จากกรณีเพิกถอนปริญญาเอกถึงแบล็คลิสต์ ตม.ระหว่าง”ศุภชัย หล่อโลหการ – วิน แอลลิส”

7 กันยายน 2015

นายวิลเลี่ยม วิน แอลลิส

นายวิลเลี่ยม วิน แอลลิส

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2558 นายวิลเลี่ยม วิน แอลลิส นักวิชาการและนักวิจัยชาวอังกฤษได้ถูกกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ห้ามเข้าประเทศไทย เนื่องจากนายศุภชัย หล่อโลหการ อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานนวตกรรมแห่งชาติ (สนช.)ในขณะนั้น(ปี 2552) ได้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าเป็นบุคคลอันตราย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าจากภรรยานายวิลเลี่ยม ทราบว่าทางสำนักงานนวตกรรมแห่งชาติ โดยนายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช.ได้ทำหนังสือถอนคำสั่งแบล็คลิสต์ และทนายของนายวิลเลี่ยมได้นำหนังสือดังกล่าวไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 พร้อมกันนี้ทางทนายได้นำเอกสาร หลักฐานกรณีที่นายศุภชัย หล่อโลหการ ปลอมแปลงเอกสารซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้ว รวมทั้งกรณีการลอกเลียนเอกสารงานวิจัยไปชี้แจงด้วย

อนึ่งก่อนหน้านี้นายวิลเลียม วิน แอลลิส นักวิจัย ได้ร้องเรียนให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพิกถอน ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ของนายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช.(ในขณะนั้น) ได้นำมาสู่การฟ้องร้องในหลายคดีและเหตุการณ์คุกคามที่เกิดขึ้น รวมทั้งกรณีนี้ที่ทำหนังสือแจ้งแบล็คลิสต์ต่อนายวิลเลี่ยม วิน แอลลิส ไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้

แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดนายวิลเลี่ยมเปิดเผยว่า”ปกติคุณวินจะถือพาสปอร์ตไทย แต่เนื่องจากพาสปอร์ตไทยหายระหว่างเดินทาง จึงใช้พาสปอร์ตอังกฤษเข้าประเทศไทย จึงถูกกักตัวดังที่เป็นข่าว”

อ่านเพิ่มเติมซีรี่ย์วิกฤติงานวิจัย

  • Lankera Sunchai

    อยากให้เห็นอีกมุมเป็นข้อมูลที่ได้ได้มาจากพนักงานภายใน สนช

    ข้อแรก
    สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กักตัวนายวิน แอลลิส
    ตอนที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 3 ก.ย. 58
    ในข้อหาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ และนายวิน แอลลิส
    ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า ถูก ผอ. สนช. คนก่อน คือ
    นายศุภชัย หล่อโลหการ กลั่นแกล้งจากกรณีพิพาทเรื่องการคัดลอกผลงานวิชาการ เมื่อปี
    2550 โดยอ้างว่าถูกขึ้นบัญชีดำจากหนังสือที่ วท.๖๔๐๑/๐๕๒๙ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2552
    ซึ่งลงนามโดยนายศุภชัย

    แต่ข้อเท็จจริงคือหนังสือดังกล่าวที่ได้ส่งถึง ต.ม.
    เป็นเรื่องขอให้ตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งนายวิน
    แอลลิส ไม่ได้ยื่นภาษีเงินได้ที่ได้มาจากสำนักงานนวัตกรรม ขณะที่เป็นลูกจ้างอยู่
    และรวมถึงเงินรายได้อื่นๆ ที่นายวิน แอลลิส
    ได้ใช้ทรัพยากรของประเทศไทยไปรับจ้างทำงานรวมทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการเกษตรให้ประเทศต่างๆ แต่ไม่เคยเสียภาษีเงินรายได้

  • Lankera Sunchai

    การที่นายวิน แอลลิส
    ไปรับจ้างเป็นที่ปรึกษาด้านการเกษตรให้ประเทศต่างๆ
    เป็นการเอาความลับด้านการเกษตรของไทย โดยเฉพาะภูมิปัญญาไทยไปขายให้ต่างประเทศ
    ซึ่งคนไทยแท้ๆ กลับไปเห็นใจฝรั่งคนหนึ่งที่แอบมาทำมาหากินในเมืองไทยตั้ง 20-30
    ปีจนตัวเองร่ำรวยมหาศาล แต่ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย (ข่าวลับจาก ต.ม.) ยังแจ้งว่า นายวิน แอลลิส
    โดนกักตัวเป็นข้อหาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง และอาจจะถูกเนรเทศ
    (ซึ่งขณะนี้นายวินได้จ่ายเงินประกันตัวเพื่อให้ ต.ม. ปล่อยตัวออกมาก่อน)
    ไม่ใช่เรื่องที่นายศุภชัยไปยื่นหนังสือถึง ต.ม. ให้ตรวจสอบ
    แต่เป็นเรื่องการฟ้องร้องเรื่อง “พันธุ์ข้าว” กับนักวิชาการไทยท่านหนึ่ง
    ซึ่งเขาไม่อยากเป็นข่าว

    ข้อสอง
    และอีกประเด็นคือวันที่ 4 ก.ย. 58 นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สนช
    คนปัจจุบัน ได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
    เรื่องขอเพิกถอนหนังสือที่ ลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นหนังสือที่นายศุภชัยฯ
    ได้ทำถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อแจ้งข้อมูลการไม่เสียภาษีเงินได้ของนายวิน
    แอลลิส โดยเรื่องนี้ ฝ่ายความมั่นคงน่าจะต้องไปตรวจสอบการปฎิบัติงานของ ผอ.สนช.
    เพราะนายพันธุ์อาจ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 4 ก.ย.
    58โดยมิได้มีต้นเรื่องหรือการร้องขอจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
    และได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนจนผิดสังเกต (เพียง 1
    วันหลังจากนายวินถูกจับเมื่อวันที 3 กันยายน)
    โดยมิได้พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบว่าการกักตัวนายวิน แอลลิส
    นั้นเกิดจากสาเหตุใด

    ซึ่งการลงนามในหนังสือดังกล่าวแสดงนัยถึงการนำหน่วยงานของรัฐ
    ไปยืนยันความบริสุทธิ์ของนายวิน
    แอลลิส ในขณะที่ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏชัด

    นอกจากนี้ นายพันธุ์อาจ ยังได้ส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้นายวิน
    แอลลิส ทางไลน์โดยตรงทันที ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพื่อให้นายวิน
    แอลลิส นำหนังสือดังกล่าวไปโพสต์ในเฟซบุ๊คแสดงความบริสุทธิ์ของตนเอง

  • Lankera Sunchai

    ข้อสาม

    และอีกเรื่องคือเรื่องการเพิกถอนปริญญาเอกของนายศุภชัยนั้น
    นายวิน แอลลิสได้ร้องเรียนต่อจุฬา “ก่อน” ที่นายศุภชัยจะสำเร็จการศึกษา
    และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของนายศุภชัยก็ทราบดี
    แต่ที่ให้สอบผ่านเพราะหัวใจของวิทยานิพนธ์ที่นายศุภชัยเสนอนั้น
    เป็นส่วนที่นายศุภชัยสังเคราะห์ขึ้นมาเอง แต่ต่อมาจุฬาทนการร้องเรียนของนายวิน
    แอลลิส ไม่ไหวเพราะเล่นร้องเรียนทุกวัน จนต้องเพิกถอนปริญญาเอกนายศุภชัย
    เพื่อให้ไปสู้กันในศาล ซึ่งนายศุภชัยก็ได้ยื่นฟ้องเรื่องนี้กับศาลปกครอง
    และคดีกำลังจะตัดสินในเร็วๆ นี้

    ดังนั้น จึงไม่ควรด่วนตัดสินว่าใครถูกใครผิด
    ใครลอกใคร

    อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ นายวิน แอลลิส
    กับนายศุภชัย เคยเป็นเพื่อมานานกว่า 30 ปี แต่วันนี้ที่ทะเลาะกันแหลกลาญ
    เพราะเมื่อปี 2547 นายวิน แอลลิส ตกงานอยู่
    นายศุภชัยเลยชวนมาทำงานที่สำนักงานนวัตกรรม แต่ต่อมานายวิน แอลลิส
    แอบใช้ทรัพยากรในสำนักงานทำงานส่วนตัวมากเกินไป นายศุภชัยไม่พอใจ
    เลยไม่ต่อสัญญาให้และลดระยะเวลาจัดจ้างในสัญญาลง ทำให้นายวิน แอลลิส

    ไปฟ้องศาลว่านายศุภชัยปลอมแปลงเอกสารสัญญา ทั้งๆ
    ที่ก่อนหน้านั้นก็เห็นชอบกับการลดระยะเวลาจ้างลงมาอยู่แล้ว
    เรื่องนี้ไปถามพนักงานสำนักงานนวัตกรรมได้ทุกคน

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม