นายกสมาคมร้านค้าปลอดอากรไทย ร้อง “บิ๊กตู่” สั่ง ทอท. เปิดจุดส่งมอบสินค้า จี้สลายผูกขาดธุรกิจดิวตี้ฟรีในเมือง

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 นางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการทอท.จัดหาพื้นที่ในอาคารสนามบินทำจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 นางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านพล.ร.อ. พะจุณณ์ ตามประทีป ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการ ทอท. จัดหาพื้นที่ในอาคารสนามบินทำจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ

หลังจากสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในเมือง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และกรมศุลกากร เปิดจุดส่งมอบสินค้า (Pick-up counter) ในสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กรุ๊ป ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ครบ 7 เดือน ปรากฏว่ายังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากหน่วยงานดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 เวลา 10.00 น. นางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน พล.ร.อ. พะจุณณ์ ตามประทีป ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการ ทอท. จัดสรรพื้นที่ในอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่งในขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม โดยผ่านความเห็นชอบจากกรมศุลกากร เพื่อใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะสำหรับร้านค้าปลอดอากรในเมืองทุกแห่งได้ใช้ร่วมกัน

นางรวิฐากล่าวว่า ผู้ร้องในฐานะนิติบุคคลประเภทสมาคมการค้า ชื่อ สมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย (สมาคม) มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมวิสาหกิจที่เกี่ยวกับร้านค้าปลอดอากร เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจเอสเอ็มอี สร้างงาน สร้างรายได้โดยรวมให้ประเทศ ส่งผลให้รัฐมีรายได้จากภาษีอากรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังเป็นอีกช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับ ทอท. โดยตรง

ปัจจุบัน ผู้ร้องมีสมาชิกที่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย 6 ราย ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล ดิวตี้ ฟรี ช็อปส์ จำกัด, บริษัท จี เอ็ม เอส ดิวตี้ฟรี จำกัด, บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท พีทีวาย ดิวตี้ฟรี จำกัด, บริษัท ซีเอ็ม ดิวตี้ฟรี จำกัด และบริษัท ตาดี แค๊ปปิตอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายศุลกากรและมีความประสงค์จะยื่นคำขอจัดตั้งร้านค้าปลอดอากรในเมืองต่ออธิบดีกรมศุลกากร แต่กรมศุลกากรไม่สามารถจัดหาพื้นที่ภายในอาคารสนามบินให้ผู้ประกอบการได้ใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะร่วมกันได้ และเพื่อให้กรมศุลกากรได้เห็นชอบตามประกาศกรมศุลกากรที่ 20/2549 เรื่องระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับร้านค้าปลอดอากร ลงวันที่ 21 มีนาคม 2549 เนื่องจากปัจจุบันจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะข้างต้นถูกจัดตั้งอยู่ในอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินนานาชาติที่อยู่ในกำกับของ ทอท. โดยความเห็นชอบของกรมศุลกากร มีบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด หรือบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้มีสิทธิใช้เพียงผู้เดียว (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

รูปแบบจุดส่งมอบสินค้าของทอท

นางรวิฐากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สมาชิกของสมาคมเคยยื่นหนังสือถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เพื่อขอใช้พื้นที่ในอาคารผู้โดยสารขาออกเพียง 50 ตารางเมตร เป็นจุดส่งมอบสินค้าของตนได้ดังเช่นบริษัทคิงเพาเวอร์ฯ แต่ได้รับคำตอบจากท่าอากาศยานดอนเมืองว่า “ไม่สามารถจัดสรรให้ได้ เนื่องจากพื้นที่แออัดมาก ส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นยังไม่เคยได้รับคำตอบแต่อย่างใด” ส่งผลให้เกิดการผูกขาดธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในเมืองโดยปริยาย ดังนั้น การกระทำของกรมศุลกากร และ ทอท. จึงถือเป็นการร่วมกันกระทำ เพื่อไม่ให้กฎมายมีผลบังคับใช้ อีกทั้งยังขัดต่อหลักการค้าเสรี ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานทั่วไปที่รัฐพึงปฏิบัติต่อประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์การลงทุนและรายได้ที่จะเกิดจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศโดยรวม ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ยังส่งผลถึงรายได้ของผู้ประกอบการสินค้าไทย สินค้า OTOP และร้านค้าทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้ ผู้ร้องได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อหารือ ซึ่งท่านเห็นชอบที่จะให้มีการเปิดร้านค้าปลอดอากรในเมืองเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่เพียงรายเดียว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว จึงได้เชิญให้ผู้ร้องเข้าร่วมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. อธิบดีกรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ อีกทั้งผู้ร้องยังได้ส่งหนังสือขอเข้าพบ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ส่งเรื่องต่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ร้องได้เข้าหารือแล้ว แต่ไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าใดๆ ผู้ร้องจึงร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามลำดับ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าจากทุกหน่วยงานตามที่กล่าวมาในข้างต้น

ต่อมา กรมศุลกากรได้เชิญผู้ร้อง และผู้แทนของประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าร่วมหารือ ได้ข้อสรุปว่า กรมศุลกากรพร้อมที่จะดำเนินการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ให้ผู้ร้องไปเจรจาขอพื้นที่ในอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินนานาชาติจาก ทอท. เอง ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่า ทอท. เคยตอบปฏิเสธคำร้องขอจากสมาชิกของผู้ร้องมาแล้ว ประกอบกับกรมศุลกากรและ ทอท. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ทอท. แต่กระทรวงการคลังก็เพิกเฉย ผู้ร้องได้พยายามทุกวิถีทางที่จะขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ตามขั้นตอนของราชการ ทั้งในระดับผู้กำหนดนโยบาย ส่วนราชการ และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เช่นกัน

ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจากการลดลงของรายได้โดยรวมของประเทศ และให้ทันต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ประคองเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน อีกทั้งสมาชิกของผู้ร้องหลายรายพร้อมที่จะเปิดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรในเมืองในเร็ววันนี้ แต่ติดเงื่อนไขเชิงนโยบายที่ทำให้เกิดอุปสรรคเพียงประการเดียว คือ เรื่องจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะในสนามบินนานาชาติ

จึงกราบเรียนมาเพื่อขอความเป็นธรรม และได้โปรดพิจารณาสั่งการให้ ทอท. จัดสรรพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่งในขนาดที่เหมาะสม ให้กรมศุลกากรเห็นชอบตามกฎหมายศุลกากร เพื่อใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะสำหรับร้านค้าปลอดอากรในเมืองทุกแห่งได้ใช้ร่วมกันต่อไปจักขอบคุณยิ่ง ลงชื่อ นางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย

อ่านรายละเอียดหนังสือขอความเป็นธรรมนายกรัฐมนตรี