“รสนา โตสิตระกูล” จี้คตง. เอาผิดผู้บริหาร ปตท.- ธนารักษ์ ฝ่าฝืนมติ ครม. ส่งท่อก๊าซคืนคลัง โดยไม่ผ่านการตรวจรับรองจาก สตง.

5 ธันวาคม 2015

กรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและ น.ส.รสนา โตสิตระกูล กับพวก ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้เพิกถอนการแปรรูปบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 จนกระทั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ส่งมอบทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินคืนให้กับกระทรวงการคลัง ต่อมา ทางกระทรวงพลังงานนำผลการวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดรายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ในรัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีมติให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องในการส่งมอบ(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

ลำดับเหตุการณ์ทวงคืนท่อก๊าซ

จากข้อมูลปรากฏว่า บริษัท ปตท. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดว่าบริษัท ปตท. ส่งมอบทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติให้กระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ได้รอผลการตรวจสอบและรับรองจาก สตง. ก่อน เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย ไม่ได้รับท่อก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินมูลค่า 32,000 ล้านบาท กลับมาเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน น.ส.รสนาจึงทำหนังสือหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ตรวจสอบการฝ่าฝืนมติ ครม. ของบริษัท ปตท. และกระทรวงการคลังและให้บริษัท ปตท. ส่งมอบท่อก๊าซธรรมชาติมูลค่า 32,000 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 น.ส.รสนา ขอทราบผลการตรวจสอบจากนายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธาน คตง. โดยนายชัยสิทธิ์ได้แจ้งให้ทราบว่า “ขณะนี้ผลการตรวจสอบใกล้เสร็จแล้ว หากเสร็จเมื่อไหร่จะเสนอ คตง. เพื่อพิจารณาวินิจฉัย คตง. มีคำวินิจฉัยเมื่อใดจะแถลงให้ทราบต่อไป”

นายชัยสิทธิ์กล่าวต่อว่า คตง. มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. และถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าบริษัท ปตท. และกรมธนารักษ์ฝ่าฝืนมติ ครม. ที่ให้ สตง. เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองผลการส่งมอบท่อก๊าซธรรมชาติจริง คตง. มีอำนาจแจ้งให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดำเนินการทางวินัยและอาญากับความผิดทางละเมิดแก่เจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ได้

“การส่งมอบทรัพย์สินของแผ่นดินคืน ควรต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก สตง. ก่อน จึงจะถือว่าถูกต้องสมบูรณ์ หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ทางสตง. มีอำนาจแจ้งให้บริษัท ปตท. ส่งมอบท่อก๊าซธรรมชาติมูลค่า 32,000 ล้านบาท คืนให้กับกระทรวงการคลังได้” นายชัยสิทธิ์กล่าว

นายชัยสิทธิ์กล่าวย้ำว่า กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งตามคำร้องของบริษัท ปตท. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ว่าบริษัท ปตท. ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเรียบร้อยแล้วนั้น เป็นคนละส่วนกับการลงโทษฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามติ ครม. ซึ่งเป็นกระบวนการลงโทษของฝ่ายบริหารอันเป็นอำนาจหน้าที่ของ คตง. และ สตง. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2552 ที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจทางปกครอง

 น.ส. รสนา โตสิตระกูล สมาชิวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

น.ส. รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ น.ส.รสนา ก็ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้เพิกถอนคำสั่งวันที่ 26 ธันวาคม 2551 เพราะเป็นการดำเนินกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ เนื่องจากตามข้อเท็จจริงบริษัท ปตท. ยังส่งมอบทรัพย์สินของแผ่นดินให้แก่กระทรวงการคลังขาดไป 32,000 ล้านบาท ขณะนี้คำร้องยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด อย่างไรก็ดี หากผลการตรวจสอบของ สตง. ปรากฏว่าบริษัท ปตท. และกรมธนารักษ์มิได้ฝ่าฝืนมติ ครม. วันที่ 18 ธันวาคม 2550 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีความผิดแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ คตง. จะให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย โดยนำความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินมาประกอบการพิจารณาด้วย

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม