บอลโลกอื้อฉาว

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

หน้าปกนิตยสาร The Economist ฉบับ 7-13 June, 2014 เป็นรูปคนกำลังเตะฟุตบอลบนหาดทรายในบราซิล สถานที่ที่กำลังแข่งฟุตบอลโลก 2014 และมีอักษรตัวโตจ่าหน้าประกอบว่า Beautiful Game, Ugly Business การขึ้นปกและเขียนข้อความอย่างนี้มันคงจะต้องมีอะไรอยู่ในกอไผ่เป็นแน่

จำเลยคนสำคัญคือ FIFA (Fédération Internationale de Football Association) ผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกทุก 4 ปี และทำหน้าที่กำกับดูแลการแข่งขันฟุตบอลทั่วโลก โดยมีสมาชิกรวม 209 ประเทศ ไทยก็เป็นสมาชิกประเทศหนึ่ง

การ ‘ซื้อ’ ผู้ตัดสิน ผู้เล่นบางคนหรือทั้งทีมในการแข่งขันนัดสำคัญทั่วโลกตลอดระยะเวลา 10-15 ปีที่ผ่านมาเป็น ‘ความลับที่เปิดเผย’ กันในหมู่ผู้รู้เรื่องฟุตบอล รายงานลับของ FIFA ที่ถูกแฉโดย New York Times ระบุการ ‘ซื้อ’ กรรมการเพื่อให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่เจ้าพ่อนักพนันต้องการโดยผ่านสมาคมผู้จัดท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ของ FIFA ในการแข่งขันหลายแมทช์มิตรภาพในแอฟริกาใต้ในปี 2010 เพื่อประชาสัมพันธ์การแข่งขันฟุตบอลโลก

Europol หน่วยข่าวกรองของ EU ระบุว่ามี 680 แมทช์ระหว่างปี 2008-2011 ในการแข่งขันลีกใหญ่ในยุโรป และรอบคัดเลือกเพื่อไปแข่งขันฟุตบอลโลกที่น่าสงสัยว่าจะมีทุจริต ‘ซื้อ’ ผู้ตัดสิน ผู้เล่น และ ‘ล้มบอล’ แต่ FIFA ก็ไม่เคยลงโทษใคร

ชื่อเสียงของ FIFA เน่ายิ่งขึ้นก่อนหน้าการแข่งขันครั้งนี้ไม่กี่วันหนังสือพิมพ์ Sunday Times ของอังกฤษลงอีเมล์ของคนในวงในเล่าเรื่องการ ‘ซื้อ’ กรรมการหลายคนของ FIFA ด้วยเงิน 5 ล้านเหรียญเพื่อให้การ์ตาได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันในปี 2022 หลักฐานการติดสินบนมีท่วมท้นจนมีข่าวว่าหลังการแข่งขันที่บราซิลจะมีการพิจารณาทบทวนใหม่ จะไปแข่งในการ์ตาทำไม ท่ามกลางทะเลทรายที่ไม่มีผู้คนมากมายดูและร้อนจัดจนต้องเลื่อนไปจัดในเดือนธันวาคมแทนที่จะเป็นมิถุนายนดังที่เคยจัดกันมา เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่มีความพร้อมในการจัดมากกว่าอย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ก็จะยิ่งเห็นความบ้ายิ่งขึ้น

ที่มาภาพ : http://www.pdfmagaz.in/wp-content/uploads/2014/06/09/the-economist-7-13-june-2014/The-Economist-7-13-June-2014.jpg
ที่มาภาพ: http://www.pdfmagaz.in/wp-content/uploads/2014/06/09/the-economist-7-13-june-2014/The-Economist-7-13-June-2014.jpg

FIFA ใหญ่โตท่วมโลกเพราะมีสมาชิกมากและได้รับการยอมรับให้เป็นผู้ทรงอำนาจเด็ดขาดในการกำหนดกฎกติกา การยอมรับผลการแข่งขัน ทั้งๆ ที่เป็นเพียง NGO ที่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์และได้สิทธิพิเศษทางภาษี เหตุที่ชื่อสมาคมเป็นฝรั่งเศสก็เพราะตั้งในปารีส เมื่อปี 1904 และเติบโตมีอำนาจเป็นลำดับตามความนิยมกีฬาฟุตบอลที่เพิ่มขึ้น (มีการคำนวณว่าในปัจจุบันมีผู้เล่นฟุตบอลจริงจังและเป็นครั้งคราวในโลกกว่า 300 ล้านคน)

ความอื้อฉาวในเรื่องการทุจริตและความหรูหราฟู่ฟ่าของกรรมการ FIFA โดยใช้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว มีคฤหาสน์ใหญ่โต มีความเป็นอยู่ที่เกินความพอดี ทำให้เกิดความหมั่นไส้และเกลียดชังในหมู่แฟนฟุตบอลทั่วโลก โดยเฉพาะในตัวนาย Sepp Blatter ประธานผู้มีอายุ 78 ปี ผู้ครองตำแหน่งมายาวนาน 16 ปี และกำลังจะสมัครเทอมที่ 5 อีกครั้งเพื่อต่ออายุอีก 4 ปี

ที่น่าตกใจก็คือ FIFA เป็นที่เกลียดชังของคนบราซิลจำนวนมากก่อนและระหว่างการแข่งขัน รัฐบาลบราซิลเสียเงินไปกับการก่อสร้างสนามแข่งขันหลายแห่งถึงกว่า 15,000 ล้านเหรียญ (450,000 ล้านบาท) เงื่อนไขในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการรักษาความปลอดภัยทำให้คนจน 250,000 คน ไร้ที่อยู่ คนจนกว่า 9 คนตายเพราะการเร่งก่อสร้าง คนบราซิลไม่พอใจที่ FIFA ได้รับรายได้ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านเหรียญ (120,000 ล้านบาท) แต่ไม่แยแสผลกระทบต่อคนจน

ดังนั้น ครู พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานดับเพลิง คนขับรถเมล์ ฯลฯ กำลังรวมหัวกันนัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องค่าจ้างที่เหมาะสม (FIFA-quality wages) กลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องที่ดินและบ้านให้คนจน ในขณะที่พยาบาลก็เรียกร้องหา FIFA-quality hospitals ฯลฯ

บราซิลผู้จัดฟุตบอลโลกปวดหัวกับการประท้วงและต่อต้านฟุตบอลโลก ตลอดจนการต่อต้าน FIFA ซึ่งยิ่งใกล้วันแข่งกระแสก็ยิ่งแรงขึ้นทุกที Romário นักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งบอกว่าฟุตบอลโลก 2014 ‘เป็นการปล้นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิล’

แฟนฟุตบอลโลกคงจะได้มีโอกาสเห็นการประท้วงในรูปแบบใดแบบหนึ่งในจอเป็นแน่ภายใต้บรรยากาศเช่นนี้ ผู้เขียนเองซึ่งเป็นแฟนฟุตบอลก็เบื่อหน่ายกับความเป็นเต่าล้านปีของ FIFA เต็มประดา รำคาญจนขำทุกครั้งที่ใกล้หมดเวลา คนดูไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเหลืออีกกี่นาที จะมีการถือป้ายต่อเวลาเท่านั้นเท่านี้นาที มันช่างต่างจากบาสเกตบอล รักบี้ อเมริกันฟุตบอล ที่คนดูรู้ว่าเหลือเวลาเท่าใด FIFA มอบอำนาจทั้งหมดให้ผู้ตัดสินในการเป่านกหวีดหมดเวลา

ทำไมไม่ใช้นาฬิกาที่ตรงกันระหว่างนาฬิกาผู้ตัดสินกับเวลาบนบอร์ด หากมีคนเจ็บนาฬิกาก็หยุด แข่งใหม่ก็เดินใหม่ เทนนิสก็ไปไกลจนเลิกทะเลาะเรื่องลูกออกหรือไม่ออกเพราะขอดูเทปโทรทัศน์เพื่อตัดสินได้ รักบี้ก้าวหน้ามากเพราะผู้ตัดสินพูดอะไร เตือนใคร ว่าอย่างไร คนทั้งสมาคมจะได้ยินหมด และหากสงสัยเพราะมองไม่เห็นชัดผู้ตัดสินก็จะขอให้เจ้าหน้าที่ดูเทปโทรทัศน์ที่ถ่ายทุกมุมดูทบทวนและให้ความเห็นลงมา สำหรับ FIFA แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นเพราะผู้ตัดสินผู้มีตาทิพย์มองเห็นได้แจ่มชัดในทุกกรณี สามารถเป่านกหวีดว่าเป็นลูกล้ำหน้าหรือไม่ เป็นลูกแฮนด์บอลหรือไม่ สมควรให้ลูกฟรีคิกหรือลูกโทษหรือไม่ ฯลฯ ในเวลาเพียง 2-3 วินาที!

ท่ามกลางความล้าสมัย (อย่างจงใจเพื่อให้ผู้ตัดสินเป็นพระเจ้า?) ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเพิ่มเทคโนโลยีใหม่สองอย่างเพื่อให้คนเห็นว่ามีอะไรใหม่เหมือนกัน

อย่างแรกก็คือการติดตั้งกล้องและสร้างคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ตัดสินรู้ว่าลูกได้เข้าประตูแล้ว ถึงแม้ระบบดีอย่างไร FIFA ก็ให้กรรมการเป็นผู้ตัดสินอีกในแต่ละแมทช์ว่าจะใช้เทคโนโลยีนี้หรือไม่

อย่างที่สองคือสีพ่นบนสนามหญ้าโดยผู้ตัดสินเพื่อให้เห็นตำแหน่งที่ฝ่ายหนึ่งต้องถอยไปไม่น้อยกว่า 10 หลา เมื่อมีการเตะฟรีคิก สีนี้จะละลายหายไปในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ผู้ตัดสินมีสิทธิ์ที่จะไม่ใช้อีกเช่นกันในแต่ละแมทช์

อย่าไปจริงจังซีเรียสกับฟุตบอลโลกเลยครับ ดูสนุกๆ ถือว่ามันเป็นวาทกรรมทางธุรกิจที่เขามาเล่นให้เราดู เราไม่มีทางรู้ว่าเขามีการตกลงลับๆ อะไรกัน มีการ ‘ซื้อ’ และ ‘ล้ม’ กันในแมทช์ใด และมากน้อยเพียงใด

ตั้งใจไว้ว่าถ้าได้ดูฟรีเพียง 22 แมทช์ก็จะไม่ดูสดมันเลยเพราะหมั่นไส้ แต่เมื่อได้ดูทั้ง 64 แมทช์ก็จะดูบางแมทช์ด้วยความปลงในบริบทและสิ่งแวดล้อมของมหกรรมครั้งนี้ที่เงิน 450,000 ล้านบาทของคนบราซิลน่าจะเอาไปทำอะไรให้คนจนที่มีอยู่มากมายในประชากร 200 ล้านคน ได้เข้าท่ากว่าเอามาละลายแม่น้ำเยี่ยงนี้

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ครั้งแรกคอลัมน์ “อาหารสมอง” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 17 มิ.ย. 2557