สั่งอายัดเช็ค 1.8 พันล้าน ลุยคดีทุจริตขายข้าว G to G ล็อตใหม่ – ป.ป.ช. เพิ่มผู้ถูกกล่าวหาอีก 33 ราย

14 พฤษภาคม 2016

บุญทรง เตริยาภิรมย์

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อครั้งเดินทางไปรับฟังการไต่สวนคดีทุจริตขายข้าว G to G คดีแรก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีกล่าวหาว่ามีการทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ล็อตใหม่ว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางปราณี ศิริพันธ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในคดีดังกล่าว

ชี้ไม่ใช่ขายข้าว G to G “ไม่ได้มอบอำนาจ – ไม่โอนเงินมาซื้อ – ไม่ส่งออกข้าว”

ในชั้นนี้ ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนได้ความว่าสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ผู้ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายจะต้องเป็นรัฐบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลเท่านั้น และหากเป็นการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็จะมีหน่วยงานที่เรียกว่า China National Cereals, Oil, and Food stuffs Corporation หรือ COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลเพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น

ดังนั้น สัญญาซื้อขายข้าวที่ทำขึ้นกับรัฐวิสาหกิจจีนทั้ง 4 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd.
  2. บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd.
  3. บริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation
  4. บริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd.

จึงไม่ใช่สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

ประกอบกับหากบริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd. บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd. บริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation และบริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. อยู่ในฐานะผู้ซื้อข้าวจริง เงินที่นำมาชำระค่าข้าวตามสัญญาจะต้องมีที่มาจากบริษัทฯ เหล่านี้

แต่ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนกลับได้ความว่า ในปี 2556 ปี 2557 และปี 2558 จากการตรวจสอบฐานข้อมูลนิติบุคคลรับอนุญาตและตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศซึ่งรายงานมายังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่พบว่าบริษัทดังกล่าวมีการส่งเงินเข้ามาในประเทศไทย และผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทฯ ผู้รับมอบอำนาจช่วง ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิงค์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด, บริษัท คอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด, บริษัท แคปปิตอลซ์ เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ซิมเปิ้ล เบสท์ เทรดดิ้ง จำกัด, นางสาวกรรณิกา เพชรสุวรรณ์, นายลิตร พอใจ, Mrs. Shaoyan Gong และ Mr.Guoxiong Zhou จากการตรวจสอบฐานข้อมูล ไม่พบว่าเคยได้รับเงินจากบริษัทฯ ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าว

นอกจากนี้ หากสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd. บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd. บริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation และบริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. มีอยู่จริง บริษัทฯ ดังกล่าว หรือผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้รับอำนาจช่วง ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิงค์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด, บริษัท คอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด, บริษัท แคปปิตอลซ์ เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ซิมเปิ้ล เบสท์ เทรดดิ้ง จำกัด, นางสาวกรรณิกา เพชรสุวรรณ์, นายลิตร พอใจ, Mrs. Shaoyan Gong และ Mr.Guoxiong Zhou จะต้องมีข้อมูลเป็นผู้ส่งออกข้าวออกนอกประเทศ แต่จากข้อมูลของกรมศุลกากร กลับไม่พบว่าในปี 2556 ปี 2557 และปี 2558 บริษัทฯ ผู้ซื้อ ผู้รับมอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจช่วง ได้ทำการส่งออกข้าวไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

อายัดเช็ค 46 ฉบับ 1,878 ล้านบาท ไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

อีกทั้งพบข้อเท็จจริงว่าสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd ลงวันที่ 11 มกราคม 2556 นั้น บริษัทฯ ได้มีหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 12 มกราคม 2556 ให้บริษัท คอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด ชำระเงินและรับมอบข้าว โดยขณะที่มีการทำหนังสือมอบอำนาจนั้น บริษัทคอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด ยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล เพราะได้ไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 และยังพบข้อเท็จจริงว่าทำสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation ลงวันที่ 6 มีนาคม 2556 แต่มีการทำหนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ให้กับบริษัทแคปปิตอลซ์ เทรดดิ้ง จำกัด ชำระเงินและรับมอบข้าว ซึ่งเป็นการมอบอำนาจก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาฯ

โดยระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง กรมการค้าต่างประเทศแจ้งข้อเท็จจริงว่า แคชเชียร์เช็คที่นำมาชำระค่าข้าวตามสัญญาซื้อขายข้าว มีแคชเชียร์เช็คอยู่ส่วนหนึ่ง จำนวน 46 ฉบับ จำนวนเงิน 1,878,219,993.50 บาท ซึ่งเป็นการชำระในชื่อของบริษัทฯ ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าว จำนวน 3 บริษัท จาก 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd.บริษัท Hainan Province land Reclamation Industrial Development และบริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. แต่ยังไม่ได้รับมอบข้าว แล้วต่อมาบริษัทฯ เหล่านี้ ได้มาเรียกร้องให้คืนเงินหรือส่งมอบข้าว

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนได้ความว่า เงินตามแคชเชียร์เช็คดังกล่าวไม่ได้มีที่มาจากบริษัทฯ ที่เป็นผู้ซื้อข้าวตามสัญญาแต่อย่างใด แต่เป็นเงินซึ่งมีที่มาจากบุคคลอื่นภายในประเทศ และพบว่ามีแคชเชียร์เช็คจำนวน 40 ฉบับ จากทั้งหมด จำนวน 46 ฉบับ จำนวนเงิน 1,868,029,241.85 บาท มาจากเงินในบัญชีของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, บริษัท สิราลัย จำกัด และนายสุธี เชื่อมไธสง

“คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. พิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญที่จะพิสูจน์ความผิดและเป็นพยานหลักฐานที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ ตามมาตรา 26 แห่งกฎหมาย ป.ป.ช. และเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 33 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) จึงใช้อำนาจตามความในมาตรา 25 (1) ประกอบมาตรา 49 แห่งกฎหมาย ป.ป.ช. มีคำสั่งให้กรมการค้าต่างประเทศ ดำเนินการเก็บรักษาเงินจำนวน 1,878,219,993.35 บาท เพื่อประโยชน์แห่งการไต่สวนข้อเท็จจริง และอาศัยอำนาจตามความ ในมาตรา  31 แห่งกฎหมาย ป.ป.ช. ประกอบมาตรา 132 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ยึดและอายัดเงินจำนวนนี้ไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และเนื่องจากสัญญาที่ผู้ถูกกล่าวหาทำกับรัฐวิสาหกิจจีนไม่ใช่สัญญาซื้อขายข้าวแบบ G to G เงินจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด กรมการค้าต่างประเทศย่อมไม่สามารถที่จะดำเนินการส่งมอบข้าวตามจำนวนเงินดังกล่าวได้”

เพิ่มผู้ถูกกล่าวอีก 33 ราย “สยามอินดิก้า-เสี่ยเปี๋ยง” โดนด้วย

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการไต่สวน ได้เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติสั่งไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2555 ข้อ 35 จำนวน 33 ราย ได้แก่

1.บุคคลที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ รวมถึงผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วง จำนวน 18 ราย ได้แก่

(1) บริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd. โดย Mr. Han Liang General Manager ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะนิติบุคคล

(2) Mr.Han Liang

(3) บริษัท อินเตอร์ลิงค์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด โดย Mr.Zhou Guoxiong หรือนายโจว กั๋วเซียง กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd. ให้เป็นผู้รับชำระเงินและรับมอบข้าว

(4) Mr. Zhou Guoxiong หรือนายโจว กั๋วเซียง

(5) นางสาวกรรณิกา เพชรสุวรรณ์ ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากบริษัทอินเตอร์ลิงค์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ให้เป็นผู้รับชำระเงินและรับมอบข้าว

(6) บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd. โดย Mr. Lin Haihui General Manager ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ

(7) Mr. Lin Haihui

(8) บริษัทคอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด โดยนายลิตร พอใจ กรรมการผู้จัดการ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd. ให้เป็นผู้รับชำระเงินและรับมอบข้าว

(9) นายลิตร พอใจ

(10) บริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation โดย Mr. Huang Jian Qin General Manager ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ

(11) Mr.Huang Jian Qin

(12) บริษัท แคปปิตอลซ์ เทรดดิ้ง จำกัด โดย Mrs Shaoyan Gong หรือนางเชายาน กง ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation ให้เป็นผู้รับชำระเงินและรับมอบข้าว

(13) Mrs.Shaoyan Gong หรือนางเชายาน กง

(14) บริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. โดย Mr. Liang Dingquan General Manager ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ

(15) Mr.Liang Dingquan

(16) Mr.Yang Pokai President บริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. ผู้มอบอำนาจให้บริษัทซิมเปิ้ล เบสท์ เทรดดิ้ง จำกัด

(17) บริษัท ซิมเปิ้ล เบสท์ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายเฉิน ยี่ถง ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. ให้เป็นผู้รับชำระเงินและรับมอบข้าว

(18) นายเฉิน ยี่ถง

2.บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการชำระเงินค่าข้าวตามสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจำนวน 15 ราย อาทิ ผู้ขอซื้อแคชเชียร์เช็ค เจ้าของบัญชีที่นำเงินไปซื้อแคชเชียร์เช็ค ผู้แทนนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีที่นำเงินไปซื้อแคชเชียร์เช็ค รวมถึงประธาน หรือเจ้าของ หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจของบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

(1) บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

(2) นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

(3) นางสาวรัตนา  แซ่เฮง กรรมการบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

(4) นางสาวเรืองวัน เลิศศลารักษ์ กรรมการบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

(5) นางสาวสุธิดา จันทะเอ หรือสุทธิดา ผลดี กรรมการบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

(6) บริษัทสิราลัย จำกัด หรือบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด

(7) นางสาวธันยพร จันทร์สกุลพร กรรมการบริษัท สิราลัย จำกัด

(8) นายสุธี เชื่อมไธสง

(9) นายสมคิด เอื้อนสุภา

(10) บริษัทเอลัช (ประเทศไทย) จำกัด

(11) นายชู หมิง เช็น กรรมการบริษัทเอลัช (ประเทศไทย) จำกัด

(12) นางสาวลิอุ ยุก หมิง ไอลีน กรรมการบริษัทเอลัช (ประเทศไทย) จำกัด

(13) นายชู หมิง คิน กรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด

(14) นางสาวณิชาภา วาณิชวรานนท์

(15) นายประหยัด ติ๊บมุ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน มีคดีกล่าวหาว่ามีการทุจริตขายข้าวแบบ G to G ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 1 คดี ได้แก่คดีหมายเลขดำที่ อม.25/2558 ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับพวก รวม 21 คน เป็นผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนพยาน

โดยคดีดังกล่าว นอกจากนายบุญทรงจะถูกฟ้องว่ามีความผิดตาม ป.อาญา กฎหมาย ป.ป.ช. ยังถูกฟ้องว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ทำให้มีอัตราโทษสูงสุดถึง “จำคุกตลอดชีวิต” และปรับ 3.5 หมื่นล้านบาท

อ่านเพิ่มเติมซีรี่ย์ 1 ทศวรรษขายข้าวจีทูจี

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม