“ศุภชัย ศรีศุภอักษร” อดีตประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น เซ็นยอมรับปลอมแปลงเอกสารกู้เงิน 1,810 ล้าน กรณีสัญญาของ “จารุชา ติรกิจสุนทร”

ตามที่สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้นำเสนอซีรีส์ข่าวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และข่าวเจาะ 27 ลูกหนี้สมาชิกสมทบสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนเป็นเหตุให้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ฟ้องสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2556 ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328, 83, 91 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 หมายเลขคดีดำที่ อ.3704/2556 โดยมีโจทก์ 2 ราย ได้แก่ 1. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายกฤษฎา มีบุญมาก เป็นผู้รับมอบอำนาจ (ช่วงเวลาดังกล่าวนายศุภชัยเป็นประธานสหกรณ์) 2. นายศุภชัย ศรีศุภอักษร โดยนายกฤษฎา มีบุญมาก เป็นผู้รับมอบอำนาจ ด้านจำเลยมี 6 ราย ประกอบด้วย นายมณฑล กันล้อม อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯ คลองจั่น, นายอารีย์ แย้มบุญยิ่ง อดีตผู้จัดการสหกรณ์ ส่วนอีก 4 รายเป็นผู้สื่อข่าวและกองบรรณาธิการสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า

โดยนายศุภชัยระบุว่า การนำเสนอข่าวเจาะสัญญาเงินกู้สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” กู้เอง-เซ็นอนุมัติเอง และ ตอนที่ 2 ทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังจากสมาชิกและประชาชนทั่วไป สมาชิกตื่นตระหนกจากการให้ข่าวและพากันมาเบิกถอนเงิน พร้อมยืนยันว่าตนไม่เคยยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ หรือฉ้อโกงประชาชนหรือทำธุรกรรมโดยผิดปกติตามที่สำนักข่าวไทยพับลิก้านำเสนอแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่านางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกหนี้ 27 รายได้เป็นโจทก์ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลยคดีดำที่ อ.3472/2556 ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา มีการไกล่เกลี่ยโดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ลงนามในหนังสือยอมรับว่าได้มีการปลอมแปลงเอกสารสัญญาเงินกู้ทั้งหมด 5 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 1,810 ล้านบาท โดยนายศุภชัยจะลงประกาศโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หรือหนังสือพิมพ์รายวันฉบับอื่น และสำนักข่าวไทยพับลิก้า เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน โดยมีรายละเอียดในหนังสือดังกล่าวดังนี้

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ให้สัมภาษณ์วันที่ 16 สิงหาคม 2556 ที่ดีเอสไอขณะมารับทราบข้อกล่าวหา

คำชี้แจงของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร

ด้วยนางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร ได้ฟ้องข้าพเจ้าต่อศาลอาญา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3472/2556 ระหว่างนางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร โจทก์ กับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลย ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม

ข้าพเจ้าขอชี้แจงว่า ในระหว่างที่ข้าพเจ้าได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์นั้น ข้าพเจ้าขอยอมรับว่าได้มีการปลอมลายมือชื่อของนางสาวจารุชาฯ ลงในสัญญากู้ยืมเงินจำนวนหลายฉบับ โดยเจตนาเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่านางสาวจารุชาฯ ได้กู้ยืมเงินไปจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งสัญญาเงินกู้ดังกล่าวคือ

1) สัญญาเงินกู้ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เป็นสัญญาระหว่างกลุ่มออมทรัพย์ฐิตินันท์ ทอย จำกัด โดยนางสาวจารุชาฯ ตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้กู้ กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยข้าพเจ้าซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและนายลภัส โสมคำ ตำแหน่งเลขานุการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเป็นผู้ให้กู้ โดยในสัญญากู้นี้ระบุว่า “ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้ และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นจำนวนเงิน 298,000,000.00 บาท

2) สัญญาเงินกู้ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เป็นสัญญาระหว่างกลุ่มออมทรัพย์ธิติรดา จำกัด โดยนางสาวจารุชาฯ ตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเป็นผู้กู้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยข้าพเจ้าซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและลภัส โสมคำ ตำแหน่งเลขานุการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้ให้กู้ โดยในสัญญากู้นี้ระบุว่า “ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นจำนวนเงิน 345,000,000.00 บาท

3) สัญญาเงินกู้ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เป็นสัญญาเงินกู้ระหว่างกลุ่มออมทรัพย์ณัฐวดี เอส พี กรุ๊ป จำกัด โดยนางสาวจารุชาฯ ตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้กู้ กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยข้าพเจ้าซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและนายลภัส โสมคำ ตำแหน่งเลขานุการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้ให้กู้ โดยในสัญญากู้นี้ระบุว่า “ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นจำนวนเงิน 360,000,000.00บาท”

4) สัญญาเงินกู้ฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2552 เป็นสัญญาระหว่างบริษัทโกลเด้น โซล่า (ประเทศไทย) โดยข้าพเจ้า ตำแหน่งกรรมการ และ นางสาวจารุชาฯ ตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้กู้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยข้าพเจ้าซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและนายลภัส โสมคำ ตำแหน่งเลขานุการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้ให้กู้ โดยในสัญญากู้นี้ระบุว่า “ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นเงินจำนวน 400,000,000.00 บาท

5) สัญญาเงินกู้ฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2552 เป็นสัญญาระหว่างบริษัทไร้ท์ทอท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยข้าพเจ้า ตำแหน่งกรรมการ และนางสาวจารุชาฯ ตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้กู้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยข้าพเจ้าซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและนายลภัส โสมคำ ตำแหน่งเลขานุการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นผู้ให้กู้ โดยในสัญญากู้นี้ระบุว่า “ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นเงินจำนวน 407,000,000.00 บาท”

ในการทำสัญญาเงินกู้ดังกล่าว ข้าพเจ้าขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันว่า นางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร ไม่มีความกี่ยวข้องใดๆ กับสัญญาเงินกู้ทั้งหมด ข้าพเจ้ายอมรับว่ามีการปลอมแปลงลายมือชื่อของนางสาวจารุชาฯ เพราะต้องการที่จะนำสัญญาเงินกู้ดังกล่าวไปสำแดงต่อสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อประโยชน์ในการรับรองงบการเงินประจำปีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นางสาวจารุชาฯ ข้าพเจ้าจึงชี้แจงข้อเท็จจริงนี้ให้ทราบ เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายและชื่อเสียงให้แก่นางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร ด้วย

จึงขออภัยนางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร มา ณ ที่นี้

(นายศุภชัย ศรีศุภอักษร)