เปิดงบพีอาร์สำนักเลขาธิการนายกฯ 6 ปี 400 ล้าน “ยิ่งลักษณ์”นำโด่ง – ย้อนรอย สตง. ตรวจสอบจ้าง 2 สื่อใหญ่จัดอีเวนต์ 240 ล้าน

หลังจากสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้เปิดข้อมูลการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือ “งบพีอาร์” ของรัฐบาล ที่ใช้ผ่าน “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)” ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมีบทบาทคล้ายแม่บ้านของทำเนียบรัฐบาล ระหว่างปี 2550-2557 ไปแล้ว

โดยผลปรากฏว่า ในช่วง 8 ปีที่ตรวจสอบ คาบเกี่ยวการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน มีการใช้งบของ สปน. ในการทำพีอาร์ไปถึง 282 โครงการ รวมมูลค่า 1,249.00 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น “งบพีอาร์ตามนโยบาย” ของรัฐบาลในช่วงเวลานั้นๆ จำนวน 48 โครงการ รวมมูลค่า 893.99 ล้านบาท และโครงการพีอาร์ที่ใช้งบมากที่สุดในช่วงเวลาที่ตรวจสอบ คือ “แคมเปญ Modern Thailand” ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ใช้งบไปถึง 355.00 ล้านบาท

งบพีอาร์ สลน. 6 ปี เกือบ 400 ล้านบาท – ใช้จ้างออร์กาไนเซอร์มากสุด

จากการตรวจสอบข้อมูลการใช้งบพีอาร์ของรัฐบาล ผ่านอีกหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญนั่นคือ “สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)” ที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการให้กับนายกรัฐมนตรี และอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเลขาธิการนายกฯ(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

โครงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ใช้งบ สลน. ในแต่ละปีจะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก ยกเว้นสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะในปี 2556 ที่ใช้งบรวมกันสูงถึง 294.10 ล้านบาท
โครงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ใช้งบ สลน. ในแต่ละปีจะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก ยกเว้นสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะในปี 2556 ที่ใช้งบรวมกันสูงถึง 294.10 ล้านบาท

ที่มาของข้อมูล ก็เช่นเดียวกับการข้อมูลของ สปน. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อศูนย์ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ สลน. อ้างสิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ขอดูข้อมูลสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี แต่ติดปัญหาว่าเอกสารบางอย่างสูญหายระหว่างย้ายไปปฏิบัติราชการภายนอกทำเนียบรัฐบาลในช่วงวิกฤติการเมือง กลุ่มบริหารงานพัสดุ สำนักบริหารกลาง สลน. ได้ขอเวลาจัดทำและรวบรวมเอกสารใหม่ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงแล้วเสร็จ แต่ได้รับเอกสารเพียง 6 ปี เท่านั้น คือระหว่างปี 2552-2557

จากตรวจสอบ พบว่า โครงการพีอาร์ที่ใช้งบ สลน. มีไม่มากเท่า สปน. โดยระหว่างปี 2552-2557 (คาบเกี่ยวช่วงระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีการใช้งบของ สลน. ทำพีอาร์ จำนวน 102 โครงการ รวมมูลค่า 393.40 บาท

จำแนกการใช้งบพีอาร์ของ สลน. ตามวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง

– ตกลงราคา จำนวน 22 โครงการ รวมมูลค่า 7.22 ล้านบาท

– สอบราคา จำนวน 6 โครงการ รวมมูลค่า 1.81 ล้านบาท

– พิเศษ จำนวน 63 โครงการ รวมมูลค่า 364.68 ล้านบาท

– กรณีพิเศษ จำนวน 10 โครงการ รวมมูลค่า 13.69 บาท

– e-auction จำนวน 1 โครงการ รวมมูลค่า 5.99 ล้านบาท

เมื่อแบ่งลักษณะการใช้งบพีอาร์ พบว่า สูงสุดเป็นการจ้างออร์กาไนซ์ จำนวน 31 โครงการ รวมมูลค่า 309.12 ล้านบาท ตามมาด้วย จ้างซื้อสื่อ จำนวน 19 โครงการ รวมมูลค่า 46.11 ล้านบาท จ้างผลิตสื่อ จำนวน 51 โครงการ รวมมูลค่า 37.76 ล้านบาท และจ้างเหมาทั้งผลิตและซื้อสื่อ จำนวน 1 โครงการ รวมมูลค่า 4 แสนบาท

โดยโครงการสำคัญก็คือการจ้างทำโครงการ “Roadshowสร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020”สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้รับงานไป รวมมูลค่าทั้งหมด 240.00 ล้านบาท ซึ่งถูกตรวจสอบทั้งจากฝ่ายการเมืองและองค์กรอิสระ หลังมีการนำไปอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำหนังสือท้วงติงเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

580821ยิ่งลักษณ์
ที่มาภาพประกอบ: http://www.thairath.co.th/content/372280

สตง. ตรวจสอบ รบ.ยิ่งลักษณ์ จ้าง “มติชน-สยามสปอร์ต” โรดโชว์สร้างอนาคตไทย 2020

โครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 เป็นโครงการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แบ่งเป็น 3 สัญญา รวมมูลค่า 240.00 ล้านบาท

– สัญญาที่ จ.01/2557 สลน. จ้างบริษัทมติชนฯ วงเงิน 40.00 ล้านบาท (ทำสัญญาวันที่ 1 ตุลาคม 2556)

– สัญญาที่ จ.17/2557 สลน. จ้างบริษัทมติชนฯ วงเงิน 100.00 ล้านบาท (ทำสัญญาวันที่ 11 ตุลาคม 2556)

– สัญญาที่ จ.18/2557 สลน. จ้างบริษัทสยามสปอร์ตฯ วงเงิน 100.00 ล้านบาท (ทำสัญญาวันที่ 11 ตุลาคม 2556)

ทุกสัญญาใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วย “วิธีพิเศษ” ที่ไม่เปิดให้มีการเสนอราคาอย่างกว้างขวาง แต่เป็นการเชิญเฉพาะรายมาเสนอราคาโดยตรง

ลักษณะของการใช้งบพีอาร์ครั้งนี้ คือจ้างให้บริษัทเอกชนทั้ง 2 แห่ง จัดนิทรรศการ จัดสัมมนา และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวม 12 จังหวัด โดยวางเป้าหมายมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 250,000 คน

การใช้งบพีอาร์นี้ของ สลน. ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ช่วงปลายปี 2556 เมื่อ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านขณะนั้น ได้ตั้งเป็นหนึ่งในประเด็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ โดยอ้างว่า ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103/7 ว่าด้วยการประกาศราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างไว้บนเว็บไซต์ของ สลน.

บริษัทเอกชนทั้ง 2 แห่ง ได้ดำเนินโครงการพีอาร์นี้ระหว่างเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2556 จนเสร็จสิ้น ครบทั้ง 12 จังหวัด

วันที่ 9 ธันวาคม 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา

โรดโชว์น้ำ001
ส่วนหนึ่งของหนังสือสัญญาจ้างบริษัทมติชนฯ จัดโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020

เดือนมกราคม 2557 สตง. ได้ยื่นหนังสือต่อ สลน. ขอให้ “ทบทวนการจ่ายเงินจ้าง” บริษัทเอกชนทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนำมาใช้เป็นวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานประชาสัมพันธ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ภายหลัง สลน. ได้รับหนังสือจาก สตง. นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ ขณะนั้น ก็ได้ทำหนังสือตอบกลับว่า คงไม่สามารถทบทวนการจ่ายเงินจ้างบริษัทมติชนฯ และบริษัทสยามสปอร์ตฯ ได้ เพราะการจ้างจัดงานประชาสัมพันธ์ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติงานตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา

เดือนมีนาคม 2557 สตง. ส่งหนังสืออีกฉบับถึงนายสุรนันทน์โดยตรง ขอให้ทบทวนการจ่ายเงินในโครงการนี้ เพราะไม่เปิดให้มีการแข่งขันราคาอย่างโปร่งใส อาจจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว)

ต่อมา บริษัทมติชนฯ ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ สตง. ระบุว่า ประเด็นที่ สตง. ตรวจสอบ บริษัทสามารถชี้แจงทำความเข้าใจได้ และพร้อมจะเข้าชี้แจงกับ สตง. และหน่วยงานใดที่ยังมีข้อสงสัย ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ทำหนังสือถึง สลน. ขอให้ชำระเงินค่าจ้างตามสัญญา เนื่องจากการจัดงานดังกล่าวผ่านไปอย่างราบรื่นตามสัญญา โดยบริษัทได้สำรองจ่ายไปเป็นเงิน 130 ล้านบาท และขณะนี้เวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว

วันที่ 12 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทตกไป

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 สตง. ก็ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์นี้ ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. โดยระบุว่า “การดำเนินโครงการดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ และมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่เกิดประสิทธิภาพหรือเกิดความสูญเปล่า ไม่ประหยัด ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่าและไม่เปิดโอกาสให้มีการเข้าแข่งขันราคาอย่างเปิดเผย โปร่งใส และเป็นธรรม และอาจเป็นการจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น หากมีการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้อง จะต้องมีผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายเงินครั้งนี้”

โครงการ “Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020จึงถือเป็นโครงการการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวอย่าง ที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทั้งจากฝ่ายการเมืองและองค์กรอิสระ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ พบว่า สลน. ได้เบิกจ่ายงบให้กับบริษัทเอกชนทั้ง 2 แห่งเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ต้นปี 2557

แหล่งข่าวจากส่วนงานด้วยพัสดุของ สลน. เปิดเผยว่า สลน. ได้เบิกจ่ายเงินให้กับบริษัทเอกชนทั้ง 2 แห่งไปแล้ว เพราะได้ทำงานเสร็จสิ้นและมีการส่งมอบงานแล้วตามทีโออาร์ หากไม่เบิกจ่ายให้ก็อาจถูกยื่นฟ้องร้องต่อศาล ส่วนการตรวจสอบของ สตง. และ ป.ป.ช. ก็ว่ากันต่อไป หากมีการขอข้อมูลหรือเชิญไปชี้แจง ทาง สลน. ก็พร้อมให้ความร่วมมือ

“ที่ผ่านมา มีหลายโครงการที่ สตง. เข้ามาตรวจสอบ ไม่ใช่แค่โครงการจ้างมติชนกับสยามสปอร์ตเท่านั้น แต่โครงการนี้อาจเป็นที่สนใจ เพราะใช้งบประมาณค่อนข้างมาก” แหล่งข่าวระบุ