ครม. ไฟเขียวใช้งบกลาง 3,000 ล้านบาท คืนภาษีรถคันแรก – สรรพาสามิตเผยทิ้งรถแสนราย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นด่วนวงเงิน 3,000 ล้านบาท ให้กรมสรรพสามิตนำเงินไปจ่ายผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรก ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้กรมสรรพสามิตไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่มาใช้สิทธิขอคืนเงินภาษีภายใต้โครงการรถยนต์คันแรก

นายสมชาย พูลสวัสดิ์
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตชี้แจงเหตุผลขอใช้งบกลางว่า ช่วงที่มีการจัดทำงบประมาณปี 2557 กรมสรรพสามิตคาดว่าปีนี้น่าจะมีผู้ใช้สิทธิรถยนต์คันแรกประมาณ 48,830 ล้านบาท จึงทำเรื่องถึงสำนักงบประมาณ ขอใช้งบฯ ปี 2557 วงเงิน 50,000 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรงบฯ แค่ 40,000 ล้านบาท ขาดไปประมาณ 8,830 ล้านบาท จากนั้นกรมสรรพสามิตเริ่มคืนภาษีรถยนต์คันแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 ไปแล้ว 34,900 ล้านบาท เหลืองบฯ แค่ 5,100 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องทำเรื่องเสนอ ครม. ขอใช้งบกลางเบื้องต้น 3,000 ล้านบาท หลังจากที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติด้วย

“ก่อนหน้านี้ กรมสรรพสามิตสอบถามทาง กกต. ว่าจะขอใช้งบกลางมาจ่ายให้กับผู้ได้รับสิทธิรถยนต์คันแรกได้หรือไม่ กกต. บอกว่าได้ ไม่มีปัญหา เพราะเป็นโครงการเก่า เคยผ่านการอนุมัติจาก ครม. และรัฐสภามาแล้ว จริงๆ กรมสรรพสามิตจำเป็นต้องใช้เงินอีก 8,830 ล้านบาท แต่เบื้องต้น ครม. อนุมัติให้ 3,000 ล้านบาทก่อน เมื่อรวมกับงบฯ ที่เหลืออีก 5,100 ล้านบาท คาดว่าจ่ายเงินคืนภาษีไปได้ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2557 จากนั้นหากยังไม่ได้รัฐบาลชุดใหม่ ก็ทำเรื่องขอใช้งบกลางส่วนที่เหลือ 5,830 ล้านบาท ส่งให้ ครม. และ กกต. อนุมัติอีกครั้ง” นายสมชายกล่าว

รถยนต์คันแรก

นายสมชายกล่าวต่อไปอีกว่า โครงการนี้มีผู้มาขอใช้สิทธิเข้าร่วม 1,259,101 ราย ในจำนวนนี้มีผู้มาขอยกเลิกไม่เข้าร่วมโครงการ 10,080 ราย และคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขอีก 4,116 ราย จึงมีผู้ใช้สิทธิ 1,244,905 ราย คิดเป็น 91,198 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มโครงการรถยนต์คันแรกวันที่ 1 กันยายน 2555 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 กรมสรรพสามิตคืนภาษีรถยนต์คันแรกไปแล้ว 938,718 ราย วงเงิน 67,434 ล้านบาท ดังนั้น เหลือผู้ที่ได้รับสิทธิแต่ยังไม่ครบกำหนดเวลามารับเงินคืนภาษี 306,187 ราย วงเงิน 23,764 ล้านบาท

“ที่น่าสนใจคือ ในจำนวนคนที่ยังไม่มารับเงินคืนภาษี 306,187 รายนั้น ยังไม่ไปรับรถยนต์จากตัวแทนจำหน่ายจำนวน 116,620 ราย คิดเป็นสัดส่วน 9.37% ของจำนวนผู้มีสิทธิรับเงินคืนภาษีรถยนต์คันแรก และคนกลุ่มนี้ถูกบริษัทลีสซิงยึดรถ และทำเรื่องมาขอออกจากโครงการ 1,445 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก รับเงินคืนภาษีไปแล้ว 846 ราย คิดเป็นเงิน 47 ล้านบาท และกลุ่มที่ 2 ยังไม่ได้รับเงินคืนภาษี 599 ราย คิดเป็นเงิน 38 ล้านบาท ซึ่งตามหลักเกณฑ์ในการคืนภาษี กรมสรรพสามิตจะโอนเงินให้ผู้มีสิทธิได้ก็ต่อเมื่อผู้มีสิทธินำรถยนต์ไปโอนกับกรมขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นเจ้าของรถยนต์เกิน 1 ปีขึ้นไป ดังนั้นในจำนวนคนที่ไม่มารับรถยนต์จากตัวแทนจำหน่าย กรมสรรพสามิตคาดว่าคนทิ้งรถไม่มาใช้สิทธิคืนภาษีประมาณ 1 แสนราย ซึ่งเป็นเงิน 10,000-12,000 ล้านบาท” นายสมชายกล่าว