ปราบฟอกเงิน…ยึดกำไรคอร์รัปชัน

หางกระดิกหมา

ในบรรดาภารกิจสารพัดประการของคณะรักสาความสงบแห่ชาติ (คสช.) ในอาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องที่ควรจะสรรเสริญให้มากก็คือการที่ คสช. บัญชาให้สถาบันการเงินไปกวดขันเรื่องการฟอกเงินให้มากขึ้น หลังจากที่ คสช. ได้เข้าไปตรวจค้นบ้านคนแล้วพบกระเป๋าเปล่าเป็นจำนวนมาก ส่อพิรุธว่ามีไว้ใช้ขนเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ซ้ำเมื่อขยายผลต่อไป ก็ยังพบว่าเงินเหล่านี้ไม่ได้ซุกอยู่แต่ในกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังซุกไปได้ถึงในธนาคารซึ่งจริงๆ แล้วควรจะมีระบบตรวจสอบคัดกรองเงินผิดกฎหมายพวกนี้ นี่จึงเป็นการแสดงความสับปะรังเคของการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างถึงที่สุด

อันที่จริงแล้วเรื่องการปราบปรามการฟอกเงินถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเชื่อมโยงกับการปราบปรามคอร์รัปชันและธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างมาก เพราะหากฟอกเงินไม่ได้เสียอย่างแล้ว อาชญากรจะไปคดโกงได้เงินมามากเท่าไหร่ก็ไม่มีความหมาย เนื่องจากหยิบมาใช้ไม่ได้

ในทางตรงกันข้าม หากปราบปรามการฟอกเงินได้ ก็จะเป็นการทำลายแรงจูงใจในการคอร์รัปชันไปในตัว ในหลายๆ ประเทศจึงเริ่มพยายามลดอาชญากรรม โดยเน้นการยึดผลตอบแทนที่อาชญากรได้มา แทนที่จะไปหมกมุ่นอยู่กับการเอาผิดตัวอาชญากรรมต้นเรื่องเสียเอง เพราะสุดท้ายแล้วได้ผลในทางป้องปรามไม่แพ้กัน มิหนำซ้ำการตรวจแต่กระแสเงินสดอย่างเดียวนี่ เจอปมเจอประเด็นได้ง่ายกว่าการพยายามไปสืบต้นเรื่องด้วยซ้ำ

ยังไม่ต้องพูดถึงว่า การฟอกเงินนี้ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่จัดการ ก็จะส่งผลเสียต่อประเทศโดยอ้อมอีกหลายประการ เช่น ทำลายความน่าเชื่อถือของวิชาชีพกฎหมาย บัญชี หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจบิดเบี้ยว เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพราะผลกำไรอันมหาศาลไม่มีที่มาที่ไปของคอร์รัปชันอันเป็นธุรกิจ “อปกติ” ถูกนำมาใช้ในการประกอบธุรกิจปกติ และสุดท้าย ทำให้สังคมเกิดคติห่วยๆ ที่ว่าอาชีพคอร์รัปชันนั้น เป็นอาชีพที่ถ้าลองเสี่ยงทำสักหน่อยแล้ว ก็จะได้ผลตอบแทนที่เอามาใช้ได้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น

ที่มาภาพ : http://www.globalresearch.ca/page/2?p=0
ที่มาภาพ : http://www.globalresearch.ca/page/2?p=0

คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน หรือ The Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการปราบปรามการฟอกเงินได้ให้คำจำกัดความของการฟอกเงิน (Money Laundering) ไว้ว่า “การแปรรูปผลประโยชน์จากอาชญากรรมเพื่อกลบเกลื่อนที่มาอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยหวังว่าจะทำให้เงินไม่ชอบกลายเป็นเงินชอบขึ้นมา”

โดยองค์กร FATF สรุปว่า ไม่ว่าการฟอกเงินจะทำโดยฝากธนาคาร เล่นหุ้น ซื้อประกัน ซื้อที่ดิน อย่างไรก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายการฟอกเงินทั้งหลายจะมีขั้นตอนอันเป็นหัวใจหลักอยู่ 3 ขั้น คือ

หนึ่ง การเอาเงินวาง (Placement)

วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้ก็คือการเอาเงินเข้าธนาคารให้ได้ก่อน ไม่ว่าธนาคารในหรือนอกประเทศ จะเอามาในรูปเงินสด หรือของอื่นๆ อย่างเช่น ทองคำ เพชร หรือเช็คก็ได้ ทั้งอาจมีการเปลี่ยนสกุลเงินให้ใหญ่ขึ้น หรือแบ่งเป็นจำนวนเงินที่น้อยลงเพื่อให้ขนสะดวก สำคัญคือต้องมีการเอาเงินออกจากประเทศที่กระทำผิดไปสู่ธนาคารของประเทศนอก ไม่ว่าจะโดยใช้คนหรือยานพาหนะขนส่งเงินสด หรือใช้บริการโอนของธนาคารใต้ดิน

สอง การเอาเงินซ้อน (Layering)

วัตถุประสงค์ของข้อนี้ก็คือการซ่อนที่มาอันผิดกฎหมายของเงิน ซึ่งก็ทำง่ายๆ โดยเพียงการเอาเงินสวนสนามไปมา โอนจากแบงก์นี้เข้าแบงก์โน้น ถอนออกมาเป็นเงินสดแล้วเอาไปเข้าฝากอีกแบงก์หนึ่ง โดยถ้าจะให้ซับซ้อนซ่อนเงินได้ลึกลับที่สุดก็ต้องใช้บริการธนาคารของประเทศที่มีนโยบายรักษาความลับของลูกค้าอย่างยิ่งยวด หรือตั้งบริษัทออฟชอร์ขึ้นมาเป็นผู้ถือเงินในบัญชี

สาม การหาข้ออ้าง (Justification)

วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้ ก็คือการสร้างที่มาของเงินที่ดูชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งสามารถทำได้โดยปลอมใบเสร็จ สัญญา หรือสมุดบัญชีขึ้นมา เพื่อเนรมิตธุรกรรมขึ้นมาจากอากาศ ธุรกรรมเหล่านั้นก็เช่น การตั้งบริษัทมาให้กู้กับตัวเอง การซื้อที่ดินมาแล้วก็ขายให้กับคนของตัวเองเพื่อสร้างเรื่องว่าได้กำไรเยอะ หรือไม่เช่นนั้นก็ไปสร้างเรื่องว่าตนเองถูกหวย ได้มรดก หรือชนะพนัน การอำพรางความเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยให้ญาติหรือบริษัทต่างชาติถือแทน ตลอดจนการทำใบเสร็จเท็จเพื่อแต่งราคาที่ตนขายหรือซื้อกับบริษัทตัวเองให้สูงหรือต่ำเกินจริง

สี่ การเสวยสุข (Investment)

วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้ก็คือการเอาเงินที่ไปเล่นซ่อนหามาเสียนานนั้นออกมาใช้ ซึ่งก็มีได้หลายลักษณะ ตั้งแต่เอามาฝังตุ่มไว้ให้อุ่นใจเฉยๆ การเอาไปใช้ซื้อรถ หรือบ้าน หรือเครื่องประดับแสดงบารมี และสุดท้ายคือการเอาไปลงทุนต่อ เช่น ซื้อที่ดิน ซื้อหุ้น ซื้อหุ้นกู้ หรือเอาไปทำทุนประกอบธุรกิจ ไม่ว่าอย่างที่ถูกหรือไม่ถูกกฎหมาย

ถึงตอนนี้ก็พอจะรู้ขั้นตอนการฟอกเงินกันบ้างแล้ว แต่ถ้าใครอยากจะรู้วิธีการปราบการฟอกเงิน เพื่อไม่ให้ถูกท่าน คสช. ด่าซ้ำสอง ก็จะต้องมาติดตามกันต่อในคราวต่อไป