“ดร.อำพน” เลขาธิการคณะรัฐมนตรี คู่บารมีนายกฯ 6 คน ฉายา “คนล้างส้วม” งานยังรุ่งในยุค “เซนต์คาเบรียลคอนเนกชัน”

ดร.อำพน กิตติอำพน ชื่อนี้ แม้อยู่ในบัญชีข้าราชการที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกให้ไปรายงานตัวเป็นคนแรกๆ แต่ก็รอดพ้นจากการถูกเด้งพ้นตำแหน่ง “เลขาธิการคณะรัฐมนตรี”

แม้ว่าที่ผ่านมาในรอบ 1 เดือนหลัง คสช. ยึดอำนาจ จะมีการสั่งปลด ลด ย้าย ข้าราชการระดับสูงไปแล้วนับร้อยคน

แต่ทุกคำสั่ง ทุกคำประกาศ ยังไม่มีชื่อ ดร.อำพน กิตติอำพน ติดอยู่ในโผ

มีคนสงสัยไถ่ถามกันอึงมี่ว่า ไฉนชื่อนี้ยังเหนียวราวกับจิ้งจกตีนกาว

คนใกล้ชิด ดร.อำพนเคยได้ยินคำเฉลยจากเจ้าตัวว่า เขาอาจอยู่ในตำแหน่งได้เพราะอยู่ในกลุ่มเครือข่าย “เซนต์คาเบรียลคอนเนกชัน” ก็เป็นได้

เพราะชื่อ ดร.อำพน กิตติอำพน เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เจ้าของรหัส SG 9223

และมีชื่อ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือบิ๊กป้อม ประธานที่ปรึกษา ของ คสช. และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล เจ้าของรหัส SG 5534

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 10 อรหันต์ ที่ปรึกษา คสช. ก็เป็นศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล เจ้าของรหัส SG 6268

เช่นเดียวกับ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ที่ปรากฏชื่อเป็นที่ปรึกษา คสช. ที่จะทำงานด้านปฏิรูปสังคม การเรียนรู้ ก็ล้วนเป็นเทือกเถาเหล่ากอในศิษย์สำนักเซนต์คาเบรียล

ไม่นับรวมถึงผู้มีบทบาทในการชงเรื่องการปราบปรามทุจริต โครงการระดับชาติอย่างนายกล้าณรงค์ จันทิก ก็ถือกำเนิดในวงการจากการเป็นอดีตนักเรียนเซนต์คาเบรียลเช่นกัน

เครือข่าย “เซนต์คาเบรียลคอนเนกชัน” ยังมีชื่อ ดร. 1 ใน 5 เสือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ยังอยู่ยั้งยืนยงในตำแหน่ง ถึงทุกวันนี้

หากจะนับบรรดาเครือข่ายในแวดวงทหาร ก็มีทั้งชื่อ พล.อ. วินัย ภัททิยกุล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ. สมทัต อัตตะนันทน์ อดีต ผบ.ทบ. และ อดีต ผบ.สส. ก็เคยใช้ชีวิตในรั้วเซนต์คาเบรียล

อีกชื่อ ที่แม้ไม่อยู่ในเครือข่ายอำนาจทั้งในฝ่ายทหาร และฝ่ายบริหาร แต่เขาเป็นนายธนาคารหัวก้าวหน้า เป็นบุคคลที่แวดวงอำมาตย์ กลุ่มนายทหารเก่า มักเอ่ยชื่อให้อยู่ใน “โผ” ของ “ว่าที่” นายกรัฐมนตรีเสมอๆ เขาคือ บัณฑูร ล่ำซำ ที่มีชื่อรหัสในรั้วเซนต์คาเบรียลคือ SG 8422

ชื่อคนการเมืองอีกคนที่เป็นศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล ที่เงียบยิ่งกว่าเงียบ มีบทบาทเรียบแต่ลึกในวงการเมืองไทย อย่างนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประจำกายทั้งนายชวน หลีกภัย และสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นอกจากนี้ยังมี ชื่อ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยุค พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ก็มีชื่ออยู่ในบัญชีศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล ที่ได้รับการยกย่องจากโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ

ดร.อำพน กิตติอำพน ที่มาภาพ : http://www.nationmultimedia.com/new/2013/08/07/business/images/30212095-01_big.jpg
ดร.อำพน กิตติอำพน ที่มาภาพ : http://www.nationmultimedia.com/new/2013/08/07/business/images/30212095-01_big.jpg

ดร.อำพน โลดโผนอยู่ในตำแหน่งที่เกี่ยวพันกับคนการเมืองไม่เคยขาด ตั้งแต่เริ่มรับราชการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วย้ายสังกัดไปขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ฯ

มีชื่อติดโผโยกย้ายทุกฤดูกาล ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เคยทักว่า “ดร.กบ มึงนี่ซวยนะ อยู่ที่ไหนก็อยู่ในส้วมตลอด เหมือนคนเช็ดส้วมตลอด” ดร.อำพน หรือ ดร.กบที่เพื่อน-พี่และบรรดารัฐมนตรีเรียกติดปาก ก็ยิ้มยอมรับกับฉายา “คนล้างส้วม”

เขาเคยเล่าว่า “ผมเป็นคนล้างส้วม ต้องใช้ชีวิตอยู่ในส้วม ดังนั้นต้องทนความเหม็นของส้วมให้ได้”

เมื่อ 2 ปีก่อน ดร.อำพนรุ่งเรืองสุดขีดในชีวิตราชการ เป็นข้าราชการระดับ 11 เพียงคนเดียวที่ครอบครองตำแหน่งใหญ่ในฝ่ายบริหารถึง 3 ตำแหน่ง ทั้งเป็นทั้งประธานบอร์ดการบินไทย เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเป็นประธานบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ

ในยุค คสช. ที่มีผู้นำเด็ดขาดหนึ่งเดียวคือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ดร.อำพนปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัดเพียงตำแหน่งเดียว

เขาใส่หัวโขนข้าราชการมืออาชีพ ทำงานได้กับทุกฝ่าย ทุกขั้ว ที่เข้ามาเป็นรัฐบาล

เคยเป็นลูกน้องของ นิพนธ์ พร้อมพันธ์ุ ตั้งแต่ยุคที่นายนิพนธ์เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในยุคป่าลั่น อื้ออึงเรื่องเอกสารสิทธิ์ ที่ดิน สปก.4-01

เป็นข้าราชการคนสนิท ที่เข้านอก-ออกในบ้านเนวิน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้มีคอนเนกชันพิเศษกับทุกวงการ

กับคนใหญ่คนโตในพรรคชาติไทย อย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เขาก็เคยเข้าใกล้ในฐานะที่เคยกำกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นกัน

ดร.อำพนให้บริการในฐานะฝ่ายเสนาธิการด้านเศรษฐกิจ และด้านกฏหมาย ทำงานใกล้ยิ่งกว่าใกล้ ในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ได้ทุกสไตล์ ทั้งแบบทักษิณ ชินวัตร, สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งยุคนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ที่เคยทำงานระดับปฏิบัติการ ร่วมวงกับอดีตนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 6 คน ล่าสุดกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ถือเป็นผู้นำหมายเลข 7 ที่ ดร.อำพนต้องปฏิบัติงานระดับลับสุดยอดด้วยในบางวาระ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ดร.อำพน เรียกขาน พล.อ. ประยุทธ์ว่า “ท่านหัวหน้า” ทุกคำ ทุกครั้ง

เขาเกาะติดภารกิจนายกรัฐมนตรีทุกคน ตั้งแต่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงห้องประชุมคณะรัฐมนตรีในตึกแดง

ถามกี่ครั้ง ตอบกี่หน ดร.อำพนจะตอบเหมือนเดิม เรื่องการทำหน้าที่ในฐานะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภายใต้ตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คือ ข้อแรก ต้องเข้าใจการเดินเรื่องขอความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการ หรือเห็นชอบกฎหมายที่สำคัญ จากสภาพัฒน์ฯ สำนักงานคณะกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และกระทรวงต่างๆ

ข้อที่สอง ต้องติดตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้อนุมัติหรือเห็นชอบไปแล้ว เพื่อรายงานความคืบหน้า ประเด็นปัญหา และวิธีการแก้ไข ต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด

ข้อที่สาม ต้องทำหน้าที่เป็น “อาลักษณ์” คอยประสานงานกับสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง เกี่ยวกับการปฏิบัติงานหน้าพระที่นั่ง รวมถึงการนำเอกสารเพื่อทูลเกล้าฯ และประกาศใช้ในพระราชกิจจานุเบกษา ทั้งการปรับ ครม. หรือการแต่งตั้ง โยกย้าย ข้าราชระดับสูง

อยู่กับนักการเมืองมาแล้วสารพัดแบบ รับใช้ ให้บริการบุคคลชั้นสูงมาแล้วหลายระดับในฐานะประธานบอร์ดการบินไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องเดินรอยตามอดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรีฝีมือสูงส่งอย่างนายวิษณุ เครืองาม และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

วันนี้ ดร.อำพน คือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ครองตำแหน่งซี 11 นานที่สุด อาวุโสสูงสุด ในบรรดาข้าราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง เขาเคยบอกว่า จะเกษียณราชการในปีที่ 11 ของการเป็นข้าราชการมืออาชีพระดับ 11

ไม่ว่ากับขั้วอำนาจใด ฝ่ายไหน เขาใกล้มากกว่าใกล้ และรักษาระยะห่างได้เสมอ เมื่อเวลาเปลี่ยนไป บางครั้งเขาเลือกที่จะเงียบ บางคราเขาเลือกที่จะพูด บางทีเขาหนีไปจากหน้าสื่อแบบดื้อๆ แต่ทิ้งทายไว้ว่า “ผมเป็นข้าราชการต้องทำงานร่วมกับทุกฝ่าย พูดอะไรไปก็จะเกิดความขัดแย้งกันอีก ผมขอไม่พูดดีกว่า”

การทำงานร่วมกับ คสช. และกำลังเปลี่ยนผ่านเป็นคณะรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จึงน่าติดตามบทบาทของ ดร.อำพน กิตติอำพน ว่าจะมีสีสันจัดจ้านเพียงใด