“มโน เลาหวณิช” ชี้เหตุกรณี เจ้าสำนักธรรมกาย “อาบัติปาราชิก” สั่งหอบเงินสด 3,000 ล้าน ซื้อที่ดิน1,000 ไร่ จ.พิจิตรใส่ชื่อตัวเอง

2 มีนาคม 2015

หลังจากที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558มีมติรับทราบและรับรอง กรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางไปชี้แจงคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา เกี่ยวกับพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเมื่อปี 2542 กรณีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เบียดบังทรัพย์สินของวัดเมื่อ 15 ปีก่อน ถือว่าต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่

ประเด็นนี้จึงกลับมาเป็นข่าวร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากรายงานที่สำนักพระพุทธศาสนาบรรจุเป็นวาระที่ประชุมมส. ยืนยันว่าคดีนี้ได้ข้อยุติแล้วตั้งแต่ปี 2542 พระธัมมชโยไม่อาบัติปาราชิก เพราะไม่ได้มีเจตนาที่จะครอบครองที่ดินของวัด ซึ่งต่อมาพระธัมมชโยได้โอนที่ดินคืนให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว

นพ.มโน เลาหวณิช ที่มาภาพ : http://mpics.manager.co.th

นพ.มโน เลาหวณิช ที่มาภาพ : http://mpics.manager.co.th

ที่มาของคดีพระธัมมชโยเบียดบังทรัพย์สินของวัดพระธรรมกาย จนเป็นเหตุให้สมเด็จพระสังฆราชมีพระดำริ “ให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ เพราะไม่ยอมส่งคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระ ให้แก่วัด”

นพ.มโน เลาหวณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักการศึกษาและสำนักวิเทศสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศ วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2542 มีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรชื่อสีกาตุ๊ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีมาขอเข้าพบพระธัมมชโย โดยแจ้งว่าพบแร่ทองคำจำนวนมากอยู่ในที่ดินแปลงใหญ่ จังหวัดพิจิตร ตอนแรกพระธัมมชโยไม่เชื่อ จึงสั่งให้ลูกศิษย์ไปทำการพิสูจน์ โดยตักดินจากที่ดินแปลงนี้ 1 ลูกบาศก์เมตร นำมาละลายน้ำที่วัดพระธรรมกาย ปรากฏว่าได้ทองคำหนัก 1 บาท ดังนั้นพระธัมมชโย มอบหมายให้ลูกศิษย์ที่ชื่อ “ถาวร” ซึ่งมีชื่ออยู่ในสำนวนคดีนี้ด้วย เดินทางไปจังหวัดพิจิตร เพื่อเจรจาขอซื้อที่ดินเนื้อที่ 1,000 ไร่จากชาวบ้าน 2 ราย

นพ.มโน กล่าวว่า ผลการเจรจาได้ข้อสรุปว่าชาวบ้าน 2 รายตกลงขายที่ดินแปลงนี้เป็นเงินสดไร่ละ 3 ล้านบาท ไม่รับเป็นเช็ค พระธัมมชโย จึงสั่งจ่ายเงินของวัดพระธรรมกาย 3,000 ล้านบาท ขนเงินสดขึ้นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำไปจ่ายให้เจ้าของที่ดินที่จังหวัดพิจิตร โดยพระธัมมชโยใส่ชื่อตนเองลงบนโฉนดที่ดิน ที่ชี้ว่าพระธัมมชโยนำเงินของวัดมาซื้อที่ดินมาเป็นของตนเอง ทำให้ต้องอาบัติปาราชิกตามดำริของสหเด็จพระสังฆราช ต่อมาพระธัมมชโยโอนที่ดินที่ตนครอบครองคืนให้วัดพระธรรมกาย จึงไม่มีความผิด ซึ่งปัจจุบันที่ดินจังหวัดพิจิตรแปลงนี้เป็นของวัดพระธรรมกาย แต่ยังไม่ได้ทำเหมืองทองคำแต่อย่างใด

นอกที่ดินจังหวัดพิจิตรแล้ว นพ.มโน กล่าวว่าในปี 2530 ยังได้ซื้อที่ดินแปลงใหญ่จากชาวบ้านอีกหลายแปลง อาทิ ที่ดิน 4,000 ไร่ บริเวณอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่มีสีกานัทเป็นผู้บริหารมูลนิธิฯ,ที่ดินจังหวัดศรีสะเกษอีก 6,000 ไร่และที่ดินอำเภอวังน้ำเขียวก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิร์ลพีซ วัลเลย์ เขาใหญ่ เป็นต้น

  • แขกมาเยี่ยม

    ที่วังน้ำเขียวเอาไว้ให้คนได้ปฏิบัติธรรม ก็โดนต่อว่าหรือครับ ผมเคยไป

  • The one

    คิดดี..ทำดี..ถ้าวันนี้เราปล้นเงินจากธนาคาร..ต่อมาตำรวจตามจับได้เราก็เอาเงินมาคืน..นั้นเราก็คงไม่ผิดนะครับ..เพราะเราเงินมาคืนแล้วถือว่าหายกัน..จงคิดอย่างมีสติอย่าคิดอย่างไร้สติ..บ้านเมืองเรากำลังซ่อมแซม..ใครมีความคิดที่แก้ไขประเทศขอเอกสารที่ กกต.ทุกจังหวัดแล้วส่งข้อเสนอในการแก้ไขบ้านเมือง เพื่อช่วยให้บ้านเมืองเราเดินหน้าอย่างมีความสุขกันนะครับ..ความบอบช้ำย้ำเตือนทั่วพื้นที่..หยุดเสียทีสีต่างแบ่งข้างไหน..เราพ่ายแพ้แก่โลกโศกกว่าใคร..น้ำตาไทยไหลหนองกองแผ่นดิน..

    • raoros

      เดี๋ยวๆ ดูก่อน
      “.ถ้าวันนี้เราปล้นเงินจากธนาคาร..ต่อมาตำรวจตามจับได้เราก็เอาเงินมาคืน..นั้นเราก็คงไม่ผิดนะครับ.”
      อันนี้ว่าเล่นหรือว่าจริง แล้วถ้าตำรวจจับไม่ได้ล่ะ ลอยชายสบายใจรึ

ข่าวในประเด็น

เครือข่ายสังคม