ศิษย์วัดพระธรรมกายลงขัน จ่ายเช็ค 684.78 ล้านบาท ให้สหกรณ์ฯ คลองจั่น แลกถอนฟ้องคดีพระธัมมชโยและวัด – รอยยิ้มของสมาชิก

ตามที่สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้นำเสนอข่าวปัญหาการขาดสภาพคล่องและความไม่โปร่งใสจากการบริหารงานของผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น(สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นป่วน ศึกแย่งอำนาจบริหาร-เปิดข้อมูลเงินกู้รายเดียว 3 พันล้านให้ “ศุภชัย ศรีศุภอักษร”) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 จากนั้นได้นำเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการปล่อยกู้ให้แก่สมาชิกสมทบที่เป็นเครือข่ายของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และพวก และบางรายเป็นการทำสัญญาเงินกู้ปลอมจนนำมาสู่การอายัดและยึดทรัพย์สินนายศุภชัยและพวกโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ (DSI) พร้อมตั้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวนกว่า 12,402 ล้านบาท จากนั้น กรมส่งเสริสหกรณ์มีคำสั่งปลดนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ออกจากประธานคณะกรรมการดำเนินการ จนนำมาสู่การต่อสู้และฝ่าฟันของคณะกรรมการบริหารชุดที่ 30 เพื่อขอฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ ที่จะมีการตัดสินในวันที่ 20 มีนาคม 2558 นี้

เส้นทางเงินของศุภชัย ศรีศุภอักษร

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการสหกรณ์ฯ คลองจั่นชุดที่ 30 ได้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกหนี้คืนจากลูกหนี้ที่ได้ปล่อยกู้ จนนำมาสู่การตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด 6 เส้นทาง รวมทั้งวัดพระธรรมกายและพระของวัดพระธรรมกาย ซึ่งสำนักข่าวไทยพับลิก้าได้นำเสนอเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2556

สำหรับคดีที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ฟ้องวัดพระธรรมกายคือคดีดำที่ พ.736/2557 ทุนทรัพย์ 818 ล้านบาท เรียกทรัพย์คือจากนายศุภชัยฯ วัดพระธรรมกาย ศาลนัดสืบพยาน/นัดไกล่เกลี่ยคดีวันที่ 16 มีนาคม 2558 และคดีดำที่ พ.3628/2557 ทุนทรัพย์ 119 ล้านบาท เรียกทรัพย์คืนจากนายศุภชัยฯ พระครูปลัดวิจารณ์ ศาลนัดพร้อมหรือชี้สองสถาน วันที่ 28 เมษายน 2558 จนเป็นกระแสข่าวที่สื่อมวลชนร่วมกันนำเสนอ

ขณะเดียวกัน นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ออกมาออกมาแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2558 ชี้แจงกรณีวัดพระธรรมกาย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ นั้น ตนขอชี้แจงว่าตนไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด โดยเงินที่นำมาบริจาคให้วัดพระธรรมกายจำนวน 386 ล้านบาท และที่บริจาคให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์ 248 ล้านบาท เมื่อปี 2552 และปี 2553 เพื่อใช้ในการสร้างศาสนสถานนั้น เป็นเงินที่ตนยืมจากสหกรณ์ฯ โดยถูกต้องตามระเบียบสหกรณ์ฯ และได้มีการคืนเงินที่ยืมมาในจำนวนดังกล่าวให้แก่สหกรณ์ฯ เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งมีบันทึกในรายงานประจำปีและที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ฯ

ขณะที่รัฐบาลโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อสื่อมวลชนในวันเดียวกัน (6 มีนาคม 2558) ภายหลังเรียก 4 หน่วยงาน คือ ดีเอสไอ ปปง. กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้ามารายงานความคืบหน้าที่ตนมอบหมายให้ไปตรวจสอบที่มาที่ไปของเงิน ในกรณีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่าโดยทั่วไปก็พอใจกับรายงานความคืบหน้าที่ได้รับ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ถูกต้องเรียบร้อยดีแล้ว โดยเน้นย้ำว่า จุดยืนเรื่องนี้คือ การให้ตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ฯ คลองจั่น ส่วนเรื่องจะโยงไปที่ใครก็สุดแล้วแต่ หากพบว่าใครทำความผิดก็ต้องดำเนินคดี พร้อมระบุว่าตนได้ทราบว่าโจทก์คือสหกรณ์ฯ คลองจั่น และจำเลยได้ตกลงว่าเงินในส่วนที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายนั้นทางวัดจะคืนเงินให้จำนวน 684 ล้านบาท

Print

เช็คจากกองทุนลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย

ลูกศิษย์วัดลงขันจ่ายคืน 684.78 ล้านบาท

วันที่ 16 มีนาคม 2558 เวลา 9.30 น. ศาลจังหวัดธัญบุรี นัดคู่ความ คดีดำหมายเลข พ.736/2557 ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ระหว่างโจทย์ คือ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำเลยที่ 1, พระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย จำเลยที่ 2 และวัดพระธรรมกาย จำเลยที่ 3 เพื่อติดตามทรัพย์สินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 814 ล้านบาท กลับคืนมา

โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอทำข่าวนี้ ภายหลังการหารือนานกว่า 4 ชั่วโมง นางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล เลขานุการและกรรมการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยวันนี้ คณะศิษยานุศิษย์ของวัพระธรรมกายยอมจ่ายเงินเยียวยาให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 684.78 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเงิน 6 งวด รับชำระเงินงวดแรกจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คมูลค่า 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 5 งวด คณะศิษยานุศิษย์ได้สั่งจ่ายเช็คล่วงหน้า 5 ใบ สามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2558

นางประภัสสรกล่าวต่อว่า ผลจากการเจรจาไกล่เกลี่ยวันนี้ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ถอนฟ้องคดีจำเลยที่ 2 และ 3 พร้อมกับทำหนังสือยินยอมไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไปอีก และได้มอบหนังสือขอบคุณศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายที่จ่ายเงินเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จากนั้น ในช่วงบ่ายของวันนี้ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้มอบหมายให้ทนายความนำหนังสือยินยอมของโจทก์ ไม่ดำเนินคดีกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปยื่นต่อดีเอสไอและ ปปง. ส่วนทรัพย์สินที่ยังได้คืนไม่ครบอีก 130 ล้านบาท อยู่ในความรับผิดชอบของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังคงดำเนินคดีแพ่งที่ศาลจังหวัดธัญบุรีต่อไป

“ขณะนี้ศาลธัญบุรีได้จำหน่ายการดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยออกจากสารบบความเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอัษร จำเลยที่ 1 ต่อไป เพื่อติดตามทรัพย์สินส่วนที่เหลือ 130 ล้านบาท คืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คดีนี้มีทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 814 ล้านบาท ในจำนวนนี้ได้รับเงินคืนจากศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายแน่นอนแล้ว 684 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 130 ล้านบาท ยังคงดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 ต่อไป” นางประภัสสรกล่าว

นางประภัสสรกล่าวต่อว่า สำหรับเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่ถูกโอนเข้าบัญชีพระครูปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท เป็นอีกคดีหนึ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งศาลแพ่งนัดไต่สวนวันที่ 28 เมษายน 2558 ส่วนความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ศาลล้มละลายกลางนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 20 มีนาคม 2558 เวลา 9.30 น. บัลลังก์ที่ 15

รอยยิ้มของสมาชิก – เช็คใบแรกจากการตามทวงเงินที่ถูกยักยอก

เวลา 14.00น. นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และกรรมการ ร่วมกันแถลงข่าวหลังศาลนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับวัดพระธรรมกายว่า จากคดีที่ได้ฟ้องวัดพระธรรมกายมี 2 คดี คือ 1. คดีฟ้องวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร วงเงิน 814 ล้านบาท ศาลนัดวันที่ 16 มีนาคม 2558 และคดีฟ้องพระครูปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท ศาลนัดวันที่ 28 เมษายน 2558

สำหรับคดีที่ 1 นั้น กรณีนี้ทางวัดพระธรรมกายได้รับเช็คจากสหกรณ์ฯ คลองจั่นไปตั้งแต่ปี 2552-2554 จำนวน 814 ล้านบาท (ดูตารางประกอบ) จากที่ฝ่ายทนายได้ตรวจสอบพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวทางวัดได้นำใช้ในการก่อสร้างแล้ว 684.78 ล้านบาท ก็มีการหารือกับทางลูกศิษย์วัดบอกว่าจะหาเงินมาให้ตั้งเป็น “กองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเพื่อช่วยเหลือวัดพระธรรมกาย พระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี และสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด” โดยรวบรวมเงินจำนวนมาน 684.78 ล้านบาทมาคืน เป็นเช็ค 6 ใบ 6 งวด

“เมื่อนำเงินมาคืนแล้ว ทางสหกรณ์ฯ จะไม่ดำเนินคดีต่อวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี เพราะวัดเอาไปเท่าไหร่มาคืนเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือ 130 ล้านบาท จะดำเนินคดีต่อกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เพื่อติดตามทรัพย์คืนมา เพราะเงินก้อนนี้ไม่ได้เข้าวัดพระธรรมกาย มีเส้นทางเงินแล้วว่าไปที่ไหน ซึ่งทนายจะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป ถ้าถามผมและสมาชิกต่างก็ยินดี เพราะว่าการสู้คดีไม่รู้ว่ากี่ปีจะได้เงินคืนหรือไม่ได้คืน”

นายเผด็จกล่าวต่อว่า เงินที่ได้คืนมานี้ทางคณะกรรมการสหกรณ์ฯ จะพิจารณาโดยหลักเหตุผลว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินฝากของสมาชิกทุกคนที่ได้ถูกยักยอกออกไปโดยมิชอบ เมื่อได้รับคืนมาย่อมนำไปคืนให้สมาชิกและสหกรณ์ต่างๆ ที่เป็นผู้ฝากเงินโดยยุติธรรมในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน โดยจะจัดสรรให้ทยอยเบิกถอนออกไปตามจำนวนเงินที่ทยอยรับเข้ามาแต่ละเดือน และอาจจะกันเงินบางส่วนสำรองไว้เพื่อใช้ขยายธุรกิจบ้างเพื่อเป็นการเริ่มต้นงานฟื้นฟูสหกรณ์ฯ

“แต่การจะดำเนินตามที่กล่าวมาข้างต้นได้ก็ต่อเมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเสียก่อน ซึ่งจะทราบคำสั่งในวันที่ 20 มีนาคม 2558 และจะต้องนำเรื่องนี้ไปหารือขอความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงจะดำเนินการต่อไปได้”

นอกจากนี้ คณะกรรมการสหกรณ์ยังได้พิจารณาอนุมัติโครงการเงินกู้ยืมระยะสั้นแก่สมาชิกที่เดือดร้อนในด้านค่าใช้จ่ายในการบริโภคในแต่ละเดือน สามารถยื่นคำขอกู้เงินได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2558 ถ้าศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการได้และสหกรณ์จะเร่งดำเนินการอนุมัติและจ่ายเงินกู้ให้ได้ก่อนวันสงกรานต์ โดยสมาชิกกู้ได้รายละไม่เกิน 50,000 ล้านบาท โดยทยอยเบิกเป็นรายเดือนภายใน 5 เดือน กำหนดชำระคืนภายใน 12 เดือน โดย 3 เดือนแรกให้ปลอดการชำระคืนเงินต้น อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6

ส่วนการดำเนินคดีฟ้องร้องเพื่อติดตามทรัพย์สินที่สหกรณ์ฯ คลองจั่นเสียหายจากการถูกยักยอกกลับคืนมารวมเป็นเงินประมาณ 16,000 ล้านบาท มีพยานหลักฐานเกี่ยวพันกับนายศุภชัยและพวกผู้ถูกกล่าวหาหลายรายด้วยกัน จำนวน 5 คดี ในปี 2557 เป็นเงินรวม 20,000 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) โดยความคืบหน้าเป็นไปตามกระบวนการไต่สวนของศาล รวมทั้งการฟ้องร้องต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เพื่อขอสิทธิคุ้มครองทรัพย์ที่ ปปง. ได้อายัดไว้ 3,811 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และใบหุ้น เพื่อพิสูจน์ที่มาของทรัพย์เหล่านั้น หากเกี่ยวข้องกับเงินของสหกรณ์ฯ ที่ถูกยักยอกไปก็จะนำคืนมาเป็นของสหกรณ์ฯ ต่อไป ซึ่งราคาปัจจุบันของทรัพย์เหล่านั้นคาดว่าจะสูงถึง 5,000 ล้านบาท

เช็คจากกองทุนลูกศิษย์วัดธรรมกาย

สมาชิกและคณะกรรมการชุดที่ 30 แสดงความยินดีที่ได้เงินคืนจากวัดพระธรรมกาย 684.78 ล้านบาท
สมาชิกและคณะกรรมการชุดที่ 30 แสดงความยินดีที่ได้เงินคืนจากวัดพระธรรมกาย 684.78 ล้านบาท

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายวิชัย ทองแตง อดีตทนายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นั้น ที่ผ่านมาเคยไปปรึกษาหารือเพราะเป็นนักธุรกิจที่น่าจะให้คำปรึกษาแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการบริหารทรัพย์สินสหกรณ์ฯ ที่พอมีอยู่ให้เกิดรายได้มากขึ้น

“ตอนที่ไปหารือ คุณวิชัยให้ความเห็นว่า สหกรณ์ฯ มีสมาชิก 50,000 กว่าราย มีสหกรณ์ออมทรัพย์กว่า 8,000 แห่ง มีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 1,300 กว่าแห่ง น่าจะเจรจาให้เขามาช่วยเหลือ แต่ทั้งนี้ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษาได้ ที่ผ่านมาเราพยายามแก้ไขสหกรณ์ฯ ก็พยายามหาคนที่พึ่งได้ช่วยให้คำปรึกษา หากจะไปปรึกษาตาสีตาสา เขาก็แนะให้ผมไปพึ่งหลวงพ่อทันใจ ตอนนี้ก็ไปไหว้มาแล้ว แต่ยืนยันว่าไม่ได้จ้างคุณวิชัยแต่อย่างใด”

อย่างไรก็ตาม นายเผด็จได้กล่าวต่อว่า “ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี, คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, คุณไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ทำให้การดำเนินการต่างๆ ลุล่วงไปได้ด้วยดี”