ยอดใบประทวนยังไม่นิ่ง ธ.ก.ส. คาด 15 มิ.ย. จ่ายครบ ด้านพาณิชย์หวั่นราคาตก ชะลอการระบายข้าว

3 มิถุนายน 2014

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ได้มีการจ่ายเงินชุดสุดท้ายของวงเงินจัดสรรก้อนแรก 40,000 ล้านบาท ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้แก่ชาวนา ณ ธ.ก.ส. สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีคณะทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงเข้าร่วมสังเกตการณ์การจ่ายเงิน

การจ่ายเงินจำนำข้าวช่วงหลังเหตุการณ์รัฐประหาร ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารงานแทนรัฐบาลปกติ โดยวงเงิน 40,000 ล้านบาทข้างต้นได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 ทาง ธ.ก.ส. เร่งจ่ายทันทีในวันรุ่งขึ้น (26 พ.ค.) นับเวลาจนถึงการจ่ายเงินชุดสุดท้ายเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ใช้เวลาเพียง 8 วันเท่านั้น สามารถจ่ายเงินจำนำข้าวที่คั่งค้างให้กับชาวนาทั่วประเทศได้กว่าสามแสนราย

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. (ซ้าย)

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. (ซ้าย)

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยข้อมูลการดำเนินการจ่ายเงินในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าได้จ่ายเงินให้ชาวนาทั้งหมด 348,384 ราย เป็นเงิน 35,032.27 ล้านบาท จากชาวนาจำนวนคงค้างอยู่ 8 แสนกว่าราย

สำหรับการจ่ายเงินให้กับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีตามใบประทวนจำนวน 700 สัญญา เป็นเงิน 93 ล้านบาท จากวงเงินที่ได้รับจัดสรรในเบื้องต้น 1,234 ล้านบาท จากวงเงิน 40,000 ล้านบาท ยังเหลือชาวบ้านที่รอรับเงินอีกกว่า 12,943 ราย เป็นเงิน 1,465.63 ล้านบาท

จากการสอบถามชาวนาที่มารับเงินจำนำส่วนใหญ่ตอบว่าจะนำเงินที่เหลือไปชำระค่าปุ๋ยค่ายาที่ค้างไว้กับทางร้านค้า และนำเงินที่เหลือไปลงทุนปลูกข้าวต่อไป นางสมคิด อุทัศน์ หนึ่งในชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกดีใจมากเมื่อทาง ธ.ก.ส. โทรศัพท์มาแจ้งให้ไปรับเงินจำนำข้าวได้แล้ว เพราะตนรอเงินมากว่า 6 เดือน ระหว่างนั้นก็ต้องหยิบยืมญาติพี่น้องชั่วคราว ได้เงินมาก็นำไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายา และเตรียมที่นาสำหรับการเพาะปลูกในระยะต่อไป ซึ่งตนเองนั้นมีที่นาประมาณ 40 กว่าไร่ เงินที่ค้างในโครงการรับจำนำข้าวก็เกือบ 2 แสนบาท ได้เงินตรงนี้มาถือว่าปลดทุกข์ไปเลยทีเดียว

ใบประทวนยังคงเพิ่มขึ้น

จากที่มีรายงานไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 มียอดใบประทวนรวม 1,671,720 ราย จำนวนข้าวเปลือก 11.64 ล้านตัน จำนวนเงิน 192,950 ล้านบาท รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ยอดใบประทวนขยับขึ้นมาที่ 1,691,720 ราย ปริมาณข้าวเปลือก 11.81 ล้านตัน คิดเป็นจำนวนเงิน 195,450 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเปิดรับใบประทวนจากภาคใต้ทำให้ยอดเพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนใบ จากเดิมที่ไม่นับรวมอยู่ที่ 1,527,290 ราย ปริมาณข้าวเปลือก 11.61 ล้านตัน เป็นเงิน 190,769 ล้านบาท

การจ่ายเงินค่าจำนำข้าวแก่ชาวนา

อย่างไรก็ตาม นายลักษณ์กล่าวว่าตามแผนจะจ่ายเงินชาวนาได้ครบทั้งหมดในวันที่ 22 มิถุนายน 2557 ปัจจุบันได้ดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ชาวนาไปแล้วจำนวน 1,105,240 ราย เป็นจำนวนเงิน 139,352 ล้านบาท จากยอดจัดสรรทั้งหมด 145,500 ล้านบาท แยกเป็นเงินงบประมาณ และเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ 115,000 ล้านบาท เงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา 10,500 ล้านบาท และงบกลาง 20,000 ล้านบาท ยังไม่รวมวงเงินอนุมัติล่าสุด

“เราคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินจำนำให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ยังค้างอยู่ทั่วประเทศได้เสร็จสิ้นก่อน 15 มิถุนายน 2557 เพราะว่าเราได้ทำงานในวันหยุดราชการด้วย และวันทำการปกติพนักงานก็มีการทำงานล่วงเวลาเพื่อที่จะนำเอาข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เกิดการอนุมัติที่เร็วขึ้น” นายลักษณ์กล่าว

นายลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมเรื่องวงเงินที่ใช้ในการจ่ายเงินจำนำข้าวว่า เมื่อ ธ.ก.ส. จ่ายเงินครบทั้งหมดและชาวนาได้รับเงินครบทั้งหมด ก็จะมีการใช้เงินระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ และเงินกู้จากกระทรวงการคลังมาส่งคืนให้ ธ.ก.ส. และเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2557 ทางสถาบันการเงินทั้งหมด 32 แห่งได้ยื่นซองเพื่อให้กู้กับโครงการ ซึ่งปรากฏว่าธนาคารออมสินเป็นผู้ประมูลได้ วงเงินนี้มีการแบ่งจ่ายให้ชาวนาเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือวันที่ 6 มิถุนายน 2557 จำนวน 30,000 ล้านบาท ช่วงที่ 2 คือวันที่ 13 มิถุนายน 2557 อีกจำนวน 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมีการทบทวนเพื่อปรับเวลาให้เร็วขึ้น และระหว่างรอเงินในวันที่ 6 ทาง ธ.ก.ส. จะยังคงสำรองเงินของทางธนาคารจ่ายไปเรื่อยๆ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

“ทาง ธ.ก.ส. สามารถสำรองจ่ายก่อนได้ 92,000 กว่าล้านบาท แต่ในเบื้องต้นเราได้ตกลงว่าจะสำรองจ่ายจำนวน 55,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอในการจ่ายเงินวันที่ 4-6 มิ.ย. นี้ จากนั้นเงินที่ทางกระทรวงการคลังจัดหาก็จะเข้ามา สำหรับเงิน 4 หมื่นล้านบาทที่ ธ.ก.ส. สำรองจ่าย ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เชิญ ธ.ก.ส. ไปพูดคุยทำแผนเพิ่มเติมในการจัดหาเงินจากตลาดเงินมาคืนให้ ธ.ก.ส. ต่อไป ซึ่งอาจเป็นช่วงที่จ่ายเงินให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ครบหมดแล้ว” นายลักษณ์กล่าว

จ่ายเงินจำนำข้าว40,000 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ชะลอการระบายข้าว

ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้เร่งระบายข้าวอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเงินมาชำระคืนแก่ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ได้เงินมาแล้วกว่า 33,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้ตกลงกับ ธ.ก.ส. ว่าจะส่งมอบเพื่อใช้ชำระให้แก่ชาวนาทุกเดือน เดือนละ 8,000-10,000 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งนำไปคืนงบกลางที่กู้ยืมมาจำนวน 20,000 ล้านบาท

นายลักษณ์เปิดเผยว่า ช่วงหลังจากนี้ไปทางกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับแผนขอนำส่งเงินจากการระบายข้าวในสต็อกให้กับทาง ธ.ก.ส. ในอัตราเดือนละไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่าข้าวในสต็อกของรัฐบาลน่าจะอยู่ที่ 14-15 ล้านตัน และในช่วงต้นปีเป็นต้นมาที่มีการเร่งระบายข้าว ส่งผลให้ข้าวนาปรังที่ออกในช่วงนี้ราคาตก โดยสำหรับข้าวที่ความชื้นสูง ราคาอยู่ที่ 5 พันกว่าบาทต่อตัน

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลในรายงานสินค้าเกษตรรายเดือนที่จัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ราคาข้าวเปลือกภายในประเทศซึ่งเป็นราคานอกโครงการรับจำนำ พิจารณาจากข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% มีราคาเฉลี่ยต่อตันลดลงเรื่อยๆ จนอยู่ในราคาต่ำสุดในรอบ 5 ปี

ทั้งนี้เป็นผลมาจากปริมาณข้าวสารในตลาดที่เพิ่มขึ้นทั้งจากผลผลิตฤดูนาปรังที่เก็บเกี่ยวมากในช่วงนี้ และทางการเร่งระบายข้าวในสต็อกที่มีอยู่มากอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะอากาศร้อนที่ทำให้ข้าวมีคุณภาพต่ำราคาจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง หากมีการชะลอการระบายข้าวก็จะส่งผลต่อราคาตลาด ซึ่งเป็นภาระหนักของทาง คสช. ที่ต้องจัดหามาตรการที่เหมาะสมมารองรับ เพราะเมื่อมีการนับรวมข้าวจากภาคใต้เพิ่มเข้ามานั่นหมายถึงข้าวในสต็อกย่อมเพิ่มขึ้น อีกทั้งหากเก็บข้าวไว้นานก็จะยิ่งเสื่อมคุณภาพ ราคาก็จะตกลงเช่นกัน

ราคาข้าวเปลือกเจ้า

แนวทางเบื้องต้นในการช่วยเหลือเกษตกร

นอกจากนี้ คสช. ได้เห็นชอบโครงการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชาวนาหลังจากจ่ายเงินคงค้างจำนำเสร็จสิ้นแล้ว คือ โครงการประกันภัยนาข้าวทั้งหมด 7 ภัย โครงการนี้มีการคุ้มครองอยู่ 2 ระดับ คือ 1. ความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ของทางราชการเมื่อมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ทางราชการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเข้ามาดำเนินการสำรวจ และทำการเบิกงบประมาณมาจ่ายในอัตราสูงสุด 1,113 บาทต่อไร 2. จะมีการจ่ายสินไหมชดเชยเพิ่มให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในอันตราสูงสุด 1,111 บาทต่อไร่

ในส่วนของเบี้ยประกันจะมีหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่าย จะช่วยให้ชาวนามีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นจากภัยธรรมชาติ โครงการนี้ก็จะเป็นการให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากการคุ้มครองของภาครัฐ

ทาง คสช. ได้รับหลักการในโครงการนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนอนุมัติหลักการ มีการประมาณการจาก ธ.ก.ส. ว่าจะมีชาวนาเข้าร่วมโครงการกว่า 150,000 ไร่ ภายใต้กรอบวงเงินที่ภาครัฐจะจ่ายสมทบให้กับชาวนาประมาณ 494 ล้านบาท ซึ่งทางชาวนาเองก็ต้องจ่ายค่าประกันในอัตราไร่ละ 60-100 บาท โดยราคาประกันที่ชาวนาต้องจ่ายขึ้นกับพื้นที่เพาะปลูกของตนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกับภัยธรรมชาติมากน้อยเพียงใด

แม้จะยังไม่มีนโยบายด้านการเกษตรออกมาเป็นรูปธรรม แต่หลังจากการเข้าพบปะพูดคุยเพื่อหารือในเรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาที่อยู่ในโครงการรับจำนำข้าว นายลักษณ์เปิดเผยว่า ช่วงนี้ทาง คสช. ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องข้าวเข้าไปปรึกษาหารือ แต่ยังไม่ได้ระบุเป็นนโยบายที่ชัดเจนออกมาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร คงต้องรออีกสักระยะหนึ่งให้ทาง คสช. ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนประกอบการตัดสินใจ แต่ได้มีการวางกรอบสำหรับกำหนดนโยบายไว้ 3 แนวทางด้วยกัน

– นโยบายที่ออกมาคงเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับการที่จะทำให้กลไกตลาดทำงานได้อย่างเต็มที่ ต้องไม่มีการบิดเบือนราคาจนทำให้กลไกตลาดไม่สามารถทำงานได้

– การดำเนินงานต้องไม่สร้างภาระทางด้านการคลังจนสังคมยอมรับไม่ได้ มีการเรียกร้องให้รักษาวินัยการคลัง

– ไม่เป็นนโยบายที่เป็นประชานิยมที่ไม่ยั่งยืน โดย คสช. จะเน้นนโยบายที่สร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรชาวนา

สำหรับ ธ.ก.ส. มีแนวทางที่จะทำงานร่วมกับองค์กรที่เป็นของชุมชน สถาบันการเงินชุมชน หรือกองทุนหมู่บ้าน โดยการให้องค์กรชุมชนเหล่านี้เข้าไปทำความเข้าใจเรื่องการให้สินเชื่อกับชาวบ้านที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนพัฒนาหมู่บ้านประมาณ 3,000 แห่ง ให้กลายเป็นสถาบันการเงินของชุมชุนใน 3 ปี ซึ่ง ธ.ก.ส. จะเข้าไปสนับสนุน เป็นพี่เลี้ยง ช่วยในการพัฒนาระบบ ด้วยเห็นว่าองค์กรชุมชนสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ง่ายกว่า เนื่องจากยังมีชาวบ้านกลุ่มอื่นอีกที่ไม่ได้ทำการเกษตรเป็นหลักแต่ยังเป็นแรงงานหมุนเวียนด้วย นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือบรรดาชาวนาและเกษตรกรด้วย

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม