สตง. บี้ทอท. เร่งเชื่อม POS เช็คยอดขาย ”คิง เพาเวอร์” แบบเรียลไทม์ พบ 9 ปีไม่คืบหน้า แจงบัญชีรายรับต่ำกว่าข้อมูลกรมศุลฯ

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ตผ 0015/0916 ถึงนายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” เพื่อรายงานผลการตรวจสอบการดำเนินกิจการร้านค้าปลอดอากรในท่าอากาศยานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด พร้อมข้อเสนอแนะให้ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง

รายงานผลการตรวจสอบของ สตง. ระบุว่า สตง.ได้เข้าตรวจสอบผลการดำเนินกิจการร้านค้าปลอดอากรในท่าอากาศยานของบริษัทท่าอากาศยานไทย กับกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ตามสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค และสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากร ณ อาคาร 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 โดยผู้รับสัมปทานต้องจ่ายค่าธรรมเนียมประจำปีให้กรมศุลกากร ตามกฎกระทรวงการคลังแห่งละ 30,000 บาท, ค่าเช่าพื้นที่รายเดือน และเงินผลประโยชน์ตอบแทนชำระเป็นรายเดือนตามอัตราที่ ทอท. กำหนด (ทอท. ได้กำหนดเงินผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องชำระไว้ด้วย) ทั้งนี้ ทอท. ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด รวม 2 สัญญา มีดังนี้

1. สัญญาเช่าพื้นที่ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 27 กันยายน 2563 โดยที่ผ่านมา ทอท. ได้ขยายระยะเวลาตามสัญญาให้บริษัทคิง เพาเวอร์ 2 ครั้ง รวมระยะเวลาสัมปทาน 14 ปี ซึ่งตามสัญญาฉบับดังกล่าวนี้ได้ระบุจำนวนพื้นที่ให้เช่า และอัตราค่าเช่ารายเดือนดังนี้ต่อไปนี้

– ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามสัญญาฉบับนี้ได้กำหนดพื้นที่ให้เช่าจำนวน 11,797.37 ตารางเมตร คิดค่าเช่ารายเดือน 750 บาทต่อตารางเมตร, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กำหนดพื้นที่ให้เช่า 140 ตารางเมตร คิดค่าเช่ารายเดือน 490 บาทต่อตารางเมตร, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีพื้นที่ให้เช่า 58.50 ตารางเมตร คิดค่าเช่ารายเดือน 490 บาท, ท่าอากาศยานภูเก็ต มีพื้นที่ให้เช่า 438.22 ตารางเมตร คิดค่าเช่ารายเดือน 500 บาทต่อตารางเมตร

– ส่วนการจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทน นับตั้งแต่ปี 2554-2558 (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2558) บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ จ่ายเงินค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ ทอท. รวมทั้งสิ้น 15,251.23 ล้านบาท

2. สัญญาเช่าพื้นที่ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 ระยะเวลา 10 ปี รวมพื้นที่เช่าทั้งหมด 1,112 ตารางเมตร โดย ทอท. คิดค่าเช่ารายเดือน 750 บาทต่อตารางเมตร นับตั้งแต่ปี 2555-2558 (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2558) บริษัทคิง เพาเวอร์ จ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้ ทอท. รวมทั้งสิ้น 2,455.28 ล้านบาท(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

คิงเพาเวอร์ กรุ๊ป จ่ายค่าผลตอบแทนให้ทอท

และจากการตรวจสอบผลการดำเนินกิจการร้านค้าปลอดอากรในท่าอากาศยาน สตง. พบประเด็นความเสี่ยงที่อาจทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบ หรืออาจเกิดความเสียหาย และเป็นช่องว่างของการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใสหลายประเด็น ดังนี้

1. ทอท. ยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลรายรับกับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้เป็นไปในเวลาที่แท้จริง (Real Time Transaction) ทำให้ระบบการส่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการขายสินค้าปลอดอากรไม่สามารถควบคุมและตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน รวมถึงยอดขายสินค้าปลอดอากรของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนได้ โดยรายงานยอดขายแต่ละวัน ทอท. ถือตามยอดการรายงานของบริษัทผู้ขาย

นอกจากนี้ ยังพบว่าการดำเนินการของ ทอท. เป็นไปอย่างล่าช้า นับตั้งแต่วันที่กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เข้ามาประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรปี 2549 จนถึงปัจจุบัน (สิ้นปี 2558) รวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 9 ปี ทอท. ยังไม่มีระบบที่สามารถใช้ในการควบคุมและตรวจสอบยอดขายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ยอดขายสินค้าปลอดอากรแต่ละวันมีมูลค่านับเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก

อนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า ทอท. มีโอกาสที่จะเสียผลประโยชน์ค่าตอบแทนจากยอดขายสินค้าในบริเวณพื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมิ กรณีไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงข้อมูลรายรับจากการจำหน่ายสินค้าในลักษณะ Real Time และนอกจาก ทอท. ได้ทำสัญญาให้บริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี เป็นผู้เข้าใช้พื้นที่ เพื่อประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรแล้ว

ทอท. ได้ทำสัญญาโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับบริษัทคิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ (ภายใต้กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์) โดยให้เป็นผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ สำหรับร้านค้าย่อย หรือบริการต่างๆ ภายในพื้นที่ของโครงการ ณ อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด ซึ่งไม่รวมถึงกิจการร้านค้าปลอดอากร กิจกรรมการโฆษณา และกิจกรรมการให้บริการด้านการขนส่งแก่ผู้โดยสารของท่าอากาศยาน โดยบริษัทชำระค่าเช่าพื้นที่ตามอัตราที่ ทอท. กำหนด และชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทน 15% ของรายได้จากยอดขาย หรือตามจำนวนเงินค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่อที่ผู้รับอนุญาตตกลงชำระให้ทอท. และมีการปรับอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นในปีถัดไป ตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่กำหนดในสัญญา

และจากการตรวจสอบข้อมูลแผนและความคืบหน้าในการติดตั้งอุปกรณ์ “ระบบบันทึกยอดขาย” (Point Of Sale : POS) พบว่าเริ่มดำเนินการช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2558 กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2558 (ทั้งนี้ เป็นการประมาณการระยะเวลาจากเอกสารโครงการ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อน เพราะ สตง. ยังไม่ได้รับเอกสารสัญญาจัดจ้างจัดทำระบบ POS และเอกสารรายงานความคืบหน้าโครงการจนถึงปัจจุบัน โดย สตง. ได้ติดตามทวงถามแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว) จากการตรวจสอบข้อมูลและสอบถามความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วยวาจาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 พบว่า การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ ระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ จากการสังเกตการณ์และสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ ทอท. และเจ้าหน้าที่ของบริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี พบว่า ข้อมูลยอดขายที่ ทอท. ได้รับในปัจจุบัน เป็นข้อมูลรายงานจากระบบคอมพิวเตอร์ที่บริษัทเป็นผู้จัดส่งให้ โดยยอดขายของแต่ละวัน บริษัทจะจัดส่งรายงานในวันถัดไป อนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ ทอท. ให้ความเห็นว่า การสอบทานตรวจสอบข้อมูลยอดขายเป็นไปโดยยากมาก เนื่องจากการออกใบเสร็จยอดขายสินค้าของบริษัทในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก จึงไม่อาจยืนยันความถูกต้องอย่างชัดเจนได้

ที่มาภาพ : http://www.kingpower.com/
ที่มาภาพ : http://www.kingpower.com/

2. หากเปรียบเทียบข้อมูลยอดขายรายเดือนของ ทอท. กับข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่า ในช่วงปี 2553-2558 ข้อมูลยอดขายของท่าอากาศยานบางแห่งแสดงยอดไม่ตรงกัน โดยยอดขายตามรายงานของ ทอท. ต่ำกว่ากรมศุลกากรรวมทั้งสิ้น 161.83 ล้านบาท หากคิดคำนวณเงินผลประโยชน์ตอบแทนที่ ทอท. พึงได้รับตามสัญญาในอัตรา 15% ของรายได้จากยอดขาย ทอท. อาจสูญเสียรายได้ 24.27 ล้านบาท อาจทำให้หน่วยงานภาครัฐเสียเปรียบ ทั้งในส่วนของ ทอท. และกรมศุลกากร

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ ยังไม่สามารถสอบทานความถูกต้องได้อย่างชัดเจน แยกข้อมูลรายท่าอากาศยานดังนี้

– ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยอดขายตามรายงาน ทอท. ต่ำกว่าของกรมศุลกากร ในปี 2553 เป็นเงิน 15.88 ล้านบาท ปี 2554 เป็นเงิน 74.16 ล้านบาท ปี 2555 เป็นเงิน 55.25 ล้านบาท

– ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ยอดขายตามรายงานของ ทอท. ต่ำกว่าของกรมศุลกากร ในปี 2557 เป็นเงิน 8.14 ล้านบาท

– ท่าอากาศยานภูเก็ต ยอดขายตามรายงานของ ทอท. ต่ำกว่าของกรมศุลกากรในปี 2554 เป็นเงิน 8.4 ล้านบาท

3. มีการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในบริเวณท่าอากาศยานบางจุดเกินกว่าที่กำหนดในสัญญา มีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความไม่โปร่งใส ความไม่เหมาะสม เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อ ทอท. และเกิดความเสียหายจากการบริหารการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าอากาศยาน โดยจากการสุ่มตรวจสอบสังเกตการณ์พื้นที่ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่ามีการใช้ประโยชน์พื้นที่เกินกว่าที่กำหนดในสัญญาจำนวน 2 จุด และยังพบพื้นที่ที่ ทอท. กำหนดให้ใช้ประโยชน์ชั่วคราว (เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ โดยคิดค่าเช่าพื้นที่ในอัตราปกติ) ซึ่งมีการใช้ประโยชน์พื้นที่เกินกว่าที่กำหนดจำนวน 5 จุด รวมพื้นที่เฉพาะในส่วนที่เกินกว่าข้อตกลง 7 จุด คิดเป็นพื้นที่รวม 2.801 ตารางเมตร คิดเป็นเงินค่าเช่าพื้นที่ประมาณ 25,209 บาทต่อปี

อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบติดตามการดำเนินการในบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานทุกวัน แต่ไม่พบว่ามีการรายงานความผิดปกติของการใช้ประโยชน์พื้นที่ในส่วนที่เกินขอบเขตข้อกำหนดแต่อย่างใด ซึ่ง ทอท. ได้จ้างบริษัท ที.เอ.มาเนจเม้นท์ คอร์โปเรชั่น (1999) จำกัด ทำการวัดกำหนดเขตพื้นที่และแสดงเครื่องหมายขอบเขตของแต่ละร้านให้เห็นอย่างชัดเจนไว้แล้วตามสัญญาจ้างรังวัดพื้นที่ สัญญาเลขที่ 6CH4-551041 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 ซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงการปล่อยปละละเลย และไม่เคร่งครัดจริงจังในกระบวนการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบติดตามของท่าอากาศยาน

4. ข้อสังเกตต่อการกำหนดอัตราค่าเช่าพื้นที่ในบริเวณท่าอากาศยาน อาจไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ที่มีมูลค่าและผลประโยชน์ตอบแทนในทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน กล่าวคือ อัตราค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรตามข้อกำหนดของ ทอท. สำหรับท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คิดอัตราเท่ากันคือเดือนละ 750 บาทต่อตารางเมตร อาจทำให้ ทอท. เสียประโยชน์จากการสร้างรายได้เพิ่มทางธุรกิจให้กับองค์กร โดยมีข้อสังเกตของพื้นที่แต่ละแห่งดังนี้

– ท่าอากาศยานภูมิภาคบางแห่งมียอดขายสินค้าปลอดอากร รวมถึงมีปริมาณผู้โดยสารขาเข้าและขาออกต่างประเทศแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจใกล้เคียงกับท่าอากาศยานดอนเมือง เช่น ท่าอากาศยานภูเก็ต แต่คิดค่าเช่าพื้นที่อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำมาก

– ทำเลที่ตั้งภายในบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานแต่ละจุดจะมีผลต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เช่น ท่าอากาศยานดอนเมืองขาเข้า-ขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขาเข้า-ขาออก ตลอดจนจุดที่ตั้งของร้านค้าในแต่ละพื้นที่ ขณะที่การกำหนดอัตราค่าเช่าอยู่ในอัตราที่เท่ากัน

ที่มาภาพ : http://www.kingpower.com/
ที่มาภาพ : http://www.kingpower.com/

5. ข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารการใช้ประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอาจเข้าข่ายลักษณะเอื้อประโยชน์ในทางธุรกิจกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด โดยมีข้อมูลสนับสนุนดังนี้

1) ทอท. ทำสัญญาให้บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เช่นเดียวกัน เป็นผู้บริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด ยกเว้นการดำเนินการในกิจการร้านค้าปลอดอากร การบริหารกิจกรรมโฆษณา และกิจกรรมการให้บริการด้านการขนส่งของท่าอากาศยาน เช่น รถแท็กซี่ รถบัส รถลีมูซีน เป็นต้น รวมถึงทำสัญญาเช่าพื้นที่ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำหนดอายุสัญญา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 27 กันยายน 2559 ต่อมาคณะกรรมการ ทอท. มีมติให้ขยายระยะเวลาตามสัญญาออกไปถึงวันที่ 27 กันยายน 2563 รวมพื้นที่ให้เช่า 25,680.59 ตารางเมตร แยกเป็นพื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ 22,046.58 ตารางเมตร พื้นที่ห้องระบบ 822.73 ตารางเมตร พื้นที่ห้องเก็บสินค้า 2,811.28 ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่ทางหนีไฟ 94.43 ตารางเมตร)

จะเห็นได้ว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรณภูมิ จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีการเว้นพื้นที่บางช่วงของอาคารสำหรับใช้เป็นพื้นที่ประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ สตง. ยังไม่พบข้อมูลว่า ทอท. มีหลักเกณฑ์กำหนดการแบ่งโซนพื้นที่ประกอบกิจการร้านค้าในบริเวณท่าอากาศยาน ประกอบกับการกำหนดอัตราค่าเช่าพื้นที่ไม่ได้กำหนดตามโซนพื้นที่หรือตามทำเลที่ตั้งแต่อย่างใด ขณะที่ในทางธุรกิจ ทำเลที่ตั้งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจ ดังนั้น ความสัมพันธ์ในทางธุรกิจของบริษัทในเครือกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ อาจทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์ต่อกัน

TOR POS

2) กรณีระบบการควบคุมตรวจสอบยอดการขายสินค้า ซึ่ง ทอท. กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบ POS สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่จะต้องดำเนินการโดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ปรากฏว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้ามาก ทำให้ ทอท. ไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ที่จะเชื่อมโยงรายงานยอดขายในลักษณะ Real-Time สำหรับใช้ในการตรวจสอบอย่างถูกต้องได้ ทั้งกรณียอดขายของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟฟรี จำกัด และบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด และทำให้ ทอท. เกิดการเสียเปรียบ หรืออาจเสียผลประโยชน์ได้

จากสภาพปัญหาตามที่กล่าวมาข้างต้น สตง. เห็นว่าจะส่งผลกระทบและความเสียหายต่อรายได้หรือผลประโยชน์ที่ ทอท. พึงจะได้รับเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทำให้เกิดช่องว่างที่อาจทำให้เกิดความไม่โปร่งใสของการดำเนินงาน และอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน และเกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดและได้รับโทษปรับทางปกครองตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง 2544 จึงมีข้อเสนอแนะให้ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พิจารณาดำเนินการดังนี้

1. เร่งรัดดำเนินการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลรายรับกับผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่รับผิดชอบของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่จะเป็นไปในเวลาที่แท้จริง (Real-Time Transaction) หรือ ระบบการรับรู้รายได้ของ ทอท. (Point Of Sale: POS) ให้แล้วเสร็จ และสามารถใช้งานตามวัตถุประสงค์ได้โดยเร็ว

2. ให้มีการออกแบบและวางระบบที่สามารถเชื่อมโยงการตรวจสอบข้อมูล หรือบูรณการข้อมูลกับกรมศุลกากร หรือหน่วยงานอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการยืนยัน สอบทานข้อมูล ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ตลอดจนวางแนวทางการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีการสอบทาน ยืนยันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

3. ให้ทำการตรวจสอบ ยืนยันข้อมูลยอดขายสินค้าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด กับข้อมูลกรมศุลกากร อย่างเป็นประจำทุกเดือน และให้ตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่เริ่มดำเนินการ หากพบความแตกต่างกัน หรือกรณีที่ยอดขายตามรายงานของ ทอท. ต่ำกว่าของกรมศุลกากร ให้ ทอท. ต้องพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมตามกรณี เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายของภาครัฐ และต้องพิจารณากำหนดเป็นมาตรการ เพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป

4. พิจารณาทบทวนการกำหนดอัตราค่าเช่าพื้นที่ในบริเวณท่าอากาศยานของ ทอท. ให้มีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่หรือตามทำเลที่ตั้งที่จะมีผลต่อยอดขายสินค้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้ ทอท. ได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสม และเกิดความเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบกิจการภายในบริเวณพื้นที่ความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค โดยพิจารณากำหนดตัวชี้วัด องค์ประกอบและปัจจัยสำคัญในการพิจารณาตามความเหมาะสม และเป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม ไม่ส่งผลกระทบต่อปัญหาข้อขัดแย้งในภายหลัง

5. ตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่ร้านค้าปลอดอากรของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ตลอดจนร้านค้าประกอบการอื่นๆ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ทอท. ให้เป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขในสัญญาอย่างเคร่งครัด หากพบกรณีไม่ดำเนินการตามสัญญาให้ดำเนินการตามความเหมาะสมไม่ให้เกิดความเสียหายกับ ทอท. รวมถึงให้มีการคิดคำนวณค่าความเสียหายย้อนหลังอย่างเป็นธรรม

6. สั่งการ กำชับ ควบคุม ดูแล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบพื้นที่ในแต่ละวันให้เป็นไปอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้พิจารณาทบทวน กำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน และจัดทำเป็นรูปแบบให้เจ้าหน้าที่ได้มีการบันทึกข้อมูลตามแบบรายงานอย่างครบถ้วนในรายการที่สำคัญอย่างเป็นประจำต่อเนื่องและเป็นรูปแบบเดียวกัน สามารถถือปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้

7. จัดให้มีการเตรียมวางแผนสำหรับการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานในระยะต่อไป เนื่องจากสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาการเข้าประกอบการของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ใกล้สิ้นสุดสัญญา โดยมุ่งเน้นให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส สำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ หรืออาจพิจารณาเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนอื่นๆ ได้เข้าสู่กระบวนการแข่งขันอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและผลประโยชน์ที่ทำให้เกิดรายได้แก่ ทอท. ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ให้แจ้งผลการดำเนินการดังกล่าวให้ สตง. ทราบ เพื่อประกอบการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 ต่อไป

อ่านรายงานสตง.ฉบับเต็มที่นี่