สนทนาเรื่อง (ไม่) ดราม่า กับ “จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” ความจริง-ความลวง ในโลกคู่ขนาน

โลกออนไลน์เป็น “ดาบสองคม”

เพราะในขณะที่สามารถทำให้เราสื่อสารได้รวดเร็ว กว้างไกล ไร้ข้อจำกัดเรื่องเวลา-สถานที่ เปลี่ยนผู้รับสารเป็นผู้ส่งสาร นำไปสู่การสร้างเครือข่าย ชุมชน สังคมบนโลกเสมือน สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับใครหลายคน บางคนหารายได้จากช่องทางใหม่นี้จนตั้งตัวได้ บางคนกลายมาเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อผู้คน ในระดับหลักแสน หลักล้านคน

แต่ข้อดีก็กลายเป็นข้อเสีย ไม่เฉพาะเรื่องใหญ่อย่างอาชญากรรมข้ามชาติในยุคที่เส้นแบ่งภูมิศาสตร์รางเลือน ยังรวมมาถึงเรื่องราวใกล้ตัว อย่างการแพร่กระจายข้อมูลเท็จ ที่ระบบดิจิทัลทำให้เรื่องลวงไปได้ไกล ไปไว ไปจนถึงสุดขอบโลก กระทั่งหาต้นตอไม่พบ ทิ้งไว้เพียงความเข้าใจที่ผิดๆ ซึ่งยากจะขจัด และบางครั้งก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตใครบางคนในรูปแบบที่ไม่อาจหวนคืน

กลายเป็นดราม่า ที่ไม่ควรจะดราม่า

“จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” แอดมินเพจ Drama-Addict ที่มีคนกดไลค์-ติดตาม เกือบ 9 แสนคน เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้อย่างเป็นห่วง

แม้เนื้อหาหลักของเพจคือการนำเสนอปมขัดแย้งระหว่างชาวเน็ตที่เกิดจากการใช้ตรรกะวิบัติ แต่ระยะหลังก็หันมาแก้ไขความเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับการแพทย์มากขึ้น

ในฐานะหมอ เขาพบเห็นการแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวงการสาธารณสุขมาตั้งแต่ยุค forward mail กระทั่งยุคแชร์-รีทวีต แม้จะพยายามใช้สถานะผู้มีอิทธิพลบนโลกเสมือนร่วมมือกับเครือข่ายช่วยกันแก้ไขความเข้าใจผิดเหล่านั้นต่อเนื่องมาหลายปี แต่ข้อมูลเท็จเรื่องเดิมๆ ก็มักจะวนมาคอยให้ตามแก้อยู่เป็นประจำ

ที่สุดเขาจึงตัดสินใจออกหนังสือเล่มใหม่ “นิทานอีสัส” หยิบนิทานอีสปมาแปลงให้เห็นโทษของการเชื่อข้อมูลทางการแพทย์ผิดๆ บนโลกออนไลน์ โดยเหตุที่กลับไปใช้สื่อกระดาษเพราะประเมินว่า สมรภูมินี้อาจต้องสู้กันยาวๆ จึงอยากทำเป็นสื่อที่จับต้องได้ เผื่อว่าใครจะนำไปใช้อ้างอิง