ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – “ปอท. ล้วงข้อมูลผู้เข้าชมหน้าเว็บที่ถูกบล็อก” – “โลกมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคน”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 15-21 มิถุนายน 2557

– แรงงานเขมรแห่กลับประเทศจำนวนมาก หลังคสช.จัดระเบียบ
– Line ออกคำเตือนให้ผู้ใช้เปลี่ยนพาสเวิร์ด
– ปอท.ล้วงข้อมูลผู้เข้าชมหน้าเว็บที่ถูกบล็อก
– วิกิลีกส์เผยแพร่เอกสารสหรัฐฯ-ยุโรป เตรียมผลักดันทุกประเทศเปิดเสรีรัฐวิสาหกิจ
– ผลสำรวจเผย โลกมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคน

แรงงานข้ามชาติแห่กลับประเทศจำนวนมาก-ตราดขาดแรงงาน 30,000 ตำแหน่ง

ที่มาภาพ : http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000006949801.JPEG
ที่มาภาพ: http://mpics.manager.co.th/pics/Images/557000006949801.JPEG

จากการประกาศจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ตามมาตรการความสงบตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 59 เรื่องการรักษาความสงบและการกำกับดูแลการบริหารแรงงานข้ามชาติ ประกาศเมื่อ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ไทยรัฐออนไลน์รายงานเมื่อ 17 มิ.ย. ว่า แรงงานกัมพูชาทยอยกลับประเทศ ผ่านด่านพรมแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว รวมแล้วกว่า 84,234 คน ผ่านด่านพรมแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งติดกับฝั่งปอยเปต อำเภอโอจโรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยมีตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว คอยอำนวยความสะดวกจัดรถรับ-ส่ง

โดยสถิติการเดินทางกลับของชาวกัมพูชาผ่านด่านคลองลึก ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 17 มิถุนายน รวมแล้ว 84,234 คน โดยเมื่อ 17 มิ.ย. ชาวกัมพูชากลับประเทศรวม 9,992 คน เพิ่มขึ้นจากวันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งมีจำนวน 6,972 คน

ทั้งนี้เมื่อ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมาเว็บไซต์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์รายงานว่า นายสุมิตร เขียวขจี ประธานหอการค้า จ.ตราด เดินทางยื่นหนังสือให้กับ น.ส.เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผวจ.ตราด เพื่อขอให้เร่งแก้ปัญหาในเรื่องการขาดแคลนแรงงานกัมพูชาในขณะนี้ เนื่องจากภาคการเกษตรกรรมมีความต้องการแรงงานกัมพูชาในหลายภาคธุรกิจมากกว่า 30,000 คน โดยเฉพาะทางภาคการเกษตร เช่น แรงงานประมงทะเลและธุรกิจต่อเนื่อง แรงงานเก็บผลไม้ แรงงานด้านการเลี้ยงกุ้ง หรือ ภาคการก่อสร้าง รวมทั้งโรงงานอุตสหกรรม และแรงงานด้านบริการในโรงแรมและรีสอร์ท

แรงงานกัมพูชาที่กำลังเดินทางออกไปวันละหลายร้อยคนจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะเงาะที่จำเป็นต้องใช้แรงงานกัมพูชาหลายพันคน หากไม่มีแรงงานเหล่านี้ เงาะที่จะต้องเก็บภายใน 7 วัน หากไม่เก็บจะทำให้ผลเน่า และได้รับผลเสียหายเนื่องจากระยะนี้จะมีเงาะออกมากที่สุด

เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ กัมพูชา เดลี่ ในประเทศกัมพูชารายงานเมื่อ 18 มิ.ย.ว่า นายซาร์ เค็ง รมว.มหาดไทยกัมพูชา กล่าวถึงกรณีแรงงานชาวกัมพูชาแห่ออกจากไทยกว่าแสนคนแล้วว่า กองทัพไทยต้องรับผิดชอบต่อกรณีแรงงานชาวกัมพูชาอย่างน้อย 150,000 คน หลั่งไหลออกจากประเทศไทยกลับบ้านเกิดในสัปดาห์นี้ รวมถึงต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ที่มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บ 19 คน จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะพยายามหลบหนีกลับประเทศ

ล่าสุด 20 มิ.ย. เว็บไซต์ข่าวของเอ็มเอสเอ็น รายงานอ้างจากสื่อต่างประเทศว่า แรงงานพม่าที่เข้ามาค้าแรงงานในประเทศไทย ทยอยเดินทางกลับประเทศตามแรงงานเพื่อนบ้านที่ทยอยกลับบ้านเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกรงการถูกปราบปรามจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไปก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางการไทยไม่มีนโยบายปรามปรามแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตถูกต้อง

Line ในญี่ปุ่นโดนแฮ็ก- เตือนให้ผู้ใช้เปลี่ยนพาสเวิร์ด

ที่มาภาพ : https://lh5.ggpht.com
ที่มาภาพ: https://lh5.ggpht.com

เว็บไซต์ข่าวสดและไทยรัฐออนไลน์รายงานอ้างจากเอเอฟพี เมื่อ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ‘ไลน์’ แจ้งผู้ใช้ให้เปลี่ยนพาสเวิร์ดหรือรหัสผ่าน หลังตำรวจญี่ปุ่นยืนยันว่าได้เริ่มสอบสวนกรณีบัญชีผู้ใช้ถูกเจาะข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างน้อย 303 ครั้ง ช่วงสิ้นเดือน พ.ค. ถึง 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้มีกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายทางการเงินให้กับผู้ใช้ด้วย

โฆษกไลน์กล่าวว่า เชื่อว่าบัญชีผู้ใช้ที่ถูกแฮ็กเป็นเพราะมีการใช้พาสเวิร์ด (password) ในการเข้าแอปพลิเคชันร่วมกับแอปพลิเคชันอื่นๆ ซึ่งอาจมีข้อมูลรั่วไหล พร้อมยืนยันว่าบัญชีผู้ใช้ที่ถูกแฮ็กตอนนี้ยังเกิดขึ้นเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทไลน์จึงอยากเตือนผู้ใช้ไลน์เปลี่ยนรหัสบัญชีผู้ใช้ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินของผู้ใช้

ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน ‘ไลน์’ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะมีฟังก์ชันอเนกประสงค์ โดยผู้ใช้งานสามารถแชต โทรศัพท์ฟรี โพสต์รูปภาพและวิดีโอเพื่อแชร์ให้เพื่อนในบัญชีรายชื่อของผู้ใช้เห็น และนอกจากนี้ยังมี ‘สติกเกอร์’ รูปการ์ตูนน่ารัก ให้ผู้ใช้งานใช้ส่งข้อความหาเพื่อนในบัญชีรายชื่อ

ในปัจจุบัน ไลน์มีผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคน ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ในญี่ปุ่นและเอเชีย และมียอดผู้ใช้งานจากประเทศอื่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้

ปอท. ล้วงข้อมูลผู้เข้าชมหน้าเว็บที่ถูกบล็อก

Screen Shot 2557-06-20 at 11.30.13 PM

เมื่อ 19 มิ.ย. เฟซบุ๊กของเครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) รายงานว่า หากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก จะเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หรือ TCSDซึ่งจะแสดงแทนหน้าเว็บที่ถูกทางการปิดกั้น จะมีปุ่มที่เขียนว่า ‘Close’ ซึ่งโดยทั่วไปปุ่มชื่อนี้จะใช้เพื่อปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ แต่สำหรับปุ่มนี้บนเว็บไซต์ tcsd.info เมื่อคลิกไปแล้ว จะไปที่หน้าเฟซบุ๊กของผู้ใช้ พร้อมขึ้นกล่องคำถาม ว่าจะตกลงแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้กับแอปพลิเคชันที่ชื่อ ‘Login’ หรือไม่

ถ้าหากผู้ใช้กด ‘ตกลง’ ไปโดยไม่ทันสังเกตให้ละเอียดหรือถูกคำว่า ‘Login’ ทำให้เข้าใจผิด ก็จะทำให้แอปดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูล ชื่อ นามสกุล อายุ เพศ วันเกิด ฯลฯ รวมถึงอีเมลของผู้ใช้ได้ในทันที

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์บล็อกนัน (Blognone) ระบุ ปอท. โพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับปุ่ม ‘Close’ ที่ใช้ล็อกอิน โดยระบุว่าจะใช้ล็อกอินโดยสามารถกดยกเลิกหรือกดไม่ส่งข้อมูลได้ หากกดตกลงก็จะเข้าหน้า ‘จ่านกฮูก’ นอกจากเรื่องของการล็อกอินแล้วยังระบุว่าการแจ้งเบาะแสช่วยให้ทาง ปอท. สามารถดำเนินการกับผู้ทำความผิดได้จำนวนมาก เป็นการช่วยให้สังคมออนไลน์ใสสะอาดขึ้น แต่ไม่มีความชัดเจนว่าหากสามารถแจ้งเบาะแสได้ทางหน้า Facebook Page อยู่แล้ว ทำไมหน้าบล็อกเว็บจึงต้องขออีเมลอีก และการล็อกอินหน้าเว็บ tcsd.info จะมีประโยชน์อะไรต่อผู้ใช้
ทั้งนี้ปัจจุบัน ปอท. ได้ถอดปุ่ม ‘Close’ ออกแล้ว

วิกิลีกส์เผยแพร่เอกสารสหรัฐฯ-ยุโรป เตรียมผลักดันทุกประเทศเปิดเสรีรัฐวิสาหกิจ

ทีมาภาพ : https://wikileaks.org/
ที่มาภาพ : https://wikileaks.org/

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์วิกิลีกส์เผยแพร่เอกสารลับเรื่องกรอบข้อตกลงของสหรัฐฯ และยุโรปในการกดดันทุกประเทศให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจ และเปิดเสรีบริการพื้นฐานให้ต่างชาติ

เว็บไซต์ประชาไท ระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวคือ Trade in Service Agreement (TISA) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขจัดข้อระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ ภายในประเทศสมาชิกเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนและแข่งขันในส่วนของภาคบริการ และมีสิทธิเทียบเท่านักลงทุนภายในประเทศ

TISA มีความเข้มข้นกว่าข้อตกลงภาคบริการภายใต้องค์การการค้าโลก หรือ GATS ในขณะนี้มีเกือบ 50 ประเทศเข้าร่วมการเจรจา โดยประเทศจีนและอุรุกวัยได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าร่วมการเจรจา ถ้าการเจรจาครั้งนี้สำเร็จจะทำให้ประเทศสมาชิกทั้งหมดต้องเปิดตลาดภาคบริการอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงภาคการเงินการธนาคาร การสาธารณสุข การศึกษา การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ การสื่อสารและโทรคมนาคม รวมทั้งแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการเหล่านั้นอยู่เพื่อเปิดทางให้เอกชน

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และประเทศสมาชิกอื่น จะพยายามกดดันให้ประเทศที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกเข้าร่วมเจรจาและนำข้อตกลงดังกล่าวนี้เข้าไปในองค์การการค้าโลก

ผลสำรวจเผย โลกมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคน

ที่มาภาพ : http://static.guim.co.uk/sys-images/Guardian/Pix/pictures/2013/3/6/1362531560440/Dow-Jones-record-level-010.jpg
ที่มาภาพ: http://static.guim.co.uk/sys-images/Guardian/Pix/pictures/2013/3/6/1362531560440/Dow-Jones-record-level-010.jpg

สำนักข่าวเอพี (นิวยอร์ก) รายงานผลสำรวจจาก บริษัท แคปเจมินี (Capgemini) และธนาคารรอยัลแบงก์ออฟแคนาดา (Royal Bank of Canada) เมื่อ 19 มิ.ย. พบว่า มหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคนทั่วโลกนับจากปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 15% เนื่องจากตลาดหุ้นเติบโตมากขึ้นและมูลค่าที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น ทำให้จำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มเป็น 13.7 ล้านคน

มูลค่ารวมของมหาเศรษฐีเหล่านั้นมีประมาณ 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2013 ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่เป็นอันดับ 2 นับจากที่ 2 บริษัทนี้ทำการสำรวจมา

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการเติบโตมาเป็นอันดับหนึ่ง มีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 425,000 คน อัตราการเติบโตใหญ่ที่สุดในกลุ่มมหาเศรษฐี 25 ประเทศ เท่ากับมีมหาเศรษฐีในญี่ปุ่น 2.3 ล้านคน เป็นรองจากสหรัฐฯ ที่มีจำนวน 4 ล้านคน เพิ่มจากปีที่แล้ว 17% เท่ากับ 570,000 คน

เหตุผลสำคัญของการก้าวกระโดดของญี่ปุ่นคือดัชนีหุ้นนิเคอิ 225 ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 57% ปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน หุ้นเอสแอนด์พีในสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เช่นกัน