่าทวี
www.powdthavee.co.uk

ที่มาภาพ : https://www.google.co.th

ที่มาภาพ : https://www.google.co.th

มีคนเคยตั้งคำถามว่า ทำไมคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีวินัยเเต่คนไทยส่วนใหญ่เห็นเเก่ตัว (ดูได้จากการทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ ไม่หยุดรถตรงทางม้าลาย เเซงคิว เเละอื่นๆ อีกมากมาย)

ผมขอพยายามตอบในความคิดของผมเป็น bullet point สิบข้อข้างล่างตามนี้นะครับ

1. คนเราส่วนใหญ่จะปฎิบัติตามกฎหรือบรรทัดฐานของสังคม (หรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า norm นั่นเอง)

2. ถ้าไม่ปฎิบัติตาม norm ก็จะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี เเละอาจถูกสังคมรังเกียจได้

3. ทุกๆ คนอยากที่จะรู้สึกดีๆ กับตัวเอง เเละไม่มีใครอยากถูกสังคมรังเกียจ จึงทำให้เกิดข้อที่ 1. ขึ้น

4. เเต่ถ้าคนไหนตัดสินใจไม่ปฎิบัติตามกฎของ norm นั่นก็เป็นเพราะว่าผลประโยชน์ส่วนตัวของเขา (private benefits) นั้นมีค่าที่สูงกว่าผลเสียของส่วนรวม (social costs) บวกกันกับการลงโทษจากสังคม (พูดง่ายๆ คือการโดนสังคมประจานหรือรังเกียจนั่นเอง) ที่จะตามมาจากการเเหกกฎของ norm (social sanctions)

5. สำหรับหลายๆ คน ผลประโยชน์ส่วนตัวจากการเเหกกฎมักจะมีค่าสูงกว่าผลเสียของส่วนรวมนั่นก็เป็นเพราะว่าผลเสียของส่วนรวมนั้นมักจะมีคนเเบกรับด้วยกันหลายคน (คือผลเสียมีคนต้องเเชร์กันเยอะ ผลกระทบส่วนตัวจึงมักน้อยกว่าผลพลอยได้ส่วนตัวจากการเห็นเเก่ตัว)

6. เพราะฉะนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการหยุดไม่ให้คนเเหกกฎของ norm ก็คือ การลงโทษจากสังคม

7. เเต่การลงโทษจากสังคมจะมีค่าเป็นตัวลบที่ใหญ่ก็ต่อเมื่อมีจำนวนคนในสังคมที่เชื่อในกฎนั้นเป็นจำนวนหลายๆ คน ถ้าคนเชื่อในกฎตรงนั้นน้อย ความละอายใจที่จะมาจากกลุ่มคนส่วนใหญ่ก็จะน้อยตามๆ กันไปด้วย

8. เมื่อเริ่มมีจำนวนคนที่ถูกปลูกฝังให้คนรุ่นต่อๆ ไปเชื่อกันว่าคนอื่นส่วนใหญ่ไม่เคารพกฎนั้นๆ หรอก (อย่างเช่น “ทิ้งขยะไปถึงเเม้ว่ามันจะไม่ดี เเต่คนอื่นเขาก็ทำกัน ไม่เป็นไรหรอก” หรือ “ไฟเหลืองเหรอ หลายคนเขามองว่าไฟเหลืองนั้นก็คือการเหยียบคันเร่งกัน ไม่ใช่บอกให้หยุดกันหรอก”) จำนวนคนในรุ่นต่อๆ ไปที่เชื่ออย่างนั้นจริงๆ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เเละพฤติกรรมที่ไม่ดีทั้งหลายก็จะกลายมาเป็น new normal โดยปริยาย

9. ในประเทศหลายๆ ประเทศที่มี norm ที่ดี อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น เขาก็จะมี norm ที่คนในสังคมรู้ๆ กันว่าควรจะต้องทำตาม เช่น อย่าเดินกินในสถานที่สาธารณะนะ ถึงเเม้ว่าจะไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ทำอย่างชัดเจนก็ตาม เมื่อมี norm อย่างนั้นก็ทำให้ไม่มีการทิ้งขยะเรี่ยราดบนทางเดินเเละท้องถนนกัน

10. ถ้าเราอยากจะเปลี่ยน norm ที่เเย่ให้คนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคตล่ะก็ เราต้อง

  • ไม่ทำตัวเเบบมีสองมาตรฐาน
  • อย่าบอกคนรุ่นใหม่ๆ ว่า ก็คนมันเป็นอย่างนี้เเหละ เปลี่ยนไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้น เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
  • หาวิธีการเปลี่ยนพฤติกรรมที่เเย่ๆ ของคนโดยที่เขาไม่รู้ตัว เช่น ถ้าอยากให้คนหยุดรถตรงทางม้าลาย ทำให้ม้าลายตรงนั้นนูนเป็นสามมิติขึ้นมาให้คนขับนึกว่าจะขับชนอะไรบนถนน ซึ่งก็จะสามารถทำให้เขาชะลอรถตรงนั้นได้ หรือไม่ก็ทำให้การสอบใบขับขี่ยากขึ้นกว่าเเต่ก่อน โดยให้มีการออกถนนจริงกับคนที่สอนขับรถก่อนที่จะสอบจริงๆ เเละให้มีการหยุดตรงทางม้าลายเป็นหนึ่งในการสอบใบขับขี่ด้วย (ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่การสอบใบขับขี่อย่างประเทศอังกฤษต้องมี)
  • การเปลี่ยน norm เป็นอะไรที่ยากเเต่ไม่ใช่อะไรที่เป็นไปไม่ได้นะครับ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้กลยุทธ์ในการค่อยๆ สะกิดพฤติกรรมของคนเเต่ละคนในสังคมของเรายังไงให้เกิดเป็น norm ที่ดีได้เท่านั้นเอง

    อ่านเพิ่มเติม
    Akerlof, G.A., 1980. A theory of social custom, of which unemployment may be one consequence. The quarterly journal of economics, pp.749-775.

    • Plagapong

      รีบคลิ๊กเข้ามาอ่านอย่างไว ผมสงสัยประเด็นนี้มานานแล้ว

    • ณัฐธัญ เตชะกาญจนวงศ์

      การจอดรถในที่สาธารณะก็เหมือนกันครับ หลายคนเข้าใจว่าจอดได้เพราะเป็นที่ “สาธารณะ” ใคร ๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ ที่จะจอด โดยเฉพาะตามหมู่บ้านต่าง ๆ ที่มักใช้ถนนของหมู่บ้านเป็นที่สังสรรค์ ปลูกต้นไม้ ขายของ เตะบอล เล่นกีฬา รวมถึงการจอดรถล้ำออกมา โดยเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้อย่างถูกต้อง….

      โดยคนเหล่านี้ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นการเอารัดเอาเปรียบสังคม ในเมื่อบ้านทุกหลังมีที่จอดรถ ก็ควรใช้พื้นที่ที่จอดรถให้ตรงวัตถุประสงค์ ไม่ใช่เอาไปทำอย่างอื่น และมารุกล้ำถนนส่วนกลางสาธารณะประโยชน์ เพื่อใช้จอดรถของตน โดยมักจะอ้างว่า “บ้านอื่นก็จอดแบบนี้”

      อยากตีแบตมินตัน ก็มีคอร์ดสำหรับเล่นอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย ตรงตามวัตถุประสงค์

      อยากเตะบอล ก็มีสนามฟุตบอลมากมายให้ใช้บริการ ซึ่งก็ตรงตามวัตถุประสงค์

      อยากให้ทุกคนเริ่มต้นพิจารณาและปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของกฏหมายและสังคม ไม่เอารัดเอาเปรียบสังคม สร้างวินัยและสอนลูกหลานถึงกาลเทศะ เล่นให้ถูกเวลา ถูกสถานที่ ไม่เล่นกลางถนน ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็ก ๆ เคารพสิทธิ์ของผู้อื่นครับ

    บทความอื่นๆ

    เครือข่ายสังคม